วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประท้วงที่ยูเครน : เจรจานองเลือด กัมพูชา : ต่อรองปฏิรูปการเลือกตั้ง

การประท้วงรัฐบาลที่ยูเครนและกัมพูชา เคียงคู่กับการประท้วงของประเทศไทย มาประมาณ 3 เดือน

มีความเคลื่อนไหวที่น่าศึกษาติดตามและวิเคราะห์ เพื่อให้เห็นความเหมือนและความต่างที่เป็นบทเรียนร่วมกัน

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลรักษาการของไทยไม่ยอมถอย และแกนนำของฝ่าย กปปส. ประกาศจะไม่ยอมเจรจา, ที่ยูเครนและกัมพูชาก็มีความพยายามจะหาทางออกจากวิกฤตด้วยการเจรจา

ที่เมืองเคียฟ ประเทศยูเครน, มีการประกาศ “สงบศึก” ของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านได้ไม่กี่ชั่วโมงเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา ก็กลับไปสู่วงจรความรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ยอดคนตายไม่น้อยกว่า 75 คนและบาดเจ็บหลายร้อยทั้งฝ่ายผู้ประท้วงและตำรวจ

เพราะประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโกวิชยืนยันจะสลายผู้ชุมนุมที่ “จัตุรัสอิสรภาพ” (Independence Square) กลางเมืองหลวงด้วยกำลังตำรวจโดยอ้างว่าฝ่ายต่อต้านมีอาวุธและก่อเหตุร้าย

การแสดงท่าทีพร้อมจะเจรจาเป็นเพียงกลเม็ด หลอกล่อฝ่ายตรงข้ามให้ตายใจเท่านั้น เมื่อความไว้วางใจขาดสะบั้นลง เสียงปืนก็ดังก้องขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อความรุนแรงระเบิดตูมตามขึ้นรอบใหม่ ความหวังที่จะหาทางกลับสู่โต๊ะเจรจาก็ริบหรี่ลงไปอีก

ที่พนมเปญ ฝ่ายค้านกับรัฐบาลตกลงตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อการปฏิรูปการเลือกตั้ง หลังจากมีการเผชิญหน้าและสลายการชุมนุมกลางเมืองหลวงเช่นกัน

ล่าสุดพรรคของนายกฯ ฮุนเซน Cambodian People’s Party (CPP) กับพรรคฝ่ายค้าน Cambodia National Rescue Party (CNRP) ของสม รังสี ตกลงจะส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการจำนวนเท่ากัน เพื่อแสวงหากลไกในการปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้ง

คณะกรรมการร่วมจะจัดให้มีการระดมความคิดจากส่วนต่าง ๆ ของสังคมไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ, พรรคการเมือง, เอ็นจีโอ, และ “ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย” ในประเทศ

ดูไปแล้วก็มีอะไรละม้ายกับ “สภาปฏิรูป” ที่รัฐบาลไทยเคยพยายามจะจัดตั้งขึ้นมา แต่ก็เป็นหมันไป เพราะเกิดความสงสัยคลางแคลงว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะปฏิรูปจริง และลงท้ายก็จะเป็นเพียงการจัดฉากให้ดูดี แต่เนื้อหาไม่มีอะไรที่จะนำไปสู่การปฏิรูปอย่างจริงจังได้

นายสม รังสี ยังยืนยันว่าแม้พรรคฝ่ายค้านพร้อมจะเข้าร่วมตั้งคณะกรรมการร่วม แต่เขาก็ยังต้องการให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาการทุจริตในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมปีที่แล้ว ที่รัฐบาลชนะอย่างไม่ใสสะอาด และพรรคฝ่ายค้านเชื่อว่าหากไม่มีการโกงการเลือกตั้ง, นายฮุนเซน ก็ตกจากตำแหน่งนายกฯที่ครองมา 28 ปีแล้วแน่นอน

หัวหน้าฝ่ายค้านและแกนนำการประท้วงบอกว่า จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ การต่อต้านจึงจะสงบได้

แต่ฮุนเซนเอง ก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่ายังไง ๆ ก็จะไม่มีการเลือกตั้งใหม่ และการตั้งคณะกรรมการร่วมนั้น ก็เพื่อจะปรับปรุงการเลือกตั้งในอนาคตเท่านั้น ไม่มีผลย้อนหลังไปสู่การเลือกตั้งที่มีผลไปแล้ว

ฝ่ายค้านยังคว่ำบาตรการประชุมรัฐสภาอยู่ ซึ่งทำให้มองเห็นความไม่ชอบธรรมของการครองอำนาจของฮุนเซนวันนี้

ที่กรุงเคียฟ เดิมทีก็ทำท่าว่าจะมีการเจรจา แต่รัฐบาลประกาศ “สงบศึก” ได้ไม่กี่ชั่วโมงฝ่ายต่อต้านกับตำรวจก็ปะทะกันอีก

รัฐบาลอ้างว่าฝ่ายประท้วงเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงสงบศึก และใช้จังหวะของการตกลงที่จะระงับการปะทะกันนั้นสั่งสมอาวุธ เพื่อจะโจมตีฝ่ายรัฐบาลใหม่เท่านั้นเอง

แต่ฝ่ายต่อต้านชี้นิ้วไปที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล ที่มีอาวุธมากกว่าและใช้วิธีการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างดุเดือดรุนแรง ผิดข้อตกลงที่จะยุติการสลายฝูงชน

การปะทะกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตายไป 28 คนและบาดเจ็บเกือบ 300 คน เป็นความรุนแรงหนักหน่วงที่สุดตั้งแต่การประท้วงรัฐบาลเริ่มมาเมื่อ 3 เดือนก่อน

ความรุนแรงที่ระเบิดขึ้นอีกรอบหนึ่งเมื่อวันพฤหัสฯ มีคนตายอีกไม่น้อยกว่า 20 และบาดเจ็บเป็นเบืออีกเช่นกัน

ยังมองไม่เห็นว่าวิกฤตที่ยืดเยื้อของยูเครน จะตกลงกันที่โต๊ะเจรจาได้อย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างหมดความไว้เนื้อเชื่อใจกันแล้ว

ที่กัมพูชา แม้จะเข้าสู่โหมดการเจรจาแล้ว แต่หากฮุนเซนยังกอดเก้าอี้เอาไว้ ไม่ยอมให้มีการสอบสวนข้อหาการฉ้อฉลการเลือกตั้ง และไม่ให้คณะกรรมการร่วมพิจารณาการเลือกตั้งใหม่,โอกาสที่วิกฤตการเมืองเพื่อนบ้านแห่งนี้จะหวนกลับมาอีกรอบก็ยังมีสูง

วิกฤติการเมืองไทยยังตกอยู่ในสภาพตีบตัน การเจรจายังไม่เกิดแม้จะมีความพยายามให้มีการพูดคุยกัน และตราบเท่าที่รัฐบาลรักษาการ ยังไม่ถอยและฝ่ายต่อต้านเสริมพลังแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะอำนาจต่อรองของรัฐบาลอ่อนลง ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้ทุกขณะ