ทำเอาผู้นำจีนตกใจได้เหมือนกันเพราะคาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุ ก่อการร้าย กลางจัตุรัสเทียนอันเหมิน อันเลื่องลือของปักกิ่ง ได้
ตำรวจจีน บอกว่า กรณีรถคันหนึ่งวิ่งชนกลางจัตุรัสเทียน ที่โดดเด่นและมีความหมายทางการเมืองที่สุดของจีนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา
หากแต่เป็น “การก่อการร้าย” ที่จงใจจะสร้างความวุ่นวาย
การที่ทางการจีน ออกมาพูดอย่างนี้ก็เท่ากับยอมรับว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ปกติจะเข้มข้นล้นเหลือ ณ จุดนี้หย่อนยานถึงขั้นที่เปิดทางให้มีการ “โจมตี” กลางวันแสก ๆ ได้ขนาดนี้
ผู้ต้องสงสัย 5 คน (เป็นผู้หญิงสองคน) ที่ถูกจับไปสอบสวนยังไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ แต่ข่าวคราวที่เจ้าหน้าที่จีนออกผ่านสื่อนั้นย้ำว่าต้นตอของการก่อเหตุครั้งนี้มาจากมณฑลซินเจียง ทางตะวันตก
พอเอ่ยชื่อซินเจียง ภาพความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางจีน กับกลุ่มมุสลิมทางตะวันตกของประเทศที่มีการรณรงค์แยกดินแดนก็ปรากฏภาพออกมาชัด ทำให้วิเคราะห์ไปได้ว่าความพยายามของปักกิ่ง ที่จะแก้ปัญหามณฑลที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติเช่นน้ำมันและแร่ธาตุนั้น ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้แต่อย่างใด
กลุ่มมุสลิมของซินเจียง คือ Uighur (อุยเกอร์) ซึ่งมีการรวมตัวเรียกร้องสิทธิการปกครองตนเองอย่างต่อเนื่อง และแม้จะมีการปราบปรามอย่างหนักมาตลอด แต่กลุ่มต่อต้านก็ยังแฝงตัวอยู่ในซอกหลืบของภูเขาและทะเลทราย ของมณฑลห่างไกลแห่งนี้ ปฏิบัติการแก้แค้นและรุกไล่ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ
หากข่าวนี้เป็นจริง ก็เท่ากับตอกย้ำว่ากลุ่มแยกดินแดนของซินเจียง ยังไม่หยุดกิจกรรมต่อต้านปักกิ่งอย่างซ่อนเร้นและเปิดเผยอยู่ตลอดเวลา
ในรถคันที่ชนจนไฟไหม้กลางจัตุรัส นั้น คนขับเป็นผู้ชาย มีเมีย และแม่นั่งอยู่ด้วย ตำรวจจีนบอกว่าชายคนนี้จุดแก๊สระเบิดรถเผาตัวเองและครอบครัว
สำนักข่าวซินหัวที่ให้รายละเอียดเรื่องนี้บอกว่านี่เป็นปฏิบัติการ “พลีชีพ” ที่ปกติจะไม่ค่อยได้เห็นในเมืองจีนนัก
เหตุร้ายครั้งนี้คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวสองคน บาดเจ็บถึง 40 กว่าคน
ภาพที่แพร่ออกมาจะเห็นรถคันนี้ลุกเป็นไฟ อยู่ใต้ภาพยักษ์ของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ที่ตั้งโดดเด่นกลางจัตุรัสเทียนอันเหมิน
ยิ่งตอกย้ำถึงการท้าทายต่ออำนาจรัฐของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน
ตำรวจจีนยืนยันว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรืออุบัติเหตุ หากแต่เป็นกรณีที่มีการ “วางแผนล่วงหน้าอย่างดี” เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายในที่สาธารณะ
เพราะเขาอ้างว่าตำรวจพบกระป๋องบรรจุแก๊ส, ท่อนเหล็ก, มีดใหญ่ ๆ หลายชุด, และป้ายที่มีข้อความสนับสนุน “ความเชื่อทางศาสนาหัวรุนแรง”
ตำรวจปักกิ่ง บอกว่า รถที่ใช้เป็นจี๊ป ป้ายทะเบียนมาจากซินเจียง
ชื่อของผู้ต้องสงสัยทั้งห้าคนที่ตำรวจเปิดเผยต่อสื่อมวลชนล้วนเป็นชื่อที่คนปักกิ่งฟังไม่คุ้นหูเพราะมาจากดินแดนห่างไกลที่ซินเจียงเสียเป็นส่วนใหญ่
ซินเจียง เป็นจุดล่อแหลมและอ่อนไหวสำหรับรัฐบาลกลางจีนมาตลอด เพราะกลุ่มผู้เรียกร้องการปกครองตนเองได้ใช้วิธีการต่อสู้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระเบิด, ลอบสังหาร และปะทะด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อต่อต้านอำนาจจากส่วนกลางมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
แกนนำของคนซินเจียง กล่าวหามาตลอดว่ารัฐบาลกลางของจีน ได้ส่งคนจีนเชื้อสายฮั่น เข้าไปตั้งรกรากที่นั่นเพื่อหลอมละลายความเข้มข้นของชนกลุ่มน้อย และได้ส่งกองกำลังตำรวจ และทหารเข้าประจำการอย่างเหนียวแน่นจนเกิดความระแวงสงสัยระหว่างคนท้องถิ่นกับอำนาจรัฐมาตลอด
เมื่อเกิดเหตุ “พลีชีพ” กลางเมืองหลวงปักกิ่งเช่นนี้, ผู้นำจีนก็ย่อมจะต้องผวาเป็นธรรมดา เพราะเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าไม่ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตมากมายเพียงใด ไม่ว่าจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอย่างไร ปัญหาภายในที่ซินเจียง และทิเบต ก็ยังเป็นรอยด่างที่รอการแก้ไขอย่างยั่งยืน
เพื่อให้จีนสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงจริงจัง








