"One general law, leading to the advancement of all organic beings, namely, multiply, vary, let the strongest live and the weakest die"
ชาลส์ดาร์วินนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษระดับตำนาน ผู้พบว่าการแข่งขันเป็นกลไกสำคัญในการคัดเลือกผู้อยู่รอดตามธรรมชาติ
ผมรู้จัก ชาลส์ ดาร์วิน ตอนเรียนชีววิทยาม.ปลาย จะว่าไปทฤษฎีการแข่งขันของเขาน่าจะฝังหัวผมตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลโดยที่ไม่รู้ตัว ผมแข่งกับเพื่อนสนิทสอบเข้าโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง เราแบ่งขนมกันและเล่นไล่จับกันตลอดจนถึงวันสอบ ผมสอบได้ เพื่อนผมต้องไปเรียนโรงเรียนอื่น และผมยังคงแข่งขันต่อไปเพื่อให้ได้เกรด 4
บ่อยครั้งที่ผมต้องแข่งกับน้องสาว ผมรักเขา แต่ผมต้องแข่ง เพราะผมกลัวที่จะเป็นผู้แพ้ และด้อยค่าเมื่อโดนเปรียบก่อนจะต้องไปเรียนติวกับเพื่อนรักตามสยามสแควร์ เพื่อแข่งกันสอบเอนทรานซ์ ความกลัวที่จะไม่มีอนาคตผลักดันให้ผมใช้เวลา 2 ใน 3 ของชีวิตม.ปลาย เพื่อเตรียมสอบเข้าคณะที่ผมไม่ชอบ มากกว่าเดินตามทางที่ตัวเองรัก
จนถึงวันนี้ ผมก็ยังคงแข่งขันกับเพื่อนร่วมงานเพราะกลัวจะไม่ได้เลื่อนขั้น แข่งกับเพื่อนใช้ของมียี่ห้อเพราะกลัวจะด้อยกว่า
ทั้งชีวิต ผมถูกสอนให้วิ่งแข่งในสนามที่ใครบางคนสร้างขึ้นมา ผมยุ่งอยู่กับการวิ่งวนอยู่กับที่ จนไม่มีเวลาคิดว่าเพราะอะไรผมถึงต้องวิ่ง และผมจะหยุดวิ่งจริงๆ ได้ไหม
นักเศรษฐศาสตร์บอกว่า การแข่งขันจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่เว้นแม่แต่ทรัพยากรมนุษย์ คุณค่าของคนวัดกันที่เกรดและตัวเลข ผู้แพ้จะไม่มีที่ยืนในสังคม
ในช่วงปลายของชีวิต ชาลส์ ดาร์วิน ค้นพบกฎธรรมชาติที่สำคัญยิ่งกว่าการแข่งขัน ความจริงของกฎดังกล่าวทำให้ผู้สร้างระเบียบโลกช่วงเวลานั้นต้องเลือกที่จะปิดบังมัน และส่งผลกระทบกับการศึกษาจนถึงทุกวันนี้
"The most important thing we learn at school is the fact that the most important things can't be learned at school." ฮารูกิมูราคามิ ศาสดาแห่งหนังสือเบสต์เซลเลอร์กล่าวเอาไว้
กรุงลิม่า เมืองหลวงชของประเทศเปรู มีมหาวิทยาลัยชื่อ The University of Engineering and Technology (UTEC) มหาวิทยาลัยแห่งนี้เชื่อว่า "The world can be changed through engineering" และเขาอยากรับสมัครนักศึกษาที่มีความเชื่อเช่นเดียวกัน แทนที่จะทำโฆษณาเชิญชวนให้คนมาสมัครเหมือนที่อื่น UTEC เลือกที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าวิศวกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้ โดยเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่เมืองของเขาเอง
เราไม่ได้เรียนรู้เพื่อตัวเราเองเท่านั้น แต่เราเรียนรู้เพื่อโลกใบนี้ด้วย
กรุงลิม่า เป็นเมืองทะเลทรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก เมืองทั้งเมืองเข้าสู่วิกฤติแห้งแล้ง เฉพาะผู้มีอันจะกินเท่านั้นถึงมีเงินพอจะใช้บริการน้ำประปาได้ ฝนเป็นสิ่งปาฏิหาริย์ที่ชาวเมืองเฝ้ารอ ปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปีแค่ 0.51 นิ้ว แต่ที่นี่กลับมีความชื้นในอากาศสูงถึง 98%
UTEC จึงสร้างบิลบอร์ดที่ผลิตน้ำดื่มจากอากาศครั้งแรกของโลกครับ ใช้เทคโนโลยีพิเศษที่จับความชื้นในอากาศมาผ่านระบบ Reverse Osmosis แล้วกรองเป็นน้ำดื่มสะอาด เพียง 3 เดือนแรกสามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 9,450 ลิตรให้กับครอบครัวนับร้อย และสามารถชวนนักศึกษาที่อยากร่วมเปลี่ยนโลกมาสมัครเรียนที่ UTEC เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน
เราสอนให้เด็กเอาชนะแต่ลืมสอนให้เสียสละหรือเป็นผู้ให้ เราเลยมีคนเก่งที่เอาแต่กอบโกยอยู่เต็มไปหมด
คุณค่าของคนหนึ่งคนไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้
การแข่งขันที่น่าจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด กลับทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ไร้ค่าที่สุด
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ จากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมจนถึงวันนี้ เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดใช้รวมกันนับตั้งแต่กำเนิดโลกเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน เฉพาะช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เราใช้ทรัพยากรไปถึง 1 ใน 3 ของโลก อัตราเร่งทำลายที่เร็วเกินกว่าดาวเคราะห์ดวงนี้จะเยียวยาตัวเองได้ การแข่งขันทางธุรกิจมุ่งสร้างการแข่งขันการบริโภคเพื่อให้ได้รับการยอมรับ
เราถูกกระตุ้นให้บริโภคเกินจำเป็นตลอดเวลา เราบริโภคมากขึ้นแต่กลับพอใจในสิ่งที่บริโภคน้อยลง จนถึงจุดที่เรารู้สึกไม่เคยพอ สินค้าทุกอย่างถูกออกแบบให้มีวงจรชีวิตสั้นที่สุดเท่าที่จะสั้นได้ เสื้อที่ควรใช้ได้ 5-10 ปี เรากลับใส่แค่ 6 เดือนตามซีซันแฟชั่น รถยนต์พังง่ายขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมง่ายขึ้น มือถือและคอมพิวเตอร์ล้าสมัยภายใน 1 ปี เพื่อที่เราจะได้ซื้อของใหม่ไม่หยุด
เมื่อวงจรชีวิตสินค้าสั้นลง วงจรความอยากของเราจึงทอดยาวมากขึ้น
เราสอนให้เด็กแข่งขัน แต่ไม่ได้สอนให้เด็กใช้ใจ และการแข่งขันที่ปราศจากหัวใจ สร้างความก้าวหน้าทางวัตถุบนซากปรักหักพังของโลก
ในธรรมชาติ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดบริโภคเกินคว ามจำเป็น ต้นไม้ดูดน้ำและสารอาหารจากดินแค่เพื่อดำรงชีวิต ที่เหลือก็แบ่งให้กับต้นอื่น สัตว์กินแค่อิ่มเพื่อเปิดทางให้ชีวิตอื่นได้ขยายพันธุ์อยู่ได้ บางที “การแบ่งปัน” คือวิธีการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
สิ่งที่ ชาลส์ ดาร์วิน ค้นพบก่อนตายและตีพิมพ์อยู่ในงานเขียนที่ถูกยกย่องให้เป็น "his greatest unread book"
"It will have been increased through natural selection; for those communities, which included the greatest number of the most sympathetic members, would flourish best, and rear the greatest number of offspring."
พลังยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ ไม่ใช่ Competition แต่เป็น Compassion
ความรู้ทำให้เรารู้จักโลก แต่ความรักจะทำให้เราเข้าใจโลกครับ






