(1 ต.ค.) เด้งปลัดกระทรวงการคลัง อารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม พ้นจากตำแหน่ง
โดยให้ไปนั่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือก.พ.ร. แล้วแต่งตั้ง รองปลัดกระทรวงการคลัง รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รักษาการแทนตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง
>>> "วีระศักดิ์" @MrNaling จากเนชั่นทีวี เล่าถึงเบื้องลึกเบื้องหลังมติคณะรัฐมนตรี ครั้งนี้ ว่า เด้งปลัดกระทรวงการคลัง อารีย์พงศ์ ภู่ชะอุ่ม เพราะโดนสงสัยจากรัฐมนตรีคลัง (กิตติรัตน์ ณ ระนอง) และพรรคเพื่อไทย ว่า ฝักใฝ่ฝ่ายค้าน (พรรคประชาธิปัตย์) โดยมองว่าเป็นผู้ให้ข้อมูลวงในกับพรรคฝ่ายค้าน
>>> สำหรับผู้มีบทบาทสำคัญในการโยกย้ายครั้งนี้ คือ รมช.คลัง เบญจา หลุยเจริญ อันเป็นผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย และเหตุที่ไม่พอใจเพราะปลัดไม่ส่งชื่อ "สาธิต รังคสิริ" ให้กับดีเอสไอ สอบสวนในคดีภาษีแวต
>>> ฟางเส้นสุดท้ายคือ ไม่ยอมจัดการ "สุภา ปิยะจิตติ" รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล อย่างเด็ดขาด ยังคงปล่อยให้ "สุภา" ออกมาถล่มรัฐบาล เป็นระลอกๆ โดยเหตุที่ "อารีพงศ์" ไม่จัดการ เพราะตัวเองเคยเป็นลูกน้อง "สุภา" มาก่อนและเห็นฝีมือ และเชื่อมั่นการทำงานที่ตรงไปตรงมาของ “สุภา”
>>> ส่วนใครจะมาเป็นปลัดกระทรวงการคลังตัวจริงนั้น รมช.เบญจา หนุน "รังสรรค์" ส่วน รมว.กิตติรัตน์ หนุน "สมชัย สัจจพงษ์" ตอนนี้ หากวัดกำลังกันในกระทรวงการคลัง สายตรงคนทางไกล น่าจะส่งผลให้ "รังสรรค์" เป็นปลัดกระทรวงการคลัง ตัวจริง
>>> ส่วนอนาคต "สุภา" นั้น แม้จะไม่สดใสที่ก.คลัง แล้ว แต่ถ้ามองไปที่ตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่หากได้รับคัดเลือกจะไปสานต่อเรื่อง "จำนำข้าว" จาก "กล้านรงค์ จันทิก" โดย "สุภา" เมื่อผ่านการสรรหาแล้วจะต้องฝ่าด่านวุฒิสภา อีก 1 ด่าน ว่า จะเห็นชอบให้ไปนั่งกรรมการป.ป.ช.หรือไม่ แต่แม้ว่าวุฒิสภา จะไม่ผ่าน กรรมการสรรหา สามารถยืนยันรายชื่อและทำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้
>>> ส่วนการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลที่ซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกมา 1 คน และบุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกมาอีก 1 คน เพื่อดำเนินการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินแทน ประวิช รัตนเพียร ที่ลาออกจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปสมัครกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งปรากฏว่า ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง ขณะที่บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกเนื่องจากระยะเวลาในการเสนอชื่อกระชั้นชิดเกินไป ทำให้ผู้พิพากษาไม่สามารถดำเนินการเสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการสรรหาได้ทัน ดังนั้น ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงได้สั่งนัดประชุมในวันที่ 9 ต.ค.เมื่อคัดเลือกบุคคลได้แล้วจะแจ้งให้เลขาธิการวุฒิสภารับทราบต่อไป
>>> ถึงกระนั้นที่ประชุมได้มีมติเลือก ประธานศาลฎีกา ดิเรก อิงคนินันท์ ให้เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา พร้อมได้กำหนดกรอบและแนวทางการสรรหา โดยจะเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาตั้งแต่วันที่ 3-10 ต.ค.ในเวลาราชการ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ









