ถ้าใครอยากรู้ว่า ทำไมผู้คนจึงเรียกร้อง ให้มีการปฏิรูปกันขนานใหญ่ทั่วประเทศ
ถ้าใครอยากรู้ว่า ทำไมคนไทยจำนวนไม่น้อย จึงบอกว่าความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมไทยมีมากเหลือเกิน
ถ้าใครมีคำถามว่า นโยบาย “ประชานิยม” ได้ช่วยทำให้คนจนของประเทศไทยมีฐานะดีขึ้นจริงๆ หรือไม่
ถ้าใครอยากรู้ว่า ทำไมความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ จึงเสื่อมทรามลงอย่างต่อเนื่อง
ต้องอ่านและวิเคราะห์รายงานของสถาบันไทยศึกษา ที่เพิ่งเปิด 8 ข้อเท็จจริง ว่าด้วย “ความเหลื่อมล้ำในไทย”
ผลการศึกษาชุดนี้ ตอกย้ำความจริง ที่คนไทยทุกคนควรจะต้องนำไปศึกษา เพื่อให้เข้าใจถึงแก่นรากปัญหาของประเทศ แทนที่จะฟังเพียงวาทกรรมของคู่ขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานมาหลายปี
เพราะว่าสาระจริงๆ ของปัญหา อยู่ที่ข้อสรุปชัดเจนว่า รายได้ของเศรษฐีและนักการเมืองไทยนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับคนจนแล้ว “ฟ้ากับเหว”
คุณเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา รายงานจากซีรีส์งานศึกษาเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยนั้น ค้นพบข้อที่น่าสนใจว่า
1.ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้ดีขึ้นเลย จาก 25 ปีที่ผ่านมา
2.กลุ่มใหญ่ที่สุดในครอบครัวยากจน คือ ครอบครัวที่มีคนชราเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่ใช่เกษตรกรอย่างที่เข้าใจกันทั่วไป
3.เกือบครึ่งหนึ่งของครอบครัวไทย มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ขณะที่รายได้ครอบครัวเฉลี่ยทั้งประเทศ อยู่ที่ 23,000 บาทต่อเดือน
4.อันดับความเหลื่อมล้ำของไทยเมื่อเทียบกับ 157 ประเทศทั่วโลกแย่ลงจากเดิมอันดับ 121 ตกไปอยู่อันดับ 135 ใกล้เคียงกับสวาซิแลนด์และเอลซัลวาดอร์
5.ความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งไทยอยู่อันดับท้ายๆ ของโลก คือ 162 จาก 174 ประเทศ
6.ทรัพย์สินเฉลี่ยของครอบครัว ส.ส. รวยกว่าอีก 99.999% ของครอบครัวไทย โดยทรัพย์สินรวมของ ส.ส. 500 ครอบครัว รวมกันเท่ากับ 40,000 ล้านบาท มากพอๆ กับทรัพย์สินของ 2 ล้านครอบครัวรวมกัน ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรีไทยสูงกว่าคนที่มีทรัพย์สินสุทธิอยู่กึ่งกลางถึง 9,000 เท่า
7.ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา สาธารณสุข ของคนร่ำรวยมีโอกาสมากกว่าคนยากจน ดูได้จากคะแนน PISA ซึ่งประเมินผลสอบนานาชาติ ที่วัดกับเด็ก 15 ปีทั่วประเทศ พบว่า เด็กจากครอบครัวรวยที่สุด 20% มีโอกาสผ่านเกณฑ์คะแนนเฉลี่ยวิชาเลขมากกว่าเด็กจากครอบครัวจนที่สุด 10% กว่า 2 เท่า
8.ความเหลื่อมล้ำที่สำคัญที่ควรแก้ คือ ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส เราคงทำให้ทุกคนรวยเท่ากันไม่ได้ แต่ต้องทำให้คนมีโอกาสเท่าเทียมกันมากขึ้น
การศึกษาครั้งนี้ พบว่า การเติบโตเศรษฐกิจในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ทำให้จีดีพีของไทยขยายตัว 4 เท่า แต่รายได้ครัวเรือนกลับเพิ่มขึ้นเพียง 3 เท่า และเป็นการเพิ่มขึ้นที่ไม่ได้มีสัดส่วนเท่ากันสำหรับคนกลุ่มต่างๆ ด้วย ครัวเรือนที่รวยที่สุด 10% แรกมีรายได้เพิ่มจาก 28,808 บาทต่อเดือน เป็น 90,048 บาทต่อเดือน แต่ครัวเรือนที่จนที่สุด 10% รายได้เพิ่มจาก 1,429 บาทต่อเดือน เป็น 4,266 บาทต่อเดือน
ความเหลื่อมล้ำของรายได้เพิ่มจาก 20 เท่า เพิ่มเป็น 21 เท่า ในปี 2554
ตัวเลขทั้งหมดนี้ ฟ้องให้เห็นถึงปัญหาพื้นฐานของสังคมไทย ความสัมพันธ์ของนักการเมืองกับชาวบ้าน และ ชนชั้นกลาง จึงเป็นที่มาของความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง ที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง...อยู่จนถึงทุกวันนี้









