ธงชาติไทยเล็กๆ นับหมื่นโบกไปมาเป็นระลอกคลื่นทั่วท้องถนนสีลมวันนี้ดูแปลกตากว่าทุกวัน
จนถึงวันนี้ผมก็ยังคงเกลียดการเมือง มักจะเบือนหน้าหนีเวลาเห็นข่าวการเมือง หาเหตุผลไปเลือกตั้งไม่ได้ ได้แต่ก่นด่าเวลาเจอเพื่อนในเฟซบุ๊ค ผมคิดว่าชีวิตผมไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและเลี่ยงมันได้ แต่การเมืองกลับกระโดดเกาะตัวผมอย่างเหนียวแน่นโดยไม่รู้ตัว
จากคอร์รัปชันสู่ประชานิยม "ความแตกแยก" คือฐานเสียงของพรรคการเมือง "ความปรองดอง" กลายเป็นโล่ห์ศักดิ์สิทธิคุ้มครองคอร์รัปชัน อุทกภัยมีไว้เพื่อสร้างเขื่อนและจำนำข้าวมีไว้เพื่อเพิ่มรายได้ให้นักการเมือง เปลี่ยนรัฐบาลกี่รัฐบาลก็มีแต่แย่ลง เหมือนเอาสิ่งสกปรกล้างสิ่งสกปรกไม่เคยสะอาดซักทีไม่เห็นทางออกของการเมืองไทย
แต่วันนี้ผมเจอนักการเมือง ที่จะพาเราออกจากมุมมืดแล้วครับ
Yekaternburg เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของรัสเซีย แต่ถนนที่นั่นเป็นหลุมเป็นบ่อหนักข้อกว่าเมืองไทยและไม่เคยซ่อม นักการเมืองทุกคนต่างสัญญาว่าจะแก้ปัญหาตอนหาเสียง แต่พอได้รับเลือกก็สมองเจ๊งลืมหมด ร้องเรียนกี่ครั้งเรื่องก็เงียบหาย
เว็บไซต์ URA.RU ที่มีจุดยืนว่า The city site for Better Life อยากเตือนความทรงจำนักการเมืองว่าหน้าที่ของท่านคือรับใช้ประชาชน และจับ Insight ของนักการเมืองทุกคนที่ว่า "นอกจากผลประโยชน์แล้ว สิ่งที่นักการเมืองสนใจคืออิมเมจของตัวเอง" สร้างแคมเปญ Make The Politicians Work
เค้าส่งทีมงานไปที่กลางใจเมืองตอนกลางคืน แล้ววาดหน้านักการเมืองบนหลุมบ่อ จำนวน 3 จุด พร้อมข้อความคำสัญญาที่นักการเมืองให้ไว้กับประชาชนตอนเลือกตั้ง เช้าขึ้นมากลายเป็นทอล์คออฟทาวน์จนสื่อทุกแขนงตีข่าว
และนักการเมืองก็มีวิธีแก้ปัญหาคลาสสิคแบบนักการเมือง โดยทาสีกลบรูปบนถนนแทนที่จะซ่อมมัน แต่นั่นเป็นเรื่องที่ทีมงานคาดเดาและวางแผนล่วงหน้าแล้ว ตกกลางคืนเค้าจึงกลับไปวาดหน้านักการเมืองที่จุดเดิมพร้อมข้อความ Painting is not fixing it คำตำหนิสุดแสบแบบสุภาพชนจนกลายเป็นข่าวอีกระลอกจนนักการเมืองต้องส่งเจ้าหน้าที่ซ่อมถนนจนเสร็จภายในคืนเดียว
ถนนพังๆ นับสิบปีสามารถซ่อมเสร็จภายในคืนเดียว นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความแย่ของนักการเมืองแบบเดิมยังเห็นพลังของนักการเมืองแบบใหม่ที่ไม่ได้ทำงานในสภาไม่ได้ใส่สูท
ผมเคยคิดว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติในสังคม และชีวิตปกติของผมคือตื่นแต่เช้า แหกขี้ตาฝ่ารถติด เพื่อทำงานหนัก ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ก่อนจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งเป็นภาษีในการบริหารประเทศ ภาษีที่นักการเมืองเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง และสร้างปัญหาประเทศมากขึ้น เพื่อที่ผมจะต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก เพื่อเสียภาษีเลี้ยงนักการเมืองอ้วนขึ้นได้อีก และนี่คือเรื่องปกติในสังคม
รัชกาลที่7 ทรงสละพระราชอำนาจให้กับประชาชน "ประชาชนคือเจ้าของประเทศ" และนักการเมืองคือเครื่องมือที่ประชาชนใช้ในการบริหารประเทศ แต่ที่มันวุ่นวาย เพราะนักการเมืองเอาประเทศเป็นของตน และใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการบริหาร
คำตอบของการเมืองไทย อยู่ที่เราตั้งคำถามถูกหรือเปล่า "ทำไมนักการเมืองไทยถึงคอร์รัปชันแบบนี้" อาจเป็นคำถามลวง และคำถามที่แท้จริงน่าจะเป็น "ทำไมเราถึงอยู่เฉยๆ ไม่ใช้อำนาจของเราในการบริหารประเทศ" โดยบริหารนักการเมืองให้เค้าทำงานให้เรา และมีหลายร้อยวิธีที่สามารถทำได้ เพื่อแสดงให้เค้าให้เห็นว่าเราไม่ยอมรับการกระทำของพวกเค้า
กว่า 80 ปีที่ประเทศของเราเปลี่ยนระบอบมาเป็นประชาธิปไตย มีเหล่านักการเมืองมากหน้าหลายตาเข้ามาบริหารประเทศ
เราฝากให้เค้าดูแลบ้าน แต่พวกเค้ากลับตะโกนเยาะเย้ยใส่หน้าเราว่าเค้าสามารถทำอะไรกับเราก็ได้ ทำลายข้าวของ ยุให้คนในบ้านตีกัน และถึงขั้นจะปล้นบ้านไปจากเรา
แต่วันนี้คลื่นกรรมที่เดินผ่านกาลเวลาได้พาเรามายืนอยู่ท่ามกลางคลื่นธงชาตินับหมื่นนับแสนที่โบกไปมา
เรากำลังตอบกลับเค้าไปอย่างสุภาพว่า พวกเค้าไม่สามารถทำอะไรกับเราได้อีกแล้วและที่นี่เป็นบ้านของเรา
ธงชาติไทยเล็กๆ นับหมื่นยังคงโบกสะบัดที่ถนนสีลมและที่อื่นในประเทศต่อไป และผมก็อยากเห็นธงโบกสะพัดต่อไปตราบใดที่ยังมีประเทศไทยบนแผนที่โลก เพราะบางทีการเคารพธงชาติที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การยืนดูคนอื่นชักธงขึ้นเสา แต่ช่วยกันกำหนดว่าธงชาตินั้น ควรจะโบกไปทิศทางไหนสำหรับทุกคน เหมือนขณะนี้ที่เรากำลังทำกันอยู่ตอนนี้
รัฐสภาไม่ใช่อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตดุสิต แต่เป็นประเทศไทยทั้งประเทศ
และเราทุกคน คือ "นักการเมือง"








