ในเดือนที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสร่วมเดินทาง กับบริษัทบัตรกรุงไทยหรือเคทีซี ไปยังประเทศสเปน
หนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ แม้ว่า ในปีนี้ธนาคารกลางสเปนมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสเปนจะขยายตัว 1.2% ในปี 2557 ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตเศรษฐกิจก่อนหน้านี้
สถานการณ์ในตลาดแรงงานของประเทศกำลังปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 25% ในปี 2557 และจะลดลงอย่างต่อเนื่องสู่ 23.8% ในปี 2558 ในขณะเดียวกัน อัตราการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 0.4% ในปี 2557 และ 0.9% ในปี 2558 อันเนื่องมาจากการเพิ่มอัตราค่าจ้างของภาคเอกชน และความยืดหยุ่นมากขึ้นของตลาดแรงงานในประเทศ
แต่ประสบการณ์ช่วงเวลาไม่กี่วันในสเปน ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ยังมีให้เห็นอยู่คือคนเร่ร่อนที่นั่งขอเศษเงิน แม้จะไม่ได้มากมายนักแต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้างตามฟุตบาตรหรือมุมตึก ที่สะดุดตาคือคนหนุ่มหน้าตาและการแต่งตัวที่ดูดีเหมาะเป็นพนักงานบริษัทมากกว่าแต่กลับมานั่งเปิดหมวกอยู่หน้าร้านเสื้อผ้าชื่อดัง หรือแม้กระทั่งมิจฉาชีพที่จ้องจะก่อเหตุกับนักท่องเที่ยว ในทริปนี้สมาชิกบางคนก็ได้ประสบกับตัวมาแล้ว นั่นคือการล้วงกระเป๋าสตางค์ทั้งที่มีคนยื่นเฝ้าอยู่ถึง 3 คน
แน่นอน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการชอปปิ้งในเสื้อผ้าแบรนด์ดังอย่าง ZARAและ MNG แบรนด์ดังสัญชาติสเปนที่มีสินค้าคุณภาพดี ทันสมัยและราคาไม่แพง เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ออกตัวก่อนว่าดิฉันไม่ใช่แฟชั่นนิสต้า หรือมีความรู้ด้านแฟชั่นระดับโลกเป็นอย่างดี เพิ่งรู้เสียด้วยซ้ำว่าซาร่ามีต้นกำเนิดจากสเปนหรืออินดิเท็กซ์ บริษัทผลิตเสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์ดัง ยิ่งเมื่อได้มาฟังสัมมนาของธนาคารกรุงเทพที่ได้เชิญอาจารย์สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ กูรูด้านเศรษฐกิจ เป็นวิทยากรเพื่อฉายภาพด้านเศรษฐกิจให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านเล่าว่า ท่านเคยอยู่สเปนในช่วงก่อนที่จะเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปในปี 1986
แบรนด์ซาร่าในขณะนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักระดับโลกเช่นนี้ เป็นเพียงเอสเอ็มอีรายหนึ่งเท่านั้น หลังจากเข้าสู่สหภาพยุโรป ทำตลาดในแถบยุโรป และขยายตลาดออกไปเรื่อย ๆ จนปัจจุบันซาร่าเป็นแบรนด์ดังระดับโลกไปแล้ว เมื่อรวมกับแบรนด์อื่นๆ ของ และทำให้ผู้ก่อตั้งอย่าง นายอามันซิโอ ออร์เตกา กลาย มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยติดอันดับ 3 ของโลกโลก ด้วยสินทรัพย์รวม 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2556
ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ทั้งภาคพื้นทวีป กลยุทธ์ของซาร่าคือการออกแบบเสื้อผ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ผลิตในจำนวนจำกัดและสามารถที่จะเปลี่ยนแบบเสื้อผ้าได้อย่างรวดเร็ว และในระยะหลังมีการขยายธุรกิจไปตามประเทศเกิดใหม่หลายประเทศ ซึ่งการเติบโตของประเทศเหล่านั้นช่วยสนับสนุนการเติบโตของอินดิเท็กซ์ให้มีกำไรต่อเนื่องในภาวะที่เศรษฐกิจในประเทศยังหดตัว
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้อาจจะมีเมฆหมอกปกคลุมไปทั่ว โดยเฉพาะปัจจัยการเมืองที่ทำให้เรามองไม่เห็นทางออกของประเทศ และลามไปถึงธุรกิจที่ไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ควร สิ่งที่ภาคธุรกิจพยายามทำในขณะนี้อาจเป็นการรัดเข็มขัดประหยัดต้นทุน เพื่อประคองธุรกิจและดูแลสภาพคล่องให้เพียงพอ ที่จะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ แต่จะดีกว่าหรือไม่หากเราลองถอยออกจากวังวนเดิมๆ แล้วมองโลกในมุมที่กว้างขึ้น เปิดใจให้กับโอกาสใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เชื่อว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ขมุกขมัวเราจะมองเห็นแสงสว่างได้แน่เหมือนซาร่าที่อยู่ในดินแดนแห่งวิกฤติแต่ก็ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง









