วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Banking Union ยุโรป ใกล้เริ่มแล้ว?

สัปดาห์ที่แล้ว ข่าวใหญ่ท้ายปีของยุโรปได้แก่ การบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับการจัดตั้ง สหภาพการธนาคาร หรือ Banking Union

โดยตั้งเป้าว่าจะเริ่มใช้ได้ในรูปแบบเบื้องต้นในปี 2015 ซึ่งบทความนี้ขอเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

ขอเริ่มจากคำถามที่ว่า สหภาพการธนาคาร คืออะไร?

ในทางทฤษฎีนั้น หมายถึง การรวบรวมการกำกับดูแลสถาบันการเงินให้อยู่ ณ จุดเดียว หรือ One Stop ไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานกำกับตรวจสอบ หน่วยงานการเข้าตรวจสอบเมื่อเกิดการล้มละลาย กองทุนที่ช่วยเหลือสถาบันการเงินและการคุ้มครองแก่ผู้ฝากเงิน

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัตินั้น ที่ตกลงกันได้ มีอยู่จุดเดียว ได้แก่ การให้ธนาคารกลางยุโรปเป็นผู้กำกับดูแลสถาบันการเงินหลัก ส่วนหน่วยงาน One Stop อื่นๆ อาทิ กองทุนช่วยเหลือสถาบันการเงิน ทางยูโรได้เตะถ่วงไปจนถึงปี 2025 โดยให้เงินช่วยเหลือจำนวน 5.5 หมื่นล้านยูโร ซึ่งกว่าแบงก์ที่เจ๊งจะได้รับความช่วยเหลือจริงต้องผ่านคณะกรรมการอีกหลายชุด ซึ่งตรงนี้ยังถือว่ายุ่งยากเกินไป นอกจากนี้ การให้มีหน่วยงานคุ้มครองเงินฝากแห่งยุโรปก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไรนัก เนื่องจากเยอรมันยังไม่อยากจ่ายเงินให้กรีซ ไซปรัสและสเปนแบบฟรีๆ

คำถามที่สอง คือ แล้วทำไมการจัดตั้งสหภาพการธนาคารถึงมีความซับซ้อนขนาดนี้ คำตอบคือ สหภาพการธนาคารดำเนินไปภายใต้การแก้กฎหมายทางการเงินของยุโรปซึ่งแต่ละประเทศมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ทางการเงินที่เข้าช่วยเหลือสถาบันการเงินที่มีปัญหาและการดำรงเงินกองทุนที่แตกต่างกัน จึงทำให้ต้องมีรายละเอียดที่ยุ่งยากและซับซ้อน

คำถามสุดท้าย ได้แก่ แล้วใครจะเป็นผู้ตัดสินว่าถึงเวลาจะปิดแบงก์ที่เจ๊งหรือยัง โดยขั้นตอนดังกล่าว เริ่มจากธนาคารกลางยุโรปจะชี้ว่าสถาบันการเงินใดที่ส่อเค้าว่ามีปัญหาแน่ แล้วจะเสนอต่อคณะกรรมการที่ดูแลด้านแผนการฟื้นฟูที่ชื่อว่า single resolution board เพื่อให้ตอบแผนความช่วยเหลือกลับมา ซึ่งหน่วยงานกำกับสถาบันการเงินของประเทศของสถาบันการเงินที่มีปัญหาดังกล่าวจะเข้ามาร่วมช่วยเจรจาด้วย จากนั้น การตัดสินใจว่าจะปิดแบงก์ที่เจ๊งนี้หรือไม่จะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการยูโรหรือ European Commission หากไม่เห็นด้วย ก็ต้องผ่านการลงมติจากบรรดารัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศในสหภาพยุโรป

สำหรับเงินช่วยเหลือที่มีให้นั้น สหภาพการธนาคารตั้งเป้าไว้ว่าจะมีเงินกองทุนมูลค่า 5.5 หมื่นล้านยูโร ในปี 2025 โดยทยอยๆ สะสมตั้งแต่วันนี้ อาทิ ในปี 2020 กองทุนจะมีเงินอยู่ 1.25 หมื่นล้านยูโร ซึ่งทางเยอรมันจะมีเอี่ยวอยู่ 3 พันล้านยูโร อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าปริมาณเงินดังกล่าวถือว่าค่อนข้างน้อยมาก เนื่องจากลำพังแค่ 5 ปีที่ผ่านมายูโรก็ใช้เงินไปเกือบ 5 แสนล้านยูโรเข้าไปแล้ว

ท้ายสุด การกำกับดูแลสถาบันการเงินโดยส่วนใหญ่ในยุโรป ก็ยังตกอยู่ที่หน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศ โดยธนาคารกลางยุโรปจะกำกับแบงก์ใหญ่ 130 แห่งจากแบงก์ทั้งหมด 6,200 แห่ง อย่างไรก็ดี คิดเป็นร้อยละ 85 ของปริมาณสินทรัพย์ทั้งหมด

กระนั้นก็ดี ข้อตกลงเบื้องต้นของสหภาพการธนาคารดังกล่าว ก็มีข้อเสียอยู่อย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่

หนึ่ง ภาระส่วนใหญ่ของการแบกรับความเสียหายสำหรับการช่วยเหลือแบงก์ในอนาคตตามแผนดังกล่าว ยังตกอยู่กับประเทศที่ไม่แข็งแรงนักอยู่ดี จะเห็นได้ว่าเยอรมันมีส่วนในการแบกรับความช่วยเหลืออยู่น้อยมาก การที่แบงก์ที่มีปัญหาในกรีซ ไซปรัสและสเปนที่อย่างไรเสียต้องขอรับความช่วยเหลือจำนวนไม่น้อย ยังต้องพึ่งพารัฐบาลของตนเองในการเยียวยา นับเป็นการรัดเข็มขัดของประเทศเหล่านี้แบบอัตโนมัติ ซึ่งไม่ช้าไม่นานก็อาจกลับไปสู่โหมดวิกฤตได้เหมือนเดิม

สอง ข้อตกลงดังกล่าวสหภาพการธนาคารดังกล่าว ยังถือว่ามีความซับซ้อนเป็นอันมากในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นกระบวนการตัดสินใจว่าจะเข้าช่วยเหลือแบงก์ที่จะเจ๊งหรือไม่ ซึ่งอาจมีผลให้เกิดความไม่ชัดเจนและขาดความคล่องตัวเป็นอย่างมากหากเริ่มใช้งานจริง

สาม จะเห็นได้ว่าเยอรมันได้เปรียบจากข้อตกลงเบื้องต้นดังกล่าว จากการที่ให้สหภาพการธนาคารไม่พยายามไปแตะกองทุน ESM (European Stability Mechanism) มูลค่า 5 แสนล้านยูโรซึ่งกันไว้ช่วยเหลือรัฐบาลยุโรปที่มีปัญหา ตรงจุดนี้ นับได้ว่าเป็นความล้มเหลวหนึ่งของข้อตกลงเบื้องต้นของสหภาพการธนาคารของยุโรปในเที่ยวนี้ เนื่องจากทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในประเด็นความจริงจังในการแก้ปัญหาสถาบันการเงินไปมากพอสมควรครับ

------------------------------

หมายเหตุ : หนังสือด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาค (Macro Investing) เล่มล่าสุดของผู้เขียน “เล่นหุ้นต้องใช้ใจ... รวยได้ไม่รู้จบ” วางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นการลงทุน ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ