ดิจิทัลในวันนี้เข้าใกล้ผู้คนจนถูกพัฒนาให้เป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
เกิดเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็นกำไลข้อมืออย่าง "ไนกี้ ฟูเอลแบนด์" นาฬิกาข้อมืออย่าง "สมาร์ท วอทช์" หรือ " Wearable Device" อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมใส่ได้ที่ฮอตที่สุดอย่าง "กูเกิล กลาส" ที่จะวางขายปีหน้า
กระแสความต้องการและการเติบโตอย่างมากของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจต่างมองหานวัตกรรมดิจิทัลกลุ่มใหม่ที่จะช่วยพลิกโอกาสธุรกิจ เช่นอุปกรณ์ดิจิทัลที่ถูกนำมาสวมใส่ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไอเอ็มเอส รีเสิร์ช ระบุว่าในปี 2554 มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมใส่ได้จำหน่ายไปแล้วกว่า 14 ล้านชิ้น และคาดว่าในปี 2559 รายได้ของสินค้ากลุ่มนี้จะมีมากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตรงกับ ไอรีเสิร์ช ของจีนที่ระบุว่าชาวจีนมีความสนใจอุปกรณ์ประเภทนี้มากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2555 มีรายได้อยู่ที่ 99.4 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะสูงถึง 1,900 ล้านดอลลาร์ในปี 2558
กำไลข้อมือที่เป็นมากกว่าแฟชั่น
หลังจากไนกี้เปิดตัวกำไลข้อมือเจเนอเรชั่นที่สอง ไนกี้ พลัส ฟูเอลแบนด์ เอสอี (Nike+ FuelBand SE) ในราคา 149 ดอลลาร์ สำหรับผู้รักการออกกำลังกาย เพื่อให้สามารถติดตามการออกกำลังในแต่ละวันเทียบกับเพื่อนผ่านแอ๊ปเปิ้ลเกม เซ็นเตอร์ รวมทั้งยังวัดการเต้นของหัวใจและอุณหภูมิของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย
นอกจากไนกี้แล้ว ยังมีแบรนด์อุปกรณ์สวมใส่ในลักษณะกำไลข้อมือที่เป็นที่รู้จักอย่าง ฟิตบิท ฟอร์ซ (Fitbit Force) และ จอว์โบน อัพ (Jawbone Up) ซึ่งหายใจรดต้นคอไนกี้อยู่ ทำให้ไนกี้ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง
ศึกชิงพื้นที่สมาร์ทวอทช์
นอกจากกำไลข้อมือเพื่อสุขภาพแล้ว นวัตกรรมผ่านนาฬิกาข้อมือก็เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจ โดยบริษัทวิจัยคานาลิสคาดว่าจำนวนสมาร์ทวอทช์ จะเพิ่มจาก 500,000 เรือนในปีนี้เป็น 5 ล้านเรือนในปี 2557
แน่นอนว่า สมาร์ทวอทช์ ซึ่งเข้าชิงตำแหน่งการเป็นหน้าจอที่สอง (Second Screen) ในมือของผู้บริโภคย่อมต้องทำงานได้มากกว่าการบอกเวลา จึงเป็นโจทย์การแข่งขันของค่ายยักษ์ใหญ่ที่ต่างกระโดดมาร่วมในสนาม เพราะนอกจากจะต้องเผชิญกับขนาดของหน้าจอที่เล็กมากแล้ว ยังต้องจัดการกับอายุของแบตเตอรี่ และความคาดหวังของผู้ใช้ซึ่งปัจจุบันชื่นชอบกับการใช้งานสมาร์ทโฟนและไอพอดอยู่แล้ว
สำหรับโซนี่ ที่จำหน่าย "โซนี่ สมาร์ทวอทช์" มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้เปิดตัว "โซนี่ สมาร์ทวอทช์2" เมื่อกันยายนที่ผ่านมา โดย โซนี่ สมาร์ทวอทช์เป็นจอทัชสกรีนที่สามารถเช็คแมสเซจ อ่านอีเมล และดูปฏิทิน พร้อมทั้งรองรับเทคโนโลยี เอ็นเอฟซี และทำงานได้กับแอนดรอยสมาร์ทโฟน จำหน่ายที่ราคาประมาณ 200 ดอลลาร์
ส่วนซัมซุงเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ "แกแล็กซี่ เกียร์" เมื่อเดือนกันยายน มาพร้อมฟังก์ชั่นใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่างโซนี่ ที่รองรับ Bluetooth และเริ่มเห็นฟังก์ชั่นรับสั่งการด้วยเสียง (Voice Activated Function) โดย แกแล็กซี่ เกียร์ ทำงานกับแกแล็กซี่ โน้ต อุปกรณ์แอนดรอย์ในค่ายของซัมซุงเท่านั้น
ในขณะที่มีข่าวหนาหูว่ากูเกิลก็ใกล้เปิดตัวสมาร์ทวอชรุ่นแรกเร็ววันนี้
กูเกิลกลาสเทรนด์มาแรง
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสความดังอยู่ที่การเปิดตัวของกูเกิลกลาส (Google Glass) และนำเสนอรุ่น เอ็กซ์พลอเรอร์ เอดิชั่น (Explorer Edition) ให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สั่งจองในราคา 1,500 ดอลลาร์ ที่งาน กูเกิล ไอ/โอ ทั้งยังกลายมาเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญในงานนิวยอร์กแฟชั่นวีค จนเป็นข่าวใหญ่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าดิจิทัลได้ก้าวข้ามความเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์สู่การเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงความมีรสนิยมไปแล้ว
นวัตกรรมในลักษณะแว่นตาไม่ได้มีเพียงกูเกิล บริษัทรีคอน อินสตรูเมนท์ ก็ได้พัฒนาแว่นตารุ่นรีคอนเจ็ท ในหมู่ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย เช่น จักรยาน กอล์ฟหรือวิ่ง โดยเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนแอพและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกายของผู้สวมใส่เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีผลงานจากนักประดิษฐ์ชาวญี่ปุ่น "ทากาฮิโตะ อิกูจิ" ผู้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ในลักษณะคล้ายกันที่เรียกว่า Telepathy ซึ่งเน้นถึงการสื่อสารกับเพื่อนๆ ผ่านทางภาพที่เห็นได้จากอุปกรณ์สวมใส่ที่ดูเท่ห์เป็นพิเศษชิ้นนี้
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกคงต้องคอยติดตาม Wearable Device ที่ทยอยเปิดตัว แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้ว คงต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้เชื่อมเข้ากับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลให้ทันโดยเร็วก่อนคู่แข่งจะชิงตลาดเสียก่อน









