วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประท้วงกรุงเทพฯ ประท้วงโตเกียว ประท้วงยูเครน

ขณะที่ กรุงเทพฯ มีการประท้วงกันหนักหน่วง ที่โตเกียวก็มีการเดินขบวน บนท้องถนนด้วยข้อหาต่อต้าน

"ทรราชเสียงข้างมากในสภา" เหมือนกัน

เหตุเพราะว่า พรรครัฐบาล LDP กับพรรคร่วม New Komeito รวบรัดตัดความขอลงมติผ่านกฎหมาย ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมือง

ต้นเหตุของเรื่อง คือ กฎหมาย "ข้อมูลอันเป็นความลับราชการ" ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลที่จะห้ามข้าราชการและสื่อมวลชนเปิดเผยข้อมูลอย่างน้อย 23 รายการ ที่ทางการอ้างว่าเป็น "ความลับที่เปิดเผยแล้วจะมีผลกระทบต่างความมั่นคงของประเทศ"

แน่นอนว่า การที่รัฐบาลเพิ่มรายการที่เป็นข้อมูล "ลับสุดยอด" ใครเปิดเผยถูกลงโทษอย่างแรง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสื่อมวลชน ก็ย่อมจะทำให้ นายกฯ ชินโซ อาเบะ ถูกกระหน่ำอย่างหนัก

ที่ ยูเครน ประชาชนหลายหมื่นคนออกมาฝ่าอากาศหนาวเย็น เพื่อประท้วง ที่รัฐบาลของ ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโกวิช ประกาศไม่ยอมเจรจาให้ประเทศเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป แต่หันไปแนบแน่นกับรัสเซียของ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มากกว่า

ที่นั่น ตำรวจใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วง เหมือนบรรยากาศการประท้วงบางวันที่กรุงเทพฯ แล้วเหมือนกัน

ภาพที่นักประท้วงญี่ปุ่นชูระหว่างการเดินขบวนประท้วงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผมเห็นโดดเด่นเป็นพิเศษ คือ รูปนายกฯ อาเบะ ถูกใส่หนวดเป็นฮิตเลอร์นั่นแหละ

นายกฯ อาเบะ อ้างว่าที่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อปกป้องประชาชน และให้สหรัฐกับพันธมิตรอื่นมีความสบายใจในอันที่จะยอมแบ่งปันข่าวกรองระดับลึกๆ กับรัฐบาลญี่ปุ่น

ที่ผมสงสัยก็คือว่า รัฐบาลอื่นต่างหากที่ควรจะไม่อยากแบ่งข้อมูลข่าวสารอันเป็นความลับกับสหรัฐ เพราะเอกสารรั่วออกมาเป็นนิจศีล เช่น กรณี นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ลูกจ้างของ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ที่แอบเอาเอกสารลับมาเปิดโปงเต็มไปหมด จนทำให้รัฐบาลที่คบหาด้วยต้องคิดหนัก ก่อนที่จะยอมให้รัฐบาลมะกันมารับรู้ข้อมูลของตน

หรือกรณีที่ วิกิลีกส์ เอาโทรเลขภายในระหว่างสถานทูตสหรัฐทั่วโลกกับกระทรวงต่างประเทศที่วอชิงตัน ออกมาเปิดเผยกันจนหมดไส้หมดพุง เกิดความกระอักกระอ่วนไปทั่ว

กฎหมาย "ข้อมูลราชการอันเป็นความลับ" (State Secrecy Bill) ของญี่ปุ่นล่าสุดนี้ ค่อนข้างจะสุดขั้ว เพราะว่ากำหนดให้รัฐมนตรีและหัวหน้าหน่วยราชการกำหนดให้ข้อมูล 23 ประเภทเป็นข่าวลับทางราชการที่เกี่ยวโยงกับการป้องกันประเทศ การทูต การสืบหาข่าวกรองของฝ่ายตรงกันข้าม ตลอดจนมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายแบบต่างๆ ทั่วโลก

ร่างกฎหมายนี้ กำหนดว่า ใครทำผิดต้องติดคุกได้ยาวนานถึง 10 ปี

และคนทำข่าวหรือคนอื่นๆ ในภาคเอกชนที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในฐาน "เปิดทางให้คนอื่นเข้าถึงซึ่งข้อมูล จนทำให้มีข่าวคราวรั่วไหลไปข้างนอก" ก็ยังต้องผิด ติดคุกได้ถึง 5 ปี

มีเหตุผลจะสงสัยได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ จะออกมาเพื่อเตรียมการให้ญี่ปุ่นแก้ไขรัฐธรรมนูญกับสหรัฐ เพื่อแก้ไขบางประเด็นที่คนญี่ปุ่นถือว่าให้เวลามานานสมควรแล้ว

เรื่องอื้อฉาวที่สภาญี่ปุ่นกรณีร่างกฎหมาย "ความลับราชการ" กับสภาไทยเรื่องกฎหมาย "นิรโทษกรรมสุดซอย" มีความละม้ายคล้ายกัน ตรงที่ใช้วิธี "สับขาหลอก" และพอฝ่ายค้านและประชาชนทั่วไปเผลอ ก็ให้ยุติการอภิปรายคัดค้าน ดึงดันให้ยกมือในสภา เพราะว่าพรรครัฐบาลมีเสียงข้างมาก โหวตกี่ครั้งก็ชนะ

ลูกเล่นของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลของสองกรณีนี้ ก็เหมือนกัน นั่นคือ ทำผ่านคณะกรรมาธิการก่อน แล้วก็เร่งรัดให้ร่างกฎหมายเข้าสู่การลงมติในสภาล่าง ก่อนที่จะผลักดันต่อในวุฒิสภา

วิธีการลับๆ ล่อๆ อย่างนี้ ดูเหมือนว่านักเลือกตั้งจะใช้วิธีการ "พวกมากลากไป" ไม่ต่างกัน ยิ่งทำให้มีรอยตำหนิต่อคำว่า "ประชาธิปไตย" หนักขึ้นไปอีก

ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมสุดซอยของสภาไทย มุ่งจะปล่อยคนโกงและฉ้อฉลทั้งๆ ที่ผิดหลักการปกครองประเทศที่ต้องมีธรรมาภิบาล

ร่างกฎหมายเพิ่มข้อมูลทางการที่ประทับตรา "ลับสุดยอด" ขึ้นมาอย่างมากมาย แม้จะได้รับอนุมัติจากเสียงข้างมากในสภา แต่ก็ทำด้วยอาการงุบงิบ และเห็นชัดว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ์และเสรีภาพของการรับรู้ข่าวสาร ที่มีผลกระทบต่อบ้านเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย

ฝ่ายค้านบอกว่ายังไม่ทันจะได้อภิปรายคัดค้านให้ประชาชนได้ยินได้ฟัง พรรครัฐบาลก็ชิงยุติการอภิปรายเพื่อลงมติ

ประชาชนที่หวั่นกลัว นายกฯ อาเบะ กำลังจะทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็น "รัฐลี้ลับ" และประชาชนถูกปิดหูปิดตาเรื่องข่าวสารที่มีความสำคัญ ต่อการประเมินการทำงานของรัฐบาล ก็ลุกขึ้นประท้วงอย่างกว้างขวาง

ที่ ยูเครน ชาวบ้านต้องออกมาประท้วงกันอย่างคึกคัก เพราะรัฐบาลถือว่าเมื่อประชาชนเลือกมาแล้วจะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องฟังเสียงจากประชาชน ที่ไม่ต้องการให้ยูเครนอยู่ใต้อิทธิพลของปูตินมากเกินไป

เสียงตะโกนต่อต้าน "เผด็จการเสียงข้างมาก" จึงดังกระหึ่มจาก กรุงเทพฯ ผ่าน โตเกียว ถึง ยูเครน ...กันเลยทีเดียว