ปรากฏการณ์แห่จองซื้อหุ้น IPO ของอิชิตันเมื่อเร็วๆ นี้ ถูกอธิบายจากผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษา
ดังนี้
“นักลงทุนตอบรับหุ้นไอพีโอ ICHI อย่างล้นหลาม ถือว่าประสบความสำเร็จในการเปิดให้จองวันแรก ปัจจัยหลักคาดว่ามาจากความเชื่อมั่นในธุรกิจที่มีการเติบโตโดดเด่นและความสามารถในการทำกำไรที่อยู่ในอัตราสูง แบรนด์สินค้าแข็งแกร่ง ธุรกิจเข้าใจง่าย และธุรกิจชาพร้อมดื่มไม่มีข้อจำกัดในการเติบโต ที่สำคัญอิชิตันเองเป็นองค์กรหลักขับเคลื่อนสร้างตลาดให้เติบโต ประกอบกับราคาขายหุ้นไอพีโอ ที่ 13 บาท/หุ้น ถือเป็นราคาน่าสนใจ เพราะคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) 19.2 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิปี 2556 โดย P/E Ratio ที่เสนอขายคิดเป็นส่วนลดให้กับนักลงทุนถึง 36% เมื่อเปรียบเทียบกับ P/E Ratio เฉลี่ยของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันจึงถือว่าคุ้มค่าสำหรับการถือลงทุนเพื่อผลตอบแทนในอนาคต”
จะเห็นว่ามีการกล่าวถึง P/E หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไร ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก P/E กันครับ
P คือราคาหุ้น เช่นในกรณีนี้ราคา IPO ที่ตั้งไว้คือ 13 บาท นั่นคือค่า P
E คือกำไรต่อหุ้น ซึ่งสามารถคำนวณจากข้อมูลกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน แล้วเอามาหารด้วยจำนวนหุ้น แม้ว่าข่าวจะไม่ได้บอกว่าอิชิตันมีกำไรต่อหุ้นเท่าไร แต่จากข้อมูล P/E 19.2 เท่า เราก็สามารถคำนวณกลับได้ว่า E คือ 68 สตางค์ต่อหุ้น
จากราคาที่ตั้งไว้ 13 บาท แพงไปไหม
ผู้ขายบอกไม่แพง เพราะคิดเป็น P/E 19.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าอุตสาหกรรม 36% คิดเลขแบบเร็วๆ ตีกลับมาได้ว่า P/E อุตสาหกรรมน่าจะอยู่ที่ 30 “เท่า”
เรามักจะพูดหน่วย P/E เป็น “เท่า” ซึ่งผมคิดว่าค่อนข้างทำความเข้าใจยาก เพราะการบอกว่าราคาเป็นกี่เท่าของกำไรนั้น ผู้ฟังค่อนข้างจะจินตนาการภาพลำบาก
ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ แล้วคำนึงถึง “หน่วย” ของข้อมูล เช่นราคามีหน่วยเป็น “บาท” ในขณะที่กำไรมักจะหมายถึง”บาทต่อปี” ในกรณีที่เราดูจากงบปลายปี ดังนั้น P/E จะมีหน่วยเป็น บาท/ (บาท/ปี) ซึ่งตัดกันไปมาเหลือเป็นหน่วยปีนั่นเอง
หากเรายังไม่คำนึงถึงอัตราการเติบโตต่างๆ ของบริษัท เพียงพิจารณาว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจต่อด้วยกำไรต่อหุ้นเท่านี้ นั่นหมายความว่า P/E 19.2 คือการที่เราลงทุนซื้อหุ้น 13 บาทวันนี้จะคืนทุนเราในอีก 19.2 ปีข้างหน้า พูดง่ายๆ คือ P/E ก็คือ Payback Period ที่เรานิยมใช้พิจารณาในการวิเคราะห์โครงการ
ถ้าพิจารณาเฉพาะ P/E ดังนั้น เราควรจะซื้อหุ้นที่ P/E ต่ำสุดดีไหม
ลองพิจารณา P/E ของหุ้นแต่ละตัวที่เว็บรวยหุ้น
http://www.ruayhoon.com/stocks.php
จะพบว่ายังมีหุ้นอีกหลายตัวที่มี P/E เป็นเลขหลักเดียว ซึ่งแปลว่าคืนทุนในเวลาน้อยกว่า 1 ปี
แต่เราอาจไม่ซื้อหุ้นเหล่านั้น
ดังนั้น ปัจจัยในการเติบโตจึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมนักลงทุนจึงซื้อหุ้นตัวหนึ่งและไม่ซื้ออีกตัวหนึ่งทั้งที่อาจมี P/E ต่ำกว่า
กลับมาที่คำถามว่าราคาหุ้นอิชิตันแพงไหม
เราสามารถประเมินอัตราเติบโตที่บริษัทควรมีเพื่อให้ “คุ้มค่า” กับราคานี้ โดยนำสูตรง่ายๆ ทางการเงินเช่น Dividend Discount Model มาร่วมคิดด้วย โดยสูตรนี้เป็นพื้นฐานกำหนดราคาหุ้นได้ว่า ราคาหุ้น หรือ P ควรเท่ากับ
เงินปันผล/(อัตราคิดลด-อัตราการเติบโต)
เมื่อเอาสูตรนี้มายำรวมกับ P/E และสมมติว่าบริษัทจ่ายกำไรทั้งหมดในรูปเงินปันผลทุกปี เพราะแม้ว่าในโลกความจริงบริษัทจะกันกำไรส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทุนดำเนินการต่อ แต่เงินส่วนนั้นก็จะสะท้อนออกในรูปราคาหุ้นที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นก็ได้รับอยู่ดี เราจะได้สูตรดังนี้
P/E = 1/ (อัตราคิดลด - อัตราการเติบโต)
ลองคิดง่ายๆ ให้อัตราคิดลดของกระแสเงินที่มีความเสี่ยงอยู่ในราว 8.1% ต่อปี (ตัวเลขนี้อาจารย์ Pablo Fernandez สำรวจจากความเห็นนักวิเคราะห์ 82 ประเทศรวมทั้งไทยในปี 2012) หาก P/E คือ 19.2 บริษัทอิชิตันต้องมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่าปีละ 3% ซึ่งพอจะมีความเป็นไปได้
แต่นี่คือราคา IPO หากหุ้นเข้าตลาดรองเมื่อไร นักลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณอีกครั้งในการซื้อขาย โดยอาจใช้กรอบประเมินอัตราการเติบโตนี้ช่วย






