วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระวัง..สงครามกลางเมือง

ในที่สุดการหารือร่วมระหว่างรัฐบาล นำโดย นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่าน

เกี่ยวกับปัญหาเลือกตั้ง ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ไม่เป็นผลสำเร็จที่จะให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจาก 2 กุมภาพันธ์ 2557

การพูดคุยในวงสนทนาเรียกว่าไม่สำเร็จ แม้ฝั่งกกต.ได้สะท้อนปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ที่อาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะได้ส.ส.ครบ 95% ที่จะทำให้เปิดประชุมสภาได้

ความดันทุรังของซีกรัฐบาลและพรรคการเมือง ต้องการให้มีการเลือกตั้งเรียกว่า "มีธง" ในใจอยู่แล้ว ฉะนั้นการหารือร่วมเป็นเพียงการยืนยันวันเลือกตั้งนั่นเอง โดยที่ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ การเลือกตั้งล่วงหน้าก็พอจะมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หน่วยเลือกตั้ง 89 จาก 375 เขต ที่ไม่สามารถหย่อนบัตรล่วงหน้าได้ ซ้ำร้ายในพื้นที่กทม.เลือกตั้งไม่ได้ทั้ง 50 เขต ส่วนภาคใต้มีถึง 10 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด อีสาน 1 หน่วย นี่ก็พอจะเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉะนั้นแม้รัฐบาลจะยังคงยืนหยัดให้มีการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลยังต้อง "พึงสังวร" ที่จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ทำนองเดียวกับ 26 ธันวาคม 2556 ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

สำหรับเหตุการณ์เมื่อ 26 มกราคม ที่ผ่านมา หากเราไม่ให้ความสำคัญหรือใส่ใจกับบทเรียนที่ผ่านๆ มาแล้ว

มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นได้อีก สำคัญที่สุดจะมีอีกกี่ชีวิตที่ต้องมาสังเวยกับเหตุการณ์เหล่านี้

แม้จะหยุดยั้งการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ออกไปไม่ได้เวลานี้ แต่กระบวนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลในฐานะผู้ดื้อดึงอยากให้มีการเลือกตั้ง จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ำรอยเหมือนที่ผ่านมา จะการันตีได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง หากทว่ามีอะไรเกิดขึ้นใครคือผู้รับผิดชอบ

เราไม่อยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสงครามกลางเมือง ไม่อยากเห็นพี่น้องคนไทยต้องมาสูญเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ 2 กุมภาพันธ์อีกแล้ว

เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็ไม่สมควรที่จะไปใช้ความรุนแรง หรือขัดขวางการใช้สิทธิของผู้ที่จะไปเลือกตั้ง ส่วนการไปใช้สิทธิผู้มีสิทธิจะใช้สิทธิอย่างไรถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล

นับจากนี้เหลือเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ใช้สิทธิของตัวเอง ในสังคมระบอบประชาธิปไตยแบบไทยไทยกัน

แม้จะประเมินกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะ "ไม่ธรรมดา" เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง แบบเอาชนะคะคานกันก็ตาม แต่การเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

ส่วนผลการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ จะออกมาอย่างไร เชื่อว่ายังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็เชื่อว่าสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศอยากเห็น และไม่อยากให้ปรากฏนั่นคือ การใช้ความรุนแรง ท่ามกลางการเลือกตั้ง ที่อาจจะทำให้เกิดการสูญเสีย (ชีวิต) พี่น้องประชาชนขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม สำคัญยิ่งเราไม่อยากเห็น "สงครามกลางเมือง" แม้การเลือกตั้งรอบนี้จะไม่เป็นที่ปรารถนานัก เพราะสังคมยังมีความขัดแย้งอยู่สูงก็ตาม

สิ่งสำคัญผู้ที่มีอำนาจก็ไม่ควรใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือบ้าคลั่งอำนาจที่มีอยู่ เพียงเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน หรือพวกพ้องจนลืมความ "ตาย" ของผู้คนที่ไม่เห็นด้วย

ส่วนผู้คนที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น หากทุกคนในสังคมรู้หน้าที่ตัวเองปัญหาก็จะไม่บานปลาย

หากเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สำเร็จอย่างที่กกต.บอกไว้ ถามว่าประเทศจะต้องสูญเสียงบประมาณอีกกี่พันล้านบาท เพื่อสนองการเลือกตั้ง หาความชอบธรรมให้กับการเมือง ที่ได้ชื่อว่ามาจากเสียงสนับสนุนของ "ประชาชน" แล้วจะมี "อีกกี่ชีวิต" ต้องมาสังเวยกับความขัดแย้งของการเมือง