คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายสำคัญคือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรัฐวิสาหกิจรวม 55 แห่ง
โดยได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ส่งรายงานให้พิจารณาถึงสถานที่แท้จริงของรัฐวิสาหกิจไทย และให้พิจารณาการปรับปรุงหลายด้านของรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงาน การตั้งคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งโครงสร้างผลตอบแทนของผู้บริหารและคณะกรรมการ ซึ่งในประเด็นหลังถือว่าเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก
ความสนใจของประชาชนต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ เนื่องมาจากข้อสงสัยมานานว่าคณะกรรมการ ที่บรรดานักการเมืองชอบแต่งตั้งคนของตัวเองมีผลประโยชน์มหาศาลในรัฐวิสาหกิจ ซึ่งขึ้นกับผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจเหล่านั้นว่ามีมากแค่ไหน หากเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นดี ก็จะเป็นที่หมายปองของบรรดานักการเมืองที่มีบทบาทในรัฐบาล โดยอาจจะส่งคนของตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการ แต่ข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจนั้นก็เป็นเพียงข้อสงสัย ตราบใดที่ยังไม่มีข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
อันที่จริง การตรวจสอบรัฐวิสาหกิจนั้นมีขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว หากรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ก็มีกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดูแล หรือในกรณีรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็มีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินคอยตรวจสอบเป็นประจำอยู่แล้ว แม้จะมีการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน แต่สังคมก็จะสงสัยเสมอว่ามีช่วงทางให้มีการหาประโยชน์เกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินงาน
หากดูข้อมูลจากผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้จะพบว่ามีมูลค่ามหาศาล เนื่องจากรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเป็นบริการสาธารณะ ซึ่งต้องใช้งบประมาณการลงทุนจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ดังนั้นหากพิจารณาเรื่องผลตอบแทนของคณะกรรมการต่างๆ ที่เป็นข่าวว่าจะมีการปรับลดลงตามความเหมาะสมนั้นก็ถือว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณในด้านอื่น และในบางแห่งที่มีมูลค่ามหาศาล หากคณะกรรมการได้จริงตามที่ระบุไว้และสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ถือว่าคุ้มค่า
ดังนั้นหากคสช.ต้องการปฏิรูปการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจใหม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะหากรวมทุกรัฐวิสาหกิจแล้ว ก็ถือว่ามีขนาดใหญ่มหึมาและรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งก็มีภารกิจที่แตกต่างกัน แม้ว่าที่ผ่านมา คนจะพุ่งเป้าไปที่บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว รัฐวิสาหกิจของไทยอาจมีปัญหาร่วมกันประการหนึ่งคือสังคมสงสัยในเรื่องความโปร่งใสและประสิทธิภาพการบริหารงาน ซึ่งไม่ต่างจากระบบราชการที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้
เราเห็นว่าปัญหาประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจเองนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นเกือบทั้งโลก จึงมีทางออกคือการแปรรูปเป็นบริษัทเอกชน แต่ก็พบว่ามีปัญหาในบางด้านสำหรับประเทศไทย ดังนั้นหากจะปฏิรูปในเรื่องประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ว่าจะทำอย่างไร เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด อาจเนื่องมาจากปัญหาด้านการกำกับดูแลนั่นเองว่าทำอย่างไร รัฐวิสาหกิจจะดำเนินการตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้น






