วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องไม่เพิ่มเงื่อนไขขัดแย้ง

ข้อมูลล่าสุดจากกรมการแพทย์ ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2556 ถึงวันที่ 18 ม.ค. 2557 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม 238 ราย

เสียชีวิต 4 ราย และพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 22 ราย และเมื่อรวมกับผู้ได้รับบาดเจ็บจากการขว้างระเบิดในพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) เมื่อวานนี้(19 ม.ค.) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 28 ราย รวมทั้งสิ้นจะมีผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 266 ราย

สถานการณ์ความรุนแรงนับแต่กลุ่มกปปส.ทำการ"ปิดกรุงเทพฯ" เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าเกิดขึ้นทุกวันและรุนแรงมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุการขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุมสองครั้งในช่วงเวลากลางวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายความไม่มั่นคงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากการกระทำของฝ่ายใด โดยกล่าวเพียงว่าเป็น"ผู้สร้างสถานการณ์"ให้รุนแรงขึ้นและเพื่อสร้างความเกลียดชังรัฐบาล แต่ไม่ว่าจะมีเป้าหมายอะไรก็ตาม สิ่งที่เห็นคือระดับความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

แน่นอนว่าสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ย่อมเกิดแรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง นอกจากจะดูแลความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมแล้ว การดูแลไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงก็ถือว่าเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่เป็นแรงกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจคือการเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายนักในเรื่องของการตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมได้ ในทางตรงกันข้าม กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม กรณีของการปาระเบิดบริเวณถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บชน.)ได้แถลงว่าจากการตรวจสอบ ผู้ที่ปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมนั้นน่าจะเป็นผู้ที่มากับขบวนของกลุ่มกปปส.นั่นเอง ในขณะที่ก่อนหน้านั้น หลายคนเชื่อว่าถูกปามาจากตึกแถวร้างบริเวณข้างเคียง ซึ่งพล.ต.ต.อดุลย์ มีความมั่นใจอย่างมากข้อมูลที่ได้นั้นถูกต้องและเตรียมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ปาระเบิด

แต่ข้อมูลข้างต้นของพล.ต.ต.อดุลย์ ดูเหมือนว่าจะขัดแย้งกับ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.ตร.) ที่เดินทางไปตรวจในที่เกิดเหตุ แต่พล.ต.ต.อดุลย์ ระบุว่าจุดระเบิดยังไม่สามารถระบุทิศทางที่คนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ ต้องรอการตรวจสอบจุดที่พบกระเดื่องระเบิดก่อน ขณะที่ภาพเหตุการณ์ในคลิปที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ในช่วงเกิดระเบิดนั้นจะนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังไม่อาจชี้ชัดลงไปได้ จนกว่าจะได้หลักฐานครบถ้วน

เราเห็นว่าจากตัวอย่างของข้อมูลที่ขัดกันข้างต้น คนหนึ่งระบุว่ามาจากคนที่เดินมากับกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนอีกคนบอกว่ายังไม่สามารถระบุได้นั้น เป็นประเด็นสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง กล่าวคือเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรู้ว่าสถานการณ์ขณะนี้มีความล่อแหลมอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่ความรุนแรงที่มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนแถลงออกมา และต้องเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ หากข้อมูลของเจ้าหน้าที่"มีปัญหา" เราเชื่อว่าจะมีความเสี่ยงให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น