สัปดาห์นี้เราห่างจากสถานการณ์ทางการเมืองและหันมาดูความล้มเหลวทางธุรกิจกันบ้างครับ โดยบริษัทแรกที่จะพาไปเยี่ยมชมคือนินเทนโด
ซึ่งในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ถือเป็นบริษัทที่ผลิตทั้งเครื่องเล่นและวีดิโอเกมอันดับหนึ่งของโลก นินเทนโดโด่งดังและเป็นตำนานมานานแล้วด้วยเกมอย่าง Mario หรือ Zelda รวมทั้งเครื่องเล่นสมัยโบราณอย่าง Game Boy จนกระทั่งสร้างปรากฏการณ์ใหม่และเป็นกรณีศึกษาไปทั่วโลกด้วย Nintendo Wii
อย่างไรก็ดี เช่นเดียวกับองค์กรอื่นที่พอสถานการณ์เปลี่ยน สภาวะแวดล้อมเปลี่ยน แต่ถ้าองค์กรไม่ยอมเปลี่ยน ปัญหาก็จะเริ่มมาเยือนครับ ประมาณ 7-8 ปีที่แล้วนินเทนโดสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการได้ด้วย Nintendo Wii แต่พอมาเป็นเครื่องเล่นยุคปัจจุบันอย่าง Nintendo Wii U กลับขายได้ต่ำกว่าเป้า ขนาดที่คู่แข่งสำคัญอย่าง Sony และ Microsoft ซึ่งเพิ่งออกเครื่องเล่มเกมรุ่นใหม่เมื่อปีที่แล้วกลับสามารถทำยอดขายได้อย่างน่าชื่นใจ ทำให้ล่าสุดนินเทนโดออกมาประกาศแล้วครับว่าเป้าหมายของผลการดำเนินงานในรอบปีนี้ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งแต่เดิมพยากรณ์ไว้ว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 100 พันล้านเยน ก็เปลี่ยนใจใหม่และมาคาดการณ์ว่าจากกำไรจะกลายเป็นขาดทุนจากการดำเนินงาน 35 พันล้านเยน แทน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทพลิกพยากรณ์จากกำไรเป็นขาดทุนก็เนื่องจากเจ้าเครื่อง Wii U ไม่สามารถขายได้ตามที่คาดการณ์ไว้ จะโทษอุตสาหกรรมไม่ดีก็ไม่ได้เพราะทั้ง Sony กับ Microsoft ก็ยังขายเครื่องของตนเองได้ดีอยู่ สาเหตุหลักๆ ก็คงต้องโทษรูปแบบธุรกิจของตนเองที่ยังยึดมั่นกับรูปแบบเดิมที่ล้าสมัยในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ปัจจุบันเวลาเราอยากจะเล่นเกม ถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อเครื่องเล่นวีดิโอเกมราคาแพงๆ มาเล่นแล้ว เราก็เล่นบน Mobile Platform ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือ Table โดยอาจจะเป็นเกมที่เล่นออนไลน์ หรือซื้อมาเป็น App ราคาไม่กี่ดอลลาร์ ซึ่งการก้าวขึ้นมาของ Mobile Platform และ Online Gaming ก็ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเกมพอสมควร Sony และ Microsoft พยายามสร้างความแตกต่างให้กับเครื่องเล่นของตนเอง โดยทั้ง Xbox One และ Playstation 4 ก็ต่างพัฒนาตนเองให้มีกราฟฟิก คุณลักษณะ รายละเอียด ของเกม รวมทั้งคุณสมบัติต่างๆ ที่เกมบนมือถือหรือเกมออนไลน์ทั่วๆ ไปไม่สามารถทำได้ เรียกได้ว่าพยายามยกระดับเครื่องเล่นเกมของตนให้เหมาะกับพวก Hard Core ทั้งหลาย แต่ขณะเดียวกัน Wii U กลับยังยึดติดกับเกมที่เล่นได้ไม่ยาก และอาศัยความง่ายในการเล่นเป็นจุดขายเหมือนความสำเร็จของ Wii ในอดีต
แต่สิ่งที่นินเทนโดลืมไปก็คือถ้าผู้เล่นอยากจะเล่นเกมที่ง่ายๆ สวยงาม น่ารัก ก็จะมีเกมบน Mobile Platform รวมทั้งเกมออนไลน์ให้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก นินเทนโดมีความเชื่อมาตั้งแต่อดีตว่าเกมที่ดี เด่น ดัง ไม่ว่าจะเป็นตระกูล Mario หรือ Zelda จะช่วยทำให้เครื่องเล่นขายได้ ดังนั้น นินเทนโดเองจึงไม่มีนโยบายที่จะอนุญาตให้เกมของตนเองไปปรากฏอยู่บน Platform อื่น ทั้งๆ ที่ก็มีเล่นคนพยายามผลักดันให้เกมดังๆ ของนินเทนโดอย่างเช่น Mario มาเล่นบนมือถือหรือ Tablet
จะเห็นได้ว่าสาเหตุของความตกต่ำของนินเทนโดนั้นก็เหมือนกับองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จแล้วล้มเหลวส่วนใหญ่ คือ การเผชิญกับภาวะ การเปลี่ยนแปลงต่างๆ และบริษัทยังยึดมั่นกับสูตรความสำเร็จเดิมๆ ในอดีต ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนหรือปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
อีกบริษัทหนึ่งที่ล้มเหลวด้วยสาเหตุคล้ายๆ กับนินเทนโดคือโนเกีย ซึ่งท่านผู้อ่านก็คงทราบเรื่องราวของโนเกียดีอยู่แล้ว สุดท้ายในไตรมาสนี้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโนเกียก็จะย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของ Microsoft แล้ว อย่างไรก็ดี ก่อนจะเปลี่ยนมือเจ้าของ โนเกียก็ประกาศผลการดำเนินงานของไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วออกมา ซึ่งปรากฏว่ายอดขายของมือถือโนเกียลดลงอีกร้อยละ 29 ซึ่งโนเกียก็โทษว่ายอดขายที่ตกมาจากทั้ง Smartphones และโทรศัพท์แบบพื้นฐานทั่วๆ ไป และก็เช่นเคยครับโทษว่าสาเหตุที่โทรศัพท์ตนเองขายไม่ดีนั้นก็เนื่องมาจากคู่แข่งที่แข็งแกร่ง
ข้าง Microsoft ก็คงจะกลุ้มใจไม่น้อยนะครับ เพราะภายในไตรมาสนี้ตนเองก็จะเข้าไปดูแลบริหารธุรกิจมือถือของโนเกีย ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเจ้าของใหม่ด้วยยอดขายที่ตกลง กรณีของโนเกียนั้นก็มีสาเหตุที่มาที่ไปของความล้มเหลวคล้ายนินเทนโดครับ เป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จมาก่อน แล้วเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอก แต่ตนเองไม่ยอมเปลี่ยนหรือเปลี่ยนช้า (เพราะเคยเป็นประสบความสำเร็จมาก่อน) สุดท้ายเมื่อปรับตัวก็ไม่ทันผู้อื่นเขา แล้วก็นำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุดครับ









