วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขนาดไม่ใช่เรื่องใหญ่

ความเป็นประเทศเล็กของเรามักจะกลายเป็น “อุปสรรค” ในความคิดของหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจการค้า

ที่เรามักจะคิดว่าตลาดในบ้านเราเป็นเพียงตลาดเล็กๆ เทียบไม่ได้กับสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือจีน เช่นเดียวกับการก่อกำเนิดเทคโนโลยีต่างๆ ที่เป็นไปไม่ได้เพราะขนาดของประเทศเราเล็กเกินไป

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ขนาดของประเทศไม่ได้ทำให้ประเทศใหญ่คงความได้เปรียบเสมอไป เพราะมีตัวอย่างของบริษัทที่ล้มเหลวในตลาดใหญ่ๆ มากมาย ตรงกันข้ามก็มีหลายๆ บริษัทที่เติบโตสู่ตลาดโลกได้ทั้งที่ถือกำเนิดมาจากประเทศเล็กๆ

ความคิดว่าตลาดเล็กในประเทศเป็นข้อจำกัดของการเติบโตจึงไม่ถูกต้องนัก เพราะบทเรียนทางธุรกิจมากมายชี้ให้เห็นว่าตลาดเล็กก็ยังมีโอกาสสร้างความสำเร็จระดับใหญ่ได้ แต่แน่นอนว่าบริษัทที่แสวงหาความสำเร็จต้องออกแรงมากกว่าและต้องมี “แก่น” ของตัวเองที่เด่นชัด

เพราะจุดเด่นของบริษัทจะถูกฉายออกมาผ่านแก่นแท้ของแต่ละบริษัทเอง ซึ่งแก่นแท้ดังกล่าวไม่ได้หมายถึงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง แต่ต้องคิดไปถึงการสร้างความยอมรับในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อต่อยอดในอนาคตได้ด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็เช่นแอ๊ปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ที่คงจะไม่มีความสำเร็จจนเป็นกรณีศึกษาให้ได้เรียนรู้ในวันนี้หากแอ๊ปเปิ้ลยังคงผลิตคอมพิวเตอร์แต่เพียงอย่างเดียวเหมือนอดีตนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท แต่เพราะวิสัยทัศน์และเล็งเห็นการปฏิวัติสู่โลกดิจิทัลทำให้แอ๊ปเปิ้ลต่อยอดเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากมาย

ลูกค้ารายใหญ่ของแอ๊ปเปิ้ลวันนี้จึงมีทั้งโทรศัพท์ไอโฟน เครื่องเล่นเพลงไอพอด และแทบเล็ตไอแพด ฯลฯ โดยสินค้าทั้งหมดนั้นใช้ “แก่น” ของเทคโนโลยีและการออกแบบร่วมกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแอ๊ปเปิ้ล

ผมเชื่อว่าจุดประสงค์หนึ่งของแอ๊ปเปิ้ลก็คือการมองทะลุไปในอนาคตว่าการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ใดๆ ออกสู่ตลาดแล้วมักจะถูกลอกเลียนแบบได้อย่างรวดเร็ว เพราะความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องเทคโนโลยีและการผลิตที่แทบจะไม่แตกต่างกันแล้ว

หากมัวฟ้องร้องหรือไล่จับผู้ปลอมแปลงแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่แก้ปัญหาอะไร แต่การเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องจะเป็นกลไกที่ทำให้แอ๊ปเปิ้ลนำหน้าคู่แข่งที่มัวแต่เลียนแบบของเก่า ขณะที่แอ๊ปเปิ้ลยังคงสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ป้อนสู่ตลาดได้ก่อนเสมอ

การประสบความสำเร็จทางธุรกิจทุกวันนี้จะมัวลองผิดลองถูกเหมือนอดีตคงไม่แคล้วถูกคู่แข่งแซงหน้าไปไกล กรณีศึกษาที่ได้จากบริษัทต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นบทเรียนล้ำค่าให้ได้ศึกษา เพราะเบื้องหลังความสำเร็จหรือล้มเหลวที่คนภายนอกเห็นนั้น มีปัจจัยเหตุมากมายประกอบกันอยู่ภายใน

การเรียนรู้ให้มากเข้าไว้ จึงเป็นทางลัดสำคัญประการหนึ่งให้เราพัฒนาแก่นแท้ของตัวเองให้ได้ เพื่อต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน รวมถึงต้องตอบสนองเขาได้ถูกจังหวะเวลา ไม่มาเร็วเกินไปหรือช้าจนเกินไป

เพราะสินค้าและบริการหลายๆ ตัวมีแนวคิดที่ดี แต่หากออกมาก่อนที่ลูกค้าจะเข้าใจก็ทำให้ขาดการยอมรับ แต่ถ้ามาช้าเกินไปก็ไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า ช่วงเวลาการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

โลกธุรกิจมีช่องว่างทางการตลาดใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ไม่เกี่ยงว่าเป็นตลาดเล็กหรือตลาดใหญ่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเห็นโอกาสนั้นก่อนต่างหาก