ในสาระในอันที่จะส่งไปถึงผู้รับข่าวสาร โดยเฉพาะขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องนั้น อย่างเช่นข่าว "ปฏิญญาพม่า"
ที่มีผู้คนในโซเซียลมีเดียนำไปเผยแพร่ ทำนอง ว่า ป.ป.ช. ดึงเรื่องการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อถอดถอน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ในกรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้คดีล่าช้า
>>> ข่าวนี้แซร์กันแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ทำนองว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถูกซื้อตัวไปแล้วบ้าง พยายามดึงเรื่องให้ล่าช้า เพื่อให้ "คนโกง" ได้โกงต่อไปบ้าง นั้น
>>> สำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอย่าง "ตรงไปตรงมา" ตามกระบวนการและกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบและกฎหมายทุกประการ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือขอให้หยุดหรือส่งข้อความเหล่านั้นซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด การเผยแพร่ข้อความดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายและความน่าเชื่อถือต่อองค์กร ป.ป.ช. รวมทั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มิเช่นนั้นสำนักงาน ป.ป.ช.อาจจะพิจารณา "ดำเนินการตามกฎหมาย"
>>> ส่วนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ป.ป.ช. ที่ มีกลุ่มกวป. สงสัย เรื่อง การทุจริตในโครงการระบายข้าวสาร รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ป.ป.ช.ระบุว่า ปัจจุบันดำเนินการสอบสวนตามคำร้องขอให้ถอดถอน พรทิวา นาคาสัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ป.ป.ช.คาดว่าจะสามารถ "แจ้งข้อกล่าวหา" ในคดี "ถอดถอน" ได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนคดีที่กล่าวหาร้องเรียน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นเรื่องของการดำเนิน "คดีอาญา" คณะอนุกรรมการไต่สวนได้เร่งรัดดำเนินการอยู่แล้ว แต่ติดขัดในเรื่องการขอข้อมูลสำคัญจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งยังไม่จัดส่งเอกสารหลักฐานมาให้ กรรมการ ป.ป.ช. แม้จะเร่งดำเนินการสรุปสำนวนให้เร็วที่สุด แต่ก็ติดปัญหาข้างต้น
>>> เรื่องที่สอง กรณีคดีฉ้อโกง-ทุจริตก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ เมื่อครั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กรณีนี้ เป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อันเป็นงานประจำ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงโรงพักที่เก่าและชำรุดให้เจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติงาน และเกี่ยวพันกับเรื่องนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น ว่า จะให้บริษัทเดียวเป็นผู้ดำเนินการ หรือกระจายไปในพื้นที่ จึงต้องพิจารณาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่ คณะอนุกรรมการไต่สวนได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้เร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการไต่สวนว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้อง \u3651 ให้ถอดถอน พรทิวา นาคาสัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ป.ป.ช.คาดว่าจะสามารถ "แจ้งข้อกล่าวหา" ในคดี "ถอดถอน" ได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนคดีที่กล่าวหาร้องเรียน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นเรื่องของการดำเนิน "คดีอาญา" คณะอนุกรรมการไต่สวนได้เร่งรัดดำเนินการอยู่แล้ว แต่ติดขัดในเรื่องการขอข้อมูลสำคัญจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งยังไม่จัดส่งเอกสารหลักฐานมาให้ กรรมการ ป.ป.ช. แม้จะเร่งดำเนินการสรุปสำนวนให้เร็วที่สุด แต่ก็ติดปัญหาข้างต้น
>>> เรื่องที่สอง กรณีคดีฉ้อโกง-ทุจริตก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ เมื่อครั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กรณีนี้ เป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อันเป็นงานประจำ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงโรงพักที่เก่าและชำรุดให้เจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติงาน และเกี่ยวพันกับเรื่องนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น ว่า จะให้บริษัทเดียวเป็นผู้ดำเนินการ หรือกระจายไปในพื้นที่ จึงต้องพิจารณาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่ คณะอนุกรรมการไต่สวนได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้เร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการไต่สวนว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้อง "ร่วมรับผิด" หรือไม่ เพราะเรื่องนี้ยังไม่ได้ยุติแต่อย่างใด เรื่องสุดท้าย "คดีปรส." กรณีการดำเนินคดี ปรส. นั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกเรื่องปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด








