วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วันเลือกตั้งที่ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็นมาก่อน

ผมนั่งติดตามข่าวคราววันเลือกตั้งเมื่อวานตั้งแต่เช้า นักข่าวและผู้สังเกตการณ์ ที่รายงานมาจากทั่วประเทศ พูดตรงกัน

ว่าเป็นบรรยากาศ “ที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็น” หรือ “ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์” ของวันเลือกตั้ง

เพราะว่า เป็นวันที่ทางรัฐบาลรักษาการและคณะกรรมการการเลือกตั้ง “พยายามจะจัดให้มีการเลือกตั้ง” ท่ามกลางเสียงคัดค้านต่อต้านที่เรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง”

ฝ่ายต่อต้านประกาศเป็นวัน “ปิกนิกแห่งชาติ” คู่ขนานไปกับการ “หย่อนบัตรเลือกตั้ง”

คนไปหย่อนบัตรในคูหาเลือกตั้ง ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาล เพราะมีคนจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง แต่ก็จะไปกาช่อง “ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง” หรือ Vote No เพื่อสะท้อนถึงจุดยืนทางการเมืองของตน

จึงเป็นวันเลือกตั้งที่ “ทุลักทุเล” ที่สุด ตั้งแต่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ระบอบรัฐสภา เพราะไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศได้

ด้วยเหตุนี้ ก็จะเกิด “ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน” หลังวันเลือกตั้งเช่นกัน นั่นคือค่ำของเมื่อคืนนี้ไม่สามารถจะนับคะแนนการหย่อนบัตร เพื่อจะบอกว่าใครได้คะแนนอันดับที่เท่าไร จะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่

เหตุเพราะว่า กกต. บอกว่า ถ้ายังไม่ได้คะแนนจากทุกหน่วย ก็ยังไม่สามารถนับคะแนนรวมได้

คะแนนที่ยังไม่ครบก็มาจากหน่วยเลือกตั้งที่ กกต. ประกาศไม่มีการหย่อนบัตร เพราะมีผู้ต่อต้านไปดักไม่ให้ส่งบัตรเลือกตั้งระบบพรรคบ้าง หรือมีการไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งบ้าง หรือเขตที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเลยแม้แต่คนเดียว

นอกจากนั้น อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถนับคะแนนเพื่อประกาศว่าใครชนะเลือกตั้งบ้าง ก็เพราะว่าการ “เลือกตั้งล่วงหน้า” เมื่อวันที่ 26 มกราคม ไม่สามารถทำได้ครบถ้วน เพราะมีเหตุการณ์ขัดขวางการหย่อนบัตร ผู้ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ “ล่วงหน้า” ก็จะต้องไปใช้สิทธิ “ย้อนหลัง” วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะจัดได้ตามที่วางแผนหรือไม่ ก็ยังไม่สามารถจะบอกได้ในบรรยากาศของความไม่แน่นอนในวันนี้

ยังมีอีกกรณีหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความไม่ปกติ นั่นคือ หากหน่วยเลือกตั้งใดไม่อาจจะเปิดให้มีการหย่อนบัตรได้เมื่อวานนี้ ก็จะต้องมีการกำหนดวัน “เลือกตั้งใหม่” ซึ่งมีการกำหนดคร่าวๆ ว่า จะเป็นวันที่ 2 มีนาคม แต่ก็ยังไม่อาจจะบอกได้ว่าจะสามารถเดินหน้าตามแผนนี้ได้หรือไม่ เช่นกัน

อีกหลายหน่วยเลือกตั้งที่มีเพียงบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แต่ไม่มีบัตรเลือกตั้งระบบพรรคปาร์ตี้ลิสต์ จะกาบัตรใหม่กันอย่างไร เมื่อไหร่ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยังไม่มีใครตอบได้ ว่าจะหาทางออกอย่างไร

ยังไม่นับที่อาจจะมีผู้ฟ้องร้องว่ามีการสวมสิทธิเลือกตั้งของตน สำหรับคนที่ประกาศไม่ไปเลือกตั้ง แต่สงสัยว่ามีคนอื่นมาใช้สิทธิแทนตน หรือการกล่าวหาเรื่องการโกงการเลือกตั้ง เพราะเรื่องการขนถ่ายหีบบัตรเลือกตั้ง การนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง และการนับคะแนนที่เขตก็ยังมีปมประเด็นความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีกมากมาย

สรุปว่า นี่เป็นการเลือกตั้งในภาวะฉุกเฉิน ที่สร้างปัญหามากกว่าจะแก้ปัญหา เพราะหากว่าผลการเลือกตั้งต้องรอไปอีกหลายเดือน เพราะไม่สามารถจะประกาศผลการเลือกตั้งให้ครบ 95% ของจำนวน ส.ส.ได้ การเรียกประชุมสภาก็ทำไม่ได้ การตั้งนายกรัฐมนตรีก็จะหยุดชะงัก และการตั้งรัฐบาลก็จะมีอุปสรรคมากมายหลายด้าน

แปลว่า รัฐบาลนี้ก็ต้อง “รักษาการ” ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ชะตากรรมของตน และบ้านเมืองก็จะตกอยู่ในสภาพไร้หางเสือ ไร้ทิศทาง เพราะว่าจะเป็นภาวะ “สุญญากาศ” ทางการเมือง ที่สุ่มเสี่ยงจะก่อให้เกิดความรุนแรง เพราะความขัดแย้งของคนกลุ่มต่างๆ จะทวีความรุนแรงหนักหน่วงยิ่งขึ้น

ดังนั้น การรณรงค์ “เดินหน้าปฏิรูปประเทศ” ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร จึงเป็นทางเดียวที่จะนำพาประเทศ กลับเข้าสู่วงจรของความพยายามจะแก้ไขปัญหา

นั่นคือ การที่จะต้องเจรจาหาทางสร้างกระบวนการปฏิรูปบ้านเมือง เพราะการดันทุรังในทิศทางของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายต่อต้าน ก็ยิ่งจะทำให้ประเทศชาติถูกผลักดันเข้าสู่ “มุมอับ” หนักหน่วงยิ่งขึ้น

หลังจากวันเลือกตั้ง ทุกฝ่ายก็ต้องกลับมาตั้งต้นแสวงหา “กระบวนการปฏิรูป” ด้วยวิธีการสันติ ผู้มีอำนาจต้องเสียสละ ผู้เรียกร้องการปฏิรูปต้องเข้าร่วมกระบวนการ เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ทุกฝ่ายยอมรับ และกลับไปสู่การเลือกตั้งที่ปกติ ที่ทุกคนยินดีที่จะหย่อนบัตรเลือกตัวแทนของตนเอง...อย่างเต็มภาคภูมิ