สำหรับถ้อยแถลงของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่จะเนรเทศ สาธิต เซกัล ประธานหอการค้าอินเดีย-ไทย
และอีกหนึ่งสถานะคือ ประธานกลุ่มประชาคมชาวสีลม ออกนอกประเทศ โดยที่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาว่า "ผิดข้อหาไหน"
>>> เมื่อวาน สาธิต เซกัล เชื้อเชิญให้ผมไปสัมภาษณ์ถึงบ้านในซอยสีลม ขณะที่ในอีกห้องนอนของบ้านคุณแม่วัย 90 นอนพักผ่อน สิ่งที่ สาธิต บอกคือ ที่รัฐบาลทำกับเขานั้นย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์การลงทุนไทย อินเดีย ตอนนี้มีผู้ส่งกำลังใจผ่านเฟซบุ๊คมาแสดงความห่วงใยตอนนี้นับหมื่นราย ขอให้สู้ๆ มีอะไรให้ช่วยจะช่วย พร้อมปกป้อง
>>> "สาธิต" ระบุต่อไปว่า ในฐานะมีเชื้อชาติ "อินเดีย" ไม่อยากให้ชาวภารตะออกมาแสดงความรู้สึกอะไร นอกจากนี้ไม่ใช่ชาวไทยเชื้อชาติอินเดียเท่านั้นที่ให้กำลังใจเขาเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่จะเห็นความดีที่ทำมา 50 ปี
>>> ในฐานะประธานหอการค้าอินเดีย-ไทย "สาธิต" บอกว่า เขามีส่วนเพิ่มยอดการค้าเป็น 1 หมื่นล้านเหรียญยูเอส ได้ชักชวนนักธุรกิจไทยไปอินเดีย และยังเป็นทีมสนับสนุนเจรจาเอฟทีเอไทย-อินเดีย ทำให้การส่งออกของประเทศไทยไปสู่อินเดียสูงขึ้น จนถึงตอนนี้ไทย ได้ดุลการค้าอินเดีย นอกจากเป็นทีมหนุนยังทำงานเชิงรุกเรื่องการลงทุน ได้นำนักลงทุนอินเดียหลายสิบรายมาลงทุนในไทย ในด้านท่องเที่ยวเป็นผู้บุกเบิกเปิดสำนักงานท่องเที่ยวในอินเดีย ให้ททท. เมื่อ 20 ปีก่อน เวลานี้นักท่องเที่ยวอินเดียมี 1 ล้านคนแล้ว นอกเหนือจากนั้นเป็นผู้ริเริ่มให้เศรษฐี อัครเศรษฐีชาวอินเดีย มาจัดงานแต่งงานในไทย ปัจจุบันมีมากกว่า 100 คู่ ถือว่ามากที่สุดในโลก "สาธิต" ย้ำว่า ทำประโยชน์ให้ไทยมหาศาล แล้วนี้หรือเป็นวิธีการตอบแทนความดี ส่วนตัวไม่เคยมีอคติใคร จึงตั้งคำถามว่าไฉน รัฐบาลที่มาเพ่งเล็ง "สาธิต" ย้ำว่า "ผมคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม"
>>> ส่วน ศรส.จะเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ กรณีไปจำกัดตัดสิทธิ์การแสดงความคิดเห็น "สาธิต" บอกว่า แน่นอน เขากำลังถูกละเมิดสิทธิชัดเจน และถ้าทำอะไรผิดเขาเป็นลูกผู้ชายพอที่จะรับผิด หากว่าทำผิด ทว่าตั้งแต่รัฐออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน "สาธิต" ระบุว่า ไม่เคยร่วมชุมนุม เพราะเมื่อรัฐบาลออกกฎ ก็เคารพกฎ เพียงแต่ว่า เมื่อไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเหตุใดต้องเนรเทศ จึงไม่เข้าใจ
>>> ในอีกด้าน "สาธิต" ต้องเตรียมข้อกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิ์ที่จะอยู่ในประเทศไทยต่อไป เขาบอกว่า ปรึกษาข้อกฎหมายกับทนายความแล้วว่าต้องฟ้องศาล เพราะเชื่อมั่นในศาลไทย และอยากถามกลับไปยังศรส. ว่า ในด้านคุณธรรม พวกคุณมีจิตสำนึกบ้างไหม เพราะส่วนตัวเขาต้องดูแลแม่วัย 90 ปี ดังนั้น จึงต้องหารือฝ่ายกฎหมาย เตรียมเรื่องร้องเรียนให้ศาลคุ้มครอง จะขอให้ศาลรู้ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำเวลานี้ไม่ควรทำ เพราะมันทำให้เขาซึ่งอยู่เมืองไทย แสดงออกถึงความเป็นคนไทย จงรักภักดี แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล
>>> ส่วน พล.ต.ต.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า กรณีของ "สาธิต" เจ้าหน้าที่ตำรวจแบ่งการสืบสวนสอบสวนออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง และช่วงที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในส่วนของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายสาธิต ได้เป็นแกนนำไปปิดวิทยุการบิน โดยหลังจากเสร็จกระบวนการสืบสวน สอบสวนจะส่งเข้าคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เพื่อเสนอความเห็นมายัง ผอ.ศรส.ดำเนินเนรเทศต่อไป









