สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทย หลายฝ่ายยอมรับว่าเข้าขั้นวิกฤติ จนติดอันดับแซงหน้าประเทศในเพื่อนบ้านอาเซียนไปแล้วหลายช่วงตัว
การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการไทย มีการเรียกเงินใต้โต๊ะกันถึงร้อยละ 20-40 ข้าราชการที่ยึดมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความถูกต้อง บางคนเริ่มวางเฉยกับการทุจริตคอร์รัปชัน บางคนเปลี่ยนมาร่วมทุจริตคอร์รัปชันด้วย เพราะนอกจากมีเงินมีทองใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายแล้ว ยังได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่อีกด้วย ส่วนข้าราชการที่ยึดมั่นความถูกต้องอย่างคงเส้นคงวา ซึ่งยังมีอยู่มากก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน พยายามรักษาความดีไว้ สำหรับภาคเอกชนก็ได้เห็นภัยร้ายแรงของการทุจริตคอร์รัปชัน หลายองค์กร ก็ออกมาช่วยกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ก็ช่วยได้เพียงระดับหนึ่ง
ผู้คนจำนวนมากฝากความหวังไว้กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ว่าน่าจะสามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศได้ แต่จากสถานการณ์การคอร์รัปชันที่เลวร้ายขึ้น บ่งชี้ว่าการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. ไม่บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่สาเหตุสำคัญประการหนึ่งน่าจะมาจาก การดำเนินงานที่ล่าช้าของ ป.ป.ช. ที่ใช้เวลาในการไต่สวนสอบสวนเนิ่นนาน จนคดีสำคัญๆ หลายคดีขาดอายุความ ไม่อาจฟ้องร้องได้ หรือไม่สามารถหยุดยั้งความเสียหายได้ทันท่วงที เช่น คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ทำความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล ทำลายระบบการค้าข้าวของประเทศจนยับเยิน ซึ่ง มีผู้ให้ข้อมูล มีข้อเท็จจริงชัดเจน แต่ ป.ป.ช. ก็ใช้เวลาเนิ่นนานเกินแก่กรณีในการไต่สวน และดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ทำให้การทุจริตของโครงการนี้ยังดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง จนความเสียหายบานปลายขาดทุนไม่น้อยกว่าห้าแสนล้านบาทข้าวหายไปเกือบสามล้านตัน
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงมีแนวคิดเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวางว่า คดีทุจริตคอร์รัปชันไม่ควรมีอายุความ ที่ทำให้ผู้กระทำความผิดลอยนวลไป เพราะเลยกำหนดระยะเวลาฟ้องร้อง และควรเปิดช่องให้ราษฎรมีอำนาจฟ้องคดีทุจริตคอร์รัปชันได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันของไทยได้ผลดียิ่งขึ้น
อายุความของคดีอาญา ขึ้นอยู่กับกำหนดโทษของความผิดแต่ละประเภท สำหรับความผิดทุจริตคอร์รัปชันโดยสรุปจะมีอายุความอยู่ระหว่าง 10-20 ปี
เหตุผลของการกำหนดอายุความฟ้องร้อง ข้อที่สำคัญสุดคือ การฟ้องคดีสำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมานานข้อเท็จจริงอาจเลือนรางไป พยานบุคคลอาจย้ายถิ่นที่อยู่ยากแก่การติดตามหรือตายจากไปแล้ว พยานหลักฐานอาจเสื่อมสลาย ถูกทำลายหรือสูญหาย ซึ่งจะเป็นที่ยากลำบากแก่ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องคดีในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ในการฟ้องและสู้คดี อาจทำให้การพิพากษาคดี ผิดไปจากความเป็นจริง เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นได้ และเป็นการเร่งรัดให้ผู้เสียหายให้รีบฟ้องคดีมิฉะนั้นจะเสียสิทธิในการฟ้องร้อง
การทุจริตคอร์รัปชัน มีผลกระทบเสียหายต่อรัฐและประโยชน์สาธารณะโดยรวม และมีผลเสียหายต่อประชาชน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างกว้างขวาง เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจติดตามโดยตลอด ดังนั้น หากมีการยกเลิกอายุความในการฟ้องคดีทุจริตคอร์รัปชัน ก็คงไม่มีผลกระทบต่อหลักการในการกำหนดอายุความฟ้องคดี ในต่างประเทศก็มีหลายประเทศไม่ได้กำหนดอายุความของคดีอาญาบางประเภทไว้ เช่น ในสหรัฐอเมริกา ไม่มีกำหนดอายุความ สำหรับคดีฆาตกรรม คดีข่มขืนผู้เยาว์ วางเพลิง ลักพาเรียกค่าไถ่ เป็นต้น ในประเทศอังกฤษก็มีคดีหลายประเภทที่ไม่มีการกำหนดอายุความ ที่น่าสนใจศึกษาถือเป็นบรรทัดฐานคือ คำพิพากษาของศาลสูงอังกฤษ ที่ไม่ใช่คดีคอร์รัปชันโดยตรง แต่เป็นคดีติดตามเรียกทรัพย์ที่ถูกทุจริตคอร์รัปชันคืนให้ผู้เสียหาย ล่าสุดคือ Williams และธนาคารกลางไนจีเรีย ศาลสูงอังกฤษพิพากษาว่าไม่อยู่ในบังคับของอายุความฟ้องร้อง
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น จึงมีความเป็นไปได้และสมควรเหมาะสม ที่จะยกเลิกอายุความในการห้องคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันบางประเภท เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดเพราะเลยระยะเวลาฟ้องร้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้ดียิ่งขึ้นด้วย
สำหรับการให้ราษฎรมีอำนาจฟ้องคดีทุจริตคอร์รัปชันต่อศาลได้นั้น เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติว่าบุคคลที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล คือ พนักงานอัยการ หรือผู้เสียหาย ดังนั้นราษฎรจะเป็นผู้ฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้ ต้องเป็นผู้เสียหาย และก็มีคำพิพากษาศาลฎีกาวางเป็นบรรทัดฐานไว้ว่าจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยคือเป็นผู้เสียหาย ตามกฎหมายเท่านั้น แม้จะเป็นผู้เสียหายโดยพฤตินัย ถ้าไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ก็ไม่สามารถฟ้องได้ เช่น ผู้สมัครใจก่อการวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ร่างกายได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้เสียหายโดยพฤตินัย แต่การเข้าทำร้ายกันอันเป็นความผิดอาญา จึงไม่ถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่อาจฟ้องคดีได้
สำหรับคดีทุจริตคอร์รัปชัน เช่น การโกงเงินโครงการรับจำนำข้าว ถือว่าเป็นความผิดที่กระทำต่อรัฐ รัฐจึงเป็นผู้เสียหาย แม้จะมีผลกระทบถึงราษฎร เช่น ชาวนาไม่ได้รับเงินค่าข้าว ก็เป็นความเสียหายโดยพฤตินัย บรรทัดฐานทางกฎหมายในปัจจุบันถือว่า กรณีทำนองนี้ราษฎรไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลได้โดยตรง จึงจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายระบุให้แจ้งชัดว่า การทุจริตคอร์รัปชันประเภทใดบ้าง ที่ถือว่ามีผลกระทบเสียหายต่อราษฎรผู้เสียภาษี อันถือได้ว่าราษฎรเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้โดยตรง ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างดีทางหนึ่ง แต่ทั้งนี้ควรกำหนดมาตรการให้มีการกลั่นกรองบุคคลผู้มีอำนาจฟ้องขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง นอกเหนือจากการไต่สวนมูลฟ้องตามที่บัญญัติไว้เดิม เพื่อไม่ให้มีการฟ้องร้องกันง่ายเกินไปจนคดีรกศาล









