ความขัดแย้งเกิดขึ้นง่ายแต่จบยาก ในสังคมอัตตาภิวัฒน์ ผู้คนอยู่ร่วมกันแบบตัวฉันถูกเสมอในทุกเรื่อง เรื่องนิดเดียวก็กลายเป็นความขัดแย้งใหญ่โตได้
ถ้าอยู่กันด้วยภาพลวงตาที่ต่างฝ่ายต่างปรุงแต่งขึ้นมากันเอง ปรุงแต่งจนกระทั่งอีกฝ่ายหนึ่งเป็นยักษ์เป็นมาร เป็นอภิมหาศัตรูที่ต้องทำลายให้ราบคาบ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็กินข้าวหม้อเดียวกัน ค้าขายมาด้วยกัน หรือแม้แต่เคยโกงมาด้วยกัน ความขัดแย้งในสังคมอัตตาภิวัฒน์หาคนกลางได้ยากเย็น เพราะต่างฝ่ายต่างผลักดันคนที่ไม่ได้เกลียดอีกฝ่ายหนึ่งเหมือนที่ตนเองเกลียดให้กลายไปเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ชอบอยู่กันแบบสังคมดิจิทัล ที่ถ้าไม่เป็นหนึ่ง ก็ต้องเป็นศูนย์ ทั้งๆ ที่สรรพสิ่งในโลกที่มีอยู่ตามธรรมชาติในโลกนี้ที่แยกแยะขาวกับดำแบบสุดขั้วได้ชัดๆ มีไม่มากนัก สีดำยังมีสีเทาอีกหลายระดับกว่าจะกลายเป็นสีขาว แต่ต่างฝ่ายต่างดูสีเทากันไม่ออก เห็นสีเทาเป็นดำหรือขาวตามแต่ความนึกคิดของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว
ถ้าอยากเป็นคนกลางท่ามกลางวิกฤติต้องสามารถแยกแยะกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติให้ได้เสียก่อน ว่าใครเป็นเสมือนผู้เล่นที่กำลังแข่งขันกันเอาแพ้เอาชนะกันอยู่ ใครเป็นกองเชียร์ ใครที่เป็นกรรมการที่กำกับการแข่งขันจนเกิดวิกฤติ และใครเป็นคนดูเฉยๆ เมื่อแยกแยะคนเล่น คนเชียร์ กรรมการและคนดูได้แล้ว ประการแรกต้องยอมรับก่อนว่ากรรมการที่กำกับจนเกิดวิกฤตินั้นไม่อาจจะเป็นคนกลางได้ ประการที่สองให้ลองถามตนเองว่าเราอยู่ที่ไหน ถ้าใครแพ้ ใครชนะ ใครถูกด่าเราไม่เดือดร้อน หรือใครแพ้ใครชนะเราไม่ได้ดีอะไรขึ้นมาสักอย่าง เราจึงจะถือได้ว่าเป็นคนกลางตัวจริงหากปากว่าเป็นกลาง แต่ใจเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ละก็ห้ามมาเป็นคนกลางเด็ดขาด เพราะวิกฤติจะยิ่งหนักขึ้นเพราะฝ่ายที่เชียร์จะว่าอีกฝ่ายหนึ่งว่าไม่เชื่อคนกลาง คนดูจะกลายเป็นผู้เล่น หรือกองเชียร์กันไปหมดจนเกินขอบเขตการเจรจาพูดคุยเพื่อลดวิกฤติท่าทางจะต้องลุยกันเลยดีกว่า ตัวเรานั่นแหละที่บอกตัวเราได้ดีที่สุดว่าเราเป็นคนดูจริงหรือไม่ หลอกคนอื่นว่าเราเป็นคนดูไม่ใช่คนเชียร์ได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้
บทบาทของคนกลางจะขึ้นกับระดับความทุกข์ร้อนอันมาจากวิกฤติที่จะเกิดขึ้นกับคนกลาง และสำนึกของคนกลางในเรื่องผลประโยชน์ของส่วนรวม ถ้าตนเองทุกข์ร้อนจากวิกฤติไม่มากมายนัก และมองไม่ค่อยเห็นประโยชน์ใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในส่วนรวม บทบาทที่คนกลางมักเลือกใช้คือหนีห่างออกจากวิกฤตินั้น ถ้าตั้งใจไปดูฟุตบอลแต่ผู้แข่งขันเอาแต่ตีกัน คนดูก็เลิกดูได้ แต่ถ้าตนเองไม่เดือดร้อนอะไรกับวิกฤติ มากไปกว่ามีเรื่องน่ารำคาญอยู่ใกล้ตัว แต่สำนึกว่าเป็นวิกฤติที่เกี่ยวกับประโยชน์กับส่วนรวม ปล่อยไว้นานๆ ไม่ได้ ส่วนรวมจะแย่ คนกลางกลุ่มนี้จะสังเกตว่าคู่กรณีที่สร้างความขัดแย้งขึ้นมานั้นอยู่ในระดับเดียวกัน หรือเป็นสองฝ่ายที่แตกต่างกันคือ ฝ่ายหนึ่งเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าฝ่ายหนึ่งอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งคนกลางมักมีบทบาทในการเกลี้ยกล่อมให้ฝ่ายที่ด้อยกว่าเป็นฝ่ายยอมแพ้ ให้ฝ่ายที่เหนือกว่าเป็นผู้ชนะ ถ้าอยู่ในระดับเดียวกัน บทบาทของคนกลางจะไม่แน่นอนและมักไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการทำให้วิกฤติทุเลาลงได้
ถ้าคนกลางเป็นผู้ที่ต้องเดือดร้อนจากวิกฤติที่เกิดขึ้น แต่ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของส่วนรวมมากมายนัก คนกลางแบบนี้ชอบให้เรื่องจบลงเร็วๆ ดังนั้น จะเลือกเป็นกองเชียร์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ตนเองคิดว่าน่าจะมีพละกำลังมากกว่า คนกลางบางคนจะก้าวข้ามไปถึงการเข้าไปเป็นเพื่อนช่วยคิด เป็นเสนาธิการช่วยแนะนำวิธีการที่จะได้ชัยชนะ เริ่มต้นจากการป่าวประกาศว่าเป็นคนกลาง แต่สุดท้ายจบลงด้วยการเป็นผู้เล่นข้างใดข้างหนึ่ง ดังนั้น อย่าตั้งความหวังใดๆ ไว้กับคนกลางแบบนี้ เพราะคนกลางกลุ่มนี้ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประโยชน์ของเขาเอง มากกว่าที่จะช่วยเกลี้ยกล่อมให้ทุกฝ่ายที่กำลังขัดแย้งกันนั้น ยอมหาทางยุติวิกฤติลงไปได้ คนกลางแบบนี้คือคนฉวยโอกาสจากวิกฤติ ไม่ใช่คนกลางที่มาช่วยลดวิกฤติ
คนกลางที่มีบทบาทสำคัญในการยุติวิกฤติความขัดแย้งคือคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทั้งในระดับบุคคล และระดับส่วนรวม หันไปทางไหนก็เจอผลกระทบจากวิกฤติความขัดแย้งนั้น จึงมักเป็นผู้ที่พยายามหาหนทางยุติวิกฤติในทางที่ส่วนรวมเสียประโยชน์น้อยที่สุด บ่อยครั้งที่คนกลางกลุ่มนี้จะกลายเป็นตาอยู่ ในระหว่างตาอินกับตานาที่วิวาทกัน คนกลางกลุ่มนี้มักมีกำลัง มีสติปัญญา และมักเป็นคนกลางที่ผู้คนมองเห็นมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จึงสามารถกลับตัวเองจากคนที่เดือดร้อนจากวิกฤติกลายเป็นคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากวิกฤติความขัดแย้งนั้นได้โดยที่ผู้ที่ทำให้เกิดวิกฤติทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้แพ้อย่างราบคาบทั้งคู่ และเป็นไปโดยไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นแค่ตาอินกับตานาต่างฝ่ายต่างทุ่มเทพยายามให้ตาอยู่มาเป็นพวก กว่าจะรู้ตัวว่าตีกันให้คนอื่นชนะก็ตอนที่ตาอินกับตานาต่างโดนตาอยู่เล่นงานหมดทางสู้ไปแล้วนั่นเอง
เมื่อมีวิกฤติจากความขัดแย้ง ย่อมเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะร้องเรียกหาคนกลางมาช่วยยุติวิกฤติ แต่ถ้าคนกลางที่อาสามายุติวิกฤติยังปะปนกันระหว่างคนเล่น คนเชียร์ กรรมการที่กำกับจนเกิดวิกฤติ และคนดู แยกกันไม่ออก จะมีเพียงคนดูกลุ่มหนึ่งที่เป็นตาอยู่เท่านั้นที่จะได้ชัยชนะ ทั้งคนเล่น คนเชียร์ กรรมการ และคนดูกลุ่มอื่นคือคนแพ้ทั้งหมด









