ผมนำภาพ "แผนที่เดินทาง" หรือ Road Map ของ 7 องค์กรภาคเอกชน
ว่าด้วยแนวทางการปฏิรูปประเทศ และหน้าปกรายงาน "แนวทางปฏิรูปประเทศไทย" ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ (คปร.) มาให้ดูเพื่อจะยืนยันว่า ความคิดความอ่านเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทยนั้น มีข้อเสนอ บทวิเคราะห์ และแนวทางที่ชัดเจนพอสมควร
ข้อเสนอ "สภาปฏิรูปประเทศ" ของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ "สภาประชาชน" ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ แห่ง กปปส. เป็น "โครงใหญ่" ที่ต่างก็มีปัญหาของตัวเอง แต่ข้อเสนอของภาคเอกชนและนักวิชาการหลายสำนักลงรายละเอียดชัดเจน สามารถนำมาปฏิบัติเพื่อนำพาประเทศออกจากวิกฤติได้
หากนักการเมืองและฝ่ายขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง มีความจริงใจในการที่จะปฏิรูป (จะก่อนหรือหลังเลือกตั้งก็ตาม) บ้านเมืองกันแล้วไซร์ รับรองว่าไม่มีปัญหาว่า "จะทำอย่างไร" จึงถึงเป้าหมายแน่นอน
ตอนนี้คำถามคือ "จะทำจริงหรือไม่?" และ "ใครจะยอมเสียสละอำนาจและผลประโยชน์เพียงพอที่จะทำให้เกิดขึ้น?" เท่านั้นเอง
และหากจะปฏิรูปประเทศ พร้อมกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในสังคมไทยไปพร้อมๆ กันอย่างที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้เป็นนโยบายหลัก ก็มีแนวทางข้อเสนอของ "คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ" (คอป.)
คปร.มี คุณอานันท์ ปันยารชุน และ นายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นแกนหลัก
คอป. มี ดร. คณิต ณ นคร เป็นประธาน
ทั้งสามท่านก็เคยได้รับการกล่าวขวัญจากรัฐบาลชุดนี้และชุดก่อนหน้านี้ว่าเป็น "คนกลาง" ที่สังคมไทยยอมรับนับถือในความซื่อสัตย์ สุจริต และตรงไปตรงมา อีกทั้งคณะกรรมการทั้งสองชุดนี้ ก็มีผู้ทรงคุณวุฒิและประวัติการทำงานที่โดดเด่นในสังคมไทย
พวกท่านเหล่านี้ได้วิเคราะห์ วิจัย และวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาของบ้านเมืองเพื่อการปฏิรูปและการปรองดองเอาไว้อย่างละเอียดแล้ว มีข้อเสนอในรายละเอียดทุกด้านที่ทั้งฝ่ายนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และแกนนำของ กปปส. กับแวดวงวิชาการเสนอมาแล้วเกือบทุกหัวข้อ
ดังนั้นหากจะแก้วิกฤตการเมืองครั้งนี้ด้วยการ "ปฏิรูป" ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน ก็ไม่ได้มีปัญหาว่าเรารู้หรือไม่ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง และไม่ต้องขัดแย้งเผชิญหน้าถึงขั้นโกลาหลเสี่ยงกับการปะทะกันรอบใหม่เลย หากคู่กรณีจะยึดเอาข้อเสนอทางออกประเทศชาติขององค์กรต่างๆ ที่ทำการบ้านมาอย่างดีแล้วเป็นพื้นฐานของการหาทางออกร่วมกัน
ประเด็น "ปฏิรูป" กับ "เลือกตั้ง" ไม่ได้ขัดแย้งกัน ที่ขัดแย้งกันคือนักการเมืองต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นประชาชนกลุ่มใด จะอ้างตัวเป็นสีอะไร จะอยู่ในเมืองหรือชนบท ผมเชื่อว่าหากไม่ถูกนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มครอบงำ คนไทยล้วนต้องการ "ปฏิรูป" ให้ได้มาซึ่งสังคมที่เป็นธรรม ความเท่าเทียมของทุกคนในประเทศ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปราศจากการโกงกิน และตรวจสอบการใช้เงินภาษีประชาชนโดยนักการเมืองและข้าราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางออกของประเทศมีอยู่แล้ว สติปัญญาของคนไทยไม่ได้อ่อนด้อยกว่าใคร ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการก้าวไปข้างหน้าของประเทศ อยู่ที่กลุ่มการเมืองไม่กี่กลุ่มที่ยื้อแย่งอำนาจ โดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือเท่านั้น
เท่านั้นจริงๆ









