ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย(เพื่อไทยในปัจจุบัน)เริ่มสร้างแบบจำลองการเมืองใหม่ในการบริหารประเทศทำให้เกิดการแบ่งขั้วทางการเมืองและธุรกิจเป็นกลุ่มก้อน
เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนรัฐบาล จึงพบว่าราคาหุ้นในแต่ละกลุ่มจะขึ้นยกแผงและลงยกแผงตามการขึ้นลงของขั้วของตน
เมื่อมีการรัฐประหารโดยทหาร และครั้งนี้น่าจะไม่โอนอำนาจไปให้ขั้วการเมือง จึงเป็นช่วงที่น่าศึกษาอีกช่วงหนึ่งว่าราคาหุ้นในแต่ละขั้วจะมีการปรับตัวอย่างไร
ผมจึงใช้วิธีวิจัยแบบเหตุการณ์ศึกษา และใช้ข้อมูลหุ้นในแต่ละขั้วการเมืองซึ่งแบ่งเป็นขั้วใหญ่ๆ 2 ขั้วคือขั้วประชาธิปัตย์และขั้วเพื่อไทย โดยกำหนดให้วันที่เกิดเหตุการณ์คือวันแรกหลังการรัฐประหาร เนื่องจากวันที่รัฐประหารนั้นประกาศช่วงเย็นหลังตลาดหุ้นปิดแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องช่วงเวลาในการศึกษาเนื่องจากวิธีเหตุการณ์ศึกษาจะมีการวัดวันก่อนเกิดเหตุการณ์ได้ เนื่องจากนักลงทุนอาจคาดการณ์เหตุการณ์นี้ได้และซื้อขายด้วยข้อมูลนี้ก่อน
การวัดอัตราผลตอบแทนเกินปกติสะสมของหุ้นในช่วง 3 วันรอบเหตุการณ์การรัฐประหาร พบว่าหุ้นขั้วเพื่อไทยร่วงลงมาเล็กน้อยและขยับขึ้น แต่หุ้นประชาธิปัตย์นั้นมีการปรับราคาขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของราคาดังกล่าวนั้นไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ หมายความว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเด่นในหุ้นบางตัว แต่เมื่อดูรวมๆ ทีละกลุ่มแล้ว เราสรุปได้ว่าโดยเฉลี่ยหุ้นในขั้วเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างผิดปกติในช่วงรัฐประหาร
ผมสรุปว่าเป็นข่าวดีของประเทศในเบื้องต้น เพราะอย่างน้อยการปฏิรูปประเทศอาจสามารถก้าวเดินไป โดยไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจมาป่วนให้เสียขบวน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์






