สัปดาห์ที่แล้วเราเริ่มคุยกันถึงแนวทางที่ลูกน้องคนละท้องเดียวกับหัวหน้า จะสามารถบริหารลูกพี่ที่ไม่ต้องชะตาได้อย่างมืออาชีพ
1. มองหัวหน้าให้เป็นเสมือน “ลูกค้า” คนสำคัญ สารพันวิธีการที่ใช้ในการเข้าใจ ดูแล และตอบโจทย์ลูกค้า กรุณานำมาใช้ให้หมด
2. ไม่ปล่อยให้ตัวเราตกต่ำเพราะความขัดแย้ง การรักษาภาพลักษณ์อันดี หรือ Brand ของตนเองอย่างเหนียวแน่น ถือเป็นแก่นของมืออาชีพ ไม่ว่าจะรักหัวหน้าหรือไม่ ลูกน้องชั้นดีไม่มีข้ออ้างในการลดมาตรฐานของตน จนเป็นคนเจ้าปัญหา เสียอนาคต
วันนี้มาดูกันเพิ่ม เพื่อเติมทักษะในการบริหารหัวหน้างานอย่างมืออาชีพค่ะ
3. รู้กระจ่างว่าหัวหน้ามีความคาดหวังอย่างไร
ความหงุดหงิดจิตตกที่หัวหน้ามีกับลูกน้อง ส่วนสำคัญมาจากงานที่ไม่ได้ดั่งใจ ที่ส่งมาไม่เป๊ะ ไม่ใช่ ช้าไป น้อยไป ไม่ถูกทาง ฯลฯ
ปัจจุบัน มีศาสตร์หลากหลายที่หัวหน้าน่าจะใช้ในการสร้างความกระจ่างให้ลูกน้อง ว่าพี่ต้องการอะไร ความสำเร็จวัดอย่างไร เช่น ระบบการตั้งเป้าหมาย ในกระบวนการบริหารผลงาน หรือ Performance Management แต่ก็ใช่ว่าทุกท่านจะแจ้งแจ่มชัด จัดเต็มให้ลูกน้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพราะละเลย ขาดทักษะ หรือ กะเอาว่าลูกน้องน่าจะเข้าใจแล้วมั้ง
ลูกน้องธรรมดาจะคร่ำครวญว่า พี่ไม่เคยชี้ชัด บอกให้ทำดีๆ บอกให้ทำเร็วๆ แต่แม้ทำดีแค่ไหน ทำเร็วเท่าไหร่ ก็ไม่เคยใช่ รำๆกะจะให้พี่ทำเองท่าจะดี
ลูกน้องขั้น “กว่า” ไม่ต่อว่าเพ้อพร่ำร่ำไร แต่จะใช้หลากหลายวิธี ที่จะสร้างความเข้าใจ จะได้ไม่หลงทาง อาทิ ส่งแผนงานกลับไปให้หัวหน้าพิจารณา ว่างานที่ท่านมอบหมาย จะใช้วิธีนี้ดำเนินการ หากท่านไม่เห็นเป็นอื่น ผมจะเดินตามนี้นะครับ
บางคนรอหาจังหวะดีๆ สอบถามลูกพี่เพื่อยืนยันความเข้าใจ จะได้ไม่งอแงกันภายหลัง
หรือบ้างก็หาโอกาสพบหัวหน้าเป็นระยะๆ เพื่อรายงานความคืบหน้า หากมีอุปสรรคหลักอะไร ให้พี่มีข้อมูลเสียตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ตกใจหากงานไม่เป็นไปตามแผน
นอกจากนั้น ลูกน้องที่บริหารลูกพี่เป็น ต้องสอบถามให้รู้ว่าหัวหน้าต้องการข้อมูลอะไร ติดตามงานถี่ห่างแค่ไหน ด้วยวิธีใด แล้วพร้อมปรับให้สอดคล้องรับได้ร่วมกัน
4. เสริมจุดอ่อนและเรียนรู้จากจุดแข็งของหัวหน้า
มองคนที่เป็นลูกพี่ด้วยใจเป็นกลาง เจาะหาข้อดีที่ทุกคนต้องมี แล้วหาวิธีซึมซับ รับความรู้ ขอให้พี่เป็นครูก็ดูดี
นอกจากนั้น มีเมตตาและเข้าใจว่า พี่เราเขาก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่ไม่สามารถเก่งกล้าในทุกเรื่อง ย่อมขาดบ้าง เกินบ้าง หลุดบ้าง ไม่ต่างจากเรา
หากมองในแง่ดี การที่พี่มีจุดอ่อน ถือเป็นโอกาสให้เราเสริมแรง เพื่อให้งาน ทีม รวมทั้งลูกพี่แกร่งขึ้น
ลูกพี่ไม่เชี่ยวชาญด้านไอที ทำให้พี่วางใจ ว่าไว้ใจเราได้ในเรื่องนี้ พี่มีปัญหาคอมพิวเตอร์ทีไร ก็เบาใจ เพราะน้องช่วยได้ ไม่เคยเกี่ยง
หัวหน้าทั้งไม่ชอบ และไม่มีเวลาสร้างเครือข่าย ลองทำตัวเป็นลูกน้องที่พึ่งได้ โดยเร่งสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
ยามที่ทั้งทีมและลูกพี่มีปัญหา ต้องพึ่งพาใครๆ ไม่ว่าจะทั้งใน หรือนอกองค์กร เราก็สามารถโยงใยให้ได้ ถือว่าเป็นลูกน้องไม่ธรรมดากาไก่ ค่อยๆ ชนะใจพี่ได้ ไม่ท้อ
ทำตัวเป็นลูกน้องที่มีคุณค่า พึ่งพาได้ ทั้งจริงใจ และสม่ำเสมอเช่นนี้ ลูกพี่โหดแค่ไหน ก็พร้อมใจอ่อน
5.ลดความเสี่ยง เลี่ยงหัวหน้าโหด
วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ กันไม่ให้เกิดปัญหาเสียตั้งแต่ต้น
ท่านที่กำลังหางาน หรือคิดโยกย้ายหนีนายโหด สามารถลดความเสี่ยงได้ โดยหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าบรรยากาศจริงของการทำงานที่นั้นๆ เป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามจากคนที่มีประสบการณ์ ทำการบ้านหาข้อมูล หรือ หากมีโอกาส อาจขอเข้าไปทำงานร่วมกับทีมของหัวหน้าใหม่ก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจ
หากเห็นว่าท่าจะหงุดหงิดจิตตก ไปด้วยกันไม่ไหว จะได้ชั่งใจให้รอบคอบ ก่อนตอบตกลงปลงใจเป็นลูกน้อง
ที่สำคัญ ลืมไม่ได้ คือรู้ให้เท่าทันว่า ไม่มีใครดีไร้ที่ติ
จะให้ใครๆ เป็นได้ดังใจเรา ต้องตั้งหลักโดยทำตัวเราเองให้ได้ดั่งที่ใจเราอยากให้เป็น
หากทำได้ เชื่อว่าปัญหาใดๆ ก็ไม่สามารถทำให้เราหวั่นไหว เพราะเราสั่งใจตนเองได้ หัวหน้าจะโหดแค่ไหน ก็มีสติ รับได้ ไม่กังวล
แต่หากยังทำไม่ได้
ก็ต้องยกประโยชน์ให้ลูกพี่ที่เป็นจำเลยค่ะ








