การเมืองไทยที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เป็นตัวกระตุ้นให้โลกออนไลน์ โดยเฉพาะคอโซเชียล เน็ตเวิร์ค ทั้งหลาย
ได้ เสพ แชร์ ไลค์ เม้นท์ กันอย่างเมามัน เพราะต้องยอมรับว่า ช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียทั้งหลาย "รวดเร็ว" มากกว่าสื่ออื่นๆ แต่ความเร็วก็มักจะมาพร้อมกับความ "ผิดพลาด"
ดั่งที่เราจะได้เห็นกันอยู่ในตอนนี้ เกิด "ข่าวลือ ข่าวลวง" มากมาย ภาพตัดต่อ ข้อมูลที่ไร้แหล่งที่มา ไร้การยืนยัน มีให้เห็นกันเพียบ หากเกิดความผิดพลาด ก็ยากที่จะเรียกข้อความ หรือภาพนั้นกลับมาแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะมันได้ถูกแชร์ออกไปถึงไหนต่อไหน
เจ้าของข้อมูล เจ้าของภาพ โดยเฉพาะสำนักข่าวต่างๆ บุคคลที่เห็นเหตุการณ์ นักข่าวพลเมือง ควรตระหนักถึง ข้อมูลข่าวสารที่จะส่งต่อออกไป ตรวจสอบความถูกต้องให้แน่ชัดเสียก่อน บางครั้ง "ความเร็ว" มันไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป เพราะถ้าเร็วแล้วผิด อย่าเร็วเลยจะดีกว่า ยิ่งการเมืองแรงขนาดนี้ การสร้างกระแส ปั่นกระแส ข้อมูลเท็จ ข้อมูลลวงจะไหลบ่าแบบฉุดไม่อยู่ ถ้าเราส่งข้อมูลผิด คนรับสารก็จะรับไปแบบผิดๆ
คิดสักนิด ก่อนที่จะกดแชร์ หรือโพสต์ข้อมูลที่เราเองก็ไม่รู้ว่ามันจริง หรือไม่จริง ก่อนที่ข้อมูลจะหลุดจากตัวท่านออกไป พิจารณาให้ดีถี่ถ้วน ให้แน่ใจก่อนที่ท่านจะเชื่อแล้วแชร์ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นออกไป
วันก่อนที่ "อีริค ชมิดด์" ประธานกูเกิลมาเยือนไทย ยังพูดถึงการแสดงความเห็น การรับข้อมูลข่าวสาร ผ่านโซเชียลฯ โดยอิงสถานการณ์การเมืองไทยขณะนี้ว่า
"ข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บนโซเชียลฯ นั้น ใช่ว่าทุกข้อมูลที่ออกมาจะเป็นความจริง และไม่ใช่ว่าทุกคนจะพูดความจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอีกหนึ่งหนทางของกระบวนการทางประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ควรเข้าไปเซ็นเซอร์ แต่ต้องพูดความจริงต่อประชาชน พร้อมเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่ทางออก และแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส"
เอ่ยถึง "ชมิดด์" ประธานกูเกิล ที่บินข้ามโลกมาพบกับนักธุรกิจไทย พบนักศึกษาไทย รวมถึงให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลไทย (ซึ่งไม่รู้รัฐบาลรู้หรือยัง?) ถึงตอนนี้ "เขากลับไปแล้ว" แต่หลายๆ ข้อเสนอที่เขาทิ้งเอาไว้นั้น ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจดี เช่น นโยบายหนึ่งแทบเล็ตหนึ่งนักเรียน ที่ชมิดด์ มองว่า เป็นแนวคิดที่ดีแต่สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อ คือ พัฒนาคอนเทนท์ และซอฟต์แวร์รองรับ
รวมถึงเสนอแนะให้รัฐเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่อสื่อสารถึงกัน เปิดกว้างการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมนำข้อมูลไปใช้พัฒนาประเทศ
ชมิดด์ บอกว่า รัฐบาลไทยควรเพิ่มการโฟกัสกับการลงทุนด้านเน็ตเวิร์คและซอฟต์แวร์ พร้อมๆ กับพัฒนาทรัพยากรบุคคล สนับสนุนเยาวชนให้รู้สึกสนุกกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และยาหอมไทยนิดหน่อยว่า ไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็มีขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ บริหารจัดการให้เกิดการเข้าถึงเชื่อมโยง
จริงๆ แล้ว "ชมิดด์" มีกำหนดการเข้าพบนายกรัฐมนตรีไทยด้วย แต่หมายกำหนดการนี้ก็ยกเลิกไป....









