วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องยกเครื่อง

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวของนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 69 ซึ่งเสียชีวิตจากการฝึกโดดร่ม

แล้วเกิดเหตุร่มไม่กาง มา ณ ที่นี้

+++สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามนายตำรวจ 2-3 นายซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นพี่หลายปีที่เคยผ่านหลักสูตรนี้มาแล้ว ก็ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมว่าหลักสูตร "โดดร่ม" นี้อยู่ในหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนนายตำรวจที่ไม่ได้บังคับว่าต้องฝึก แต่ นรต.ส่วนใหญ่อยากฝึกเพื่อเป็นความ "ภาคภูมิใจ" และเป็น "เกียรติประวัติ" ในชีวิต

+++แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ทำให้คนในสังคม โดยเฉพาะกับแวดวง "สีกากี" เศร้าสลดไปตามๆ กัน เพราะลองไล่เช็คประวัติศาสตร์การฝึกกระโดดร่มของ นรต.ชั้นปีที่ 2 หลายต่อหลายรุ่นที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตเช่นนี้มาก่อน เผลอๆ เป็นหนึ่งในรอบหลายสิบปีด้วยซ้ำ

+++นายตำรวจสาย นรต.ที่ผู้เขียนได้พูดคุยส่วนใหญ่ก็ยังอยากให้คงหลักสูตรนี้ไว้เพราะในการฝึกกระโดดร่มนั้นแฝงเรื่องการฝึก "จิตใจ" ไปในตัวซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อการบ่มเพาะความเป็น "ผู้นำ" และการ "ตัดสินใจ" ให้นรต.แต่ละคนก้าวออกจากรั้วการศึกษาไปสู่การทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

+++ขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งก็มีเสียงสะท้อนจากนายตำรวจ ระดับพันตำรวจเอกบางคนที่ไม่เห็นด้วย กับการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว พร้อมกับยกตัวอย่างเหตุการณ์คัดค้าน ซึ่งเคยเกิดขึ้นอย่างน้อยสองครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจเคยมีความพยายามจะยกเลิกหลักสูตรนี้

+++ เหตุผลที่ถูกหยิบยกมาอ้างคือ เรื่องความสิ้นเปลืองงบประมาณ และความจำเป็นเพราะตำรวจไม่ใช่ "หน่วยรบ" เหมือนทหารจึงมีการตั้งคำถามว่า ตำรวจจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ฝึกมานี้ ในโลกแห่งความเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด แต่สุดท้ายก็ทนกระแสต้านจากเหล่า นรต.ไม่ไหว จำต้องคงหลักสูตรนี้ไว้เช่นเดิม

+++แต่เชื่อว่ามีสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันคือเรื่องสภาพ "เครื่องไม้เครื่องมือ" ที่ใช้ในการฝึก อาจต้อง "ยกเครื่อง" ขนานใหญ่ รอแค่ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งว่าจะเป็นแค่เรื่องวัสดุอุปกรณ์หรือจะลุกลามไปถึง "หลักสูตร"...อีกสักพักคงได้ทราบกัน

+++เมื่อพูดถึงหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน "นายร้อยตำรวจ" ซึ่งปัจจุบันนี้มีการปรับปรุงวิชาการเรียนการสอนพร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นหลักสูตร "รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต

สาขาวิชาการตำรวจ" หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 แม้จะยังคงหลักสูตร "โดดร่ม" นี้ไว้แต่ก็ใช่ว่าหลักสูตรจะไม่มีการปรับปรุงแก้ไขเสียเลย เพราะเมื่อพลิกๆ ดูแล้วก็เห็นว่ามีหลายวิชาที่ถูกปรับปรุง เช่นเรื่อง "อาเซียน" แล้วก็เห็นแวบๆ ว่ามีวิชาว่าด้วย "ตำรวจกับชุมชน" หรือ Community Policing ด้วย

+++เมื่อเอ่ยถึงเรื่องตำรวจกับชุมนุมก็ทำให้คิดถึงแนวคิดที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ แม่ทัพตำรวจสอบสวนกลางเป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิด "ตำรวจผู้รับใช้ชุมนุม" ศาสตร์ตำรวจสมัยใหม่มาใช้กับตำรวจไทย และพยายามผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตลอดหลายปีที่ผ่านมา กระทั่งขณะนี้ถูกกำหนดเป็นหนึ่งใน "ยุทธศาสตร์" สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว

+++ไม่ทราบว่าเรื่องหลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงกับหนึ่งในยุทธศาสตร์ตำรวจข้างต้น เป็นความสอดคล้องกันโดยบังเอิญหรือตั้งใจ แต่แว่วๆ มาว่านับจากนี้ไปจะมีกระแสความเปลี่ยนแปลงจาก "ภายใน" ที่ต้องติดตาม...อาจจะขั้น "ยกเครื่อง" เลยก็ได้ใครจะไปรู้...