เรื่องชูนิ้วและชูกี่นิ้ว กลายเป็นประเด็นระดับชาติได้อย่างไร ผมก็ยังพยายามทำความเข้าใจอยู่
อีกทั้งจะชูนิ้วในบ้านหรือที่สาธารณะ ก็เป็นประเด็นซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก
การห้ามพูดห้ามแสดงความเห็นไปทางใดทางหนึ่งนั้น ถือว่าเป็นการผิดหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยอยู่แล้ว
ถ้าห้ามคนชูนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับใครก็เท่ากับเป็นการซ้ำเติมการลิดรอนเสรีภาพหนักหน่วงขึ้นไปอีก
จะว่ากันให้ถึงที่สุดแล้ว สังคมที่อ้างเสรีภาพที่สมบูรณ์นั้น จะต้องให้สิทธิทุกคนที่จะชูหรือไม่ชูนิ้วก็ได้
สิทธิการไม่ชูนิ้วย่อมมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการชูนิ้ว
และการชูนิ้วกี่นิ้วก็ย่อมจะเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่ต่อยอดมาจากเสรีภาพที่จะชูนิ้วหรือไม่ชูนิ้วเป็นปฐม
การไม่ชูนิ้วก็ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยกับคุณ อีกทั้งคุณจะตีความว่าการที่ใครไม่ชูนิ้วเหมือนคุณนั้น จะเป็นการต่อต้านคุณก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน
คนเลือกที่จะชูกำปั้นเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างก็มีถมไป แต่ผมไม่เห็นว่าเคยเป็นปัญหากับคนในสังคมแต่ประการใด
ชูนิ้วเดียวก็ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญหา เพราะอยู่ที่ว่าคุณชูนิ้วไหน หากชูผิดนิ้ว ฝรั่งก็จะถือว่าเป็นการด่าอย่างหยาบคาย
ซึ่งผมก็เห็นว่าแปลกสิ้นดี เพราะว่าการชูหนึ่งนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นนิ้วไหนก็ควรจะมีความหมายเหมือนกันทั้งผู้ทำและผู้พบเห็น แต่คนที่คิดจะหาเรื่อง ไม่ว่าจะชูกี่นิ้วก็มีเรื่องจนได้
ชูสองนิ้วที่โด่งดังมาก คือ สมัยอดีต นายกฯ อังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่บอกว่าสองนิ้วแยกออกนั้นเป็นตัว V อันหมายถึง Victory หรือชัยชนะ
นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาชวนเชื่อ สมัยหลังสงครามที่ผู้นำอังกฤษคนนี้ ต้องการจะปลุกเร้าความฮึกเหิมของคนอังกฤษสมัยนั้น
พอชูสามนิ้วก็กลายเป็นเรื่องการเมือง เพราะมีคนตีความว่าเป็นการทำแบบในหนังฮอลลีวู้ด Hunger Games เป็นสัญลักษณ์ของการฝ่าฝืนต่อต้าน
จะว่าไปแล้ว ใครจะตีความอย่างไรก็เป็นเรื่องของคนคนนั้น แต่ดูเหมือนว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเอาจริงเอาจังกับการชูสามนิ้วเป็นพิเศษ ถึงกับบอกในการปราศรัยผ่านทีวีเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า “ถ้าต้องการจะชูสามนิ้ว ขอให้ชูในบ้าน หากชูนอกบ้านก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อประกาศ”
ทำให้ผมสงสัยว่าชูสามนิ้วในบ้านกับนอกบ้าน ต่างกันอย่างไร
ท่านบอกว่า ขอร้องอย่าชูสามนิ้ว เพราะว่าเป็นการเลียนแบบต่างชาติ เลียนแบบภาพยนตร์ ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น
แต่ทำไม พลเอกประยุทธ์ ไม่ตีความว่าการชูสามนิ้วหมายถึงบันได 3 ขั้น ของ Road Map ที่ท่านประกาศเอาไว้ นั่นคือ ปรองดองสมานฉันท์ ปรองดอง และเลือกตั้งเพื่อ “คืนความสุขให้คนไทย”?
ความจริง หัวหน้า คสช. ก็เสนอให้คนไทยชูห้านิ้ว สองนิ้วเพื่อชาติ อีกสามนิ้ว คือ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ประชาชน ซึ่งก็เป็นลีลาส่งสัญลักษณ์เหมือนกัน
ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาของการตีความกฎหมาย ว่า การชูนิ้วจะถูกหรือผิดอยู่ที่จำนวนนิ้วที่ชู ซึ่งก็จะไม่สอดคล้องกับนโยบายของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เป็นแน่แท้
เพราะไม่ว่า คุณชูนิ้วหรือไม่ หรือชูแล้วชูกี่นิ้ว หรือชูในที่ลับหรือที่แจ้ง ทุกคนก็จะต้องลืมความขัดแย้งแต่หนหลัง หันหน้าเข้าหากันเพื่อสร้างความปรองดอง โดยไม่สนใจว่าใครจะชูนิ้วหรือไม่ และหากจะชู จะชูกี่นิ้ว
เพราะว่า นั่นไม่ใช่สาระแห่งการสร้างสังคมใหม่ เพื่อการปฏิรูป...อย่างแน่นอน






