สำหรับ "มวลมหาประชาชนสตรี" จากต่างจังหวัด วันสตรีสากล 2557 นี้คงเป็นวันพิเศษวันหนึ่งในชีวิต จะได้ระลึกถึงในความทรงจำ
ไปพร้อมๆ กับการได้ไปไหว้พระที่วัดพระแก้ว
แม้คนกรุงเทพฯก็ใช่ว่านึกจะไปก็ไปกันง่ายๆ ไปไหว้พระถึงวัดพระแก้ว ต้องใช้เวลาเดินทาง ต้องดูวันและเวลาเปิดปิดให้เข้าชม ต้องแต่งกายเรียบร้อย และที่ทำให้เรารู้สึกว่ายุ่งยากกว่าไปวัดอื่นๆ อีก ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาชมวัดพระแก้วในเวลาเปิดให้เข้าชม
วันสุกดิบ 7 มีนา บนเวทีสวนลุมพินี เลขาธิการ กปปส. สุเทพ เทือกสุบรรณ ของ “มวลมหาประชาชน” ประกาศว่าวันรุ่งขึ้น 8 มีนา เป็นวันแสดงพลังสำคัญของผู้หญิง ให้บรรดาผู้ชายช่วยกันปัดกวาดทำความสะอาด ดูแลที่พักและเด็กเล็ก เพื่อที่ผู้หญิงจะได้ออกไปทำกิจกรรมแสดงพลังสร้างสรรค์ในวันสตรีสากล
ในชีวิต ผู้เขียนก็ยังไม่เคยเห็นการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ครั้งใดเลยเหมือน 8 มีนาคม ครั้งนี้ที่เพิ่งผ่านไป ที่ได้เห็นหญิงไทยมากมายสองสามพันคนหรืออาจจะมากกว่านั้นมารวมกันในที่เดียว ณ เวทีมวลมหาประชาชนสวนลุมพินี เพื่อจะเดินทางไปไหว้พระด้วยกัน ที่วัดพระแก้ว โดยที่นั่น ก็มีมวลมหาประชาชนสตรีส่วนหนึ่งไปรอสมทบอยู่
ขบวนรถบัสสี่คันแรกออกจากสวนลุมพินีตั้งแต่ก่อน 10 โมงเช้า มีสตรีอีกไม่น้อยรู้สึกผิดหวังอยู่ข้างหลัง แต่แล้ว ก็มีรถ "อาสา" มารอรับอีกที่หน้าลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6
ขบวนรถ “อาสา” คราวนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ประกอบด้วยรสบัสหน้าต่างติดกระจกสีมืดเพียง 4-5 คัน ซึ่งก็แน่นทุกคันรถ แต่รถอื่นๆ อีกกว่า 20 คัน ส่วนใหญ่ เป็นรถบรรทุกหกล้อ ท้ายเปิด ไม่มีหลังคา มวลมหาประชาชนสตรีเบียดเสียดยัดเยียดทั้งนั่งทั้งยืนอยู่เต็มคันรถ รถสี่ล้อท้ายเปิดก็มีทั้งรถกระบะและรถปิกอัพซึ่งก็บรรทุกคนล้นปรี่เช่นกันจนน่าเป็นห่วงเวลารถเบรกกะทันหัน
ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส แม้ต้องนั่งและยืนอยู่ในรถอย่างแออัดใต้แสงแดดร้อนแรง สำรวจดูแล้ว มีทุกวัยเว้นวัยเด็กเล็กเท่านั้นเอง มาจากทุกภาค เหนือ ใต้ กลาง ตะวันออก ตะวันตก และกรุงเทพฯ ต่างคงเคยมาร่วมเวทีมวลมหาประชาชนอยู่บ้างในช่วงเวลาร้อยกว่าวันที่ผ่านมา จึงได้มาร่วมแสดงพลังเชิง “สัญลักษณ์” กันอีกวันนี้
กระนั้น เมื่อเห็นหญิงสูงอายุวัยที่ผมขาวโพลนหมดแล้วต่างยึดที่นั่งในรถหกล้อสี่ล้ออย่างมั่นคง ไม่ยอมลุกไปไหนเพราะเกรงจะสูญเสียที่ไปทั้งที่รู้ว่ารถจะยังไม่ออกในหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า สำหรับคุณย่าคุณยายเหล่านี้ ผู้เขียนรู้สึกว่าการไปไหว้พระที่วัดพระแก้วน่าจะมีความหมายอย่างเป็นของจริง ไม่ใช่เพียงการไปเชิง "สัญลักษณ์" เท่านั้น
พลังของผู้หญิงทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะหญิงไทย หมดไปมากๆ กับการงานที่ เลขาธิการ กปปส. ได้ขอร้องบนเวทีให้ผู้ชายช่วยทำ เพื่อว่าจะได้ปลดปล่อยให้ผู้หญิงมีเวลาไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างอื่นบ้าง
ไม่ว่าเธอจะทำงานอยู่ในอาชีพภาคส่วนใด ทั้งเกษตร งานโรงงาน งานราชการ งานลูกจ้างประจำและรายวันตลอดจนทำงานนอกระบบ รับงานมาทำที่บ้านและค้าขายทำธุรกิจส่วนตัว หรือว่าเคียงบ่าเคียงไหล่ทำอาชีพเดียวกับสามี
ในการอบรมลูก ทุกบ้านสอนลูกหญิงให้ทำงานบ้านทำงานดูแลปรนนิบัติมากกว่าลูกชาย
สรุปว่าเพศหญิงทั่วโลก ไม่ว่าจะมีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างไร ต้องทำงานบ้านงานดูแลปรนนิบัติคนในบ้าน มากกว่าเพศชายกันทั้งนั้น
โออีซีดี (Organization for Economic Cooperation and Development : OECD) เปิดเผยข้อมูล วันสตรีสากล ปี 2557 จากการสำรวจ 20,000 ตัวอย่าง ตั้งแต่ปี 2005 ในกลุ่มประเทศสมาชิก 34 ประเทศ ว่า ชายนอร์เวย์เป็นชายชาติที่แบ่งปันแบกรับภาระงานบ้านมากที่สุด คือ รับไปทำ 180 นาทีต่อวัน เหลือให้หญิงนอร์เวย์รับไป 210 นาที เทียบกับผู้หญิงตุรกีที่รับไป 377 นาที และชายตุรกี 116 นาที ส่วนชายญี่ปุ่นทำงามหน้าชายเอเชียเอาการอยู่ คือ งานบ้านวันละ 62 นาที โดยหญิงญี่ปุ่นรับไป 300 นาที
ชายไทยเล่า จะแบ่งเบางานบ้านสักกี่นาทีจึงจะดีในทุกๆ วัน ไม่ใช่เฉพาะวันสตรีสากลในเชิง “สัญลักษณ์”
ไหนๆ เลขาธิการ กปปส. เองเป็นคนพูดเรื่องงานบ้าน ซึ่งคงจะได้ยินไปถึงหูคนจำนวนมาก ว่ากันว่าคนไทยอาจถึง 10 ล้านคนที่ทุกค่ำคืน คอยเฝ้าติดตามฟัง “ลุงกำนัน” ทั้งที่อยู่หน้าเวที กปปส. และหน้าจอนานาชนิด ตั้งแต่เมื่อได้เกิดมีปรากฏการณ์ “มวลมหาประชาชน” ที่คนออกมาชุมนุมและเดินขบวนคัดค้านการใช้อำนาจเผด็จการในรัฐสภาและการฉ้อฉลอื่นๆ ของรัฐบาลเสียงข้างมาก พรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่แล้ว
วาระปฏิรูป ของ กปปส. ต้องปฏิรูปกฎหมายแรงงานหาทางทำให้อาชีพรับจ้างทำงานบ้านตามบ้านได้รับการคุ้มครองแรงงานเหมือนอาชีพอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เพื่อและเพราะความเป็นหญิง แต่เพราะความเป็น “พลเมือง” อย่างที่ กปปส.ได้พามวลมหาประชาชนสตรีไปปฏิญาณตนเป็นพลเมืองดีที่วัดพระแก้วนั่นอย่างไร อีกทั้งต้องปฏิรูปกฎหมายแรงงานที่เขียนไว้ว่า “งานบ้านไม่ก่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ” กปปส. ต้องปรึกษานักเศรษฐศาสตร์ที่เข้าใจเรื่องนี้
บอกตรงๆ ว่า มีความหวังกับ กปปส. มากกว่ารักษาการนายกฯผู้ไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนทำงาน จึงชอบ “จัดให้” เพียงเพราะเป็นหญิงเช่น กองทุนพัฒนา (ประชานิยม) สตรี โดยเฉพาะโครงการ “สมาร์ทเลดี้” ชื่อฝรั่งก็บอกจริตปาหี่เต็มเปา








