ถอยหลังลงคลองลึกไปเรื่อยๆ สำหรับรัฐวิสาหกิจโทรคมรายใหญ่ของประเทศ "บมจ.ทีโอที" ล่าสุดไม่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้
แก่เจ้าหนี้โครงการ "3จี" เป็นจำนวนเงิน 32 ล้านบาท จ่อของบเพิ่มเพื่อนำมาจ่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น 2 ธนาคารที่ทีโอทีใช้เป็นแหล่งเงินกู้ตอนเริ่มต้นโครงการมูลค่าราว 15,900 ล้านบาท
ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นเรื่องจริงของสาเหตุที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม เป็นเพราะการติดตั้งสถานีฐาน 3จีที่ล่าช้ามาก ขณะที่รายได้ที่มาจากบริการต่างๆ ก็คงไม่เพียงพอ ถึงต้องของบประมาณมาเพิ่ม ทั้งๆ ที่คนทีโอที ป่าวประกาศมาโดยตลอดว่า บริการ 3จี ของทีโอที นี่แหละจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาว มาช่วยหนุนรายได้ในช่วงที่ไม่มีเงินจากสัมปทานมาค้ำจุน
แต่การติดตั้งสถานีฐาน 3จี เฟสแรกนั้น ล่าสุด คาดว่าจะติดตั้งสถานีฐานให้แล้วเสร็จ 5,320 สถานีภายในเดือนต.ค.นี้ จากเดิมเคยตั้งเป้าไว้ว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย. หรือต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุผลหลักของการติดตั้งล่าช้า ทีโอทีระบุว่า เพราะติดปัญหาเรื่องการพาดสายกับการไฟฟ้าฯ และบางพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการติดตั้งได้
นอกจาก จะไม่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้แล้ว ที่ประชุมบอร์ดยังรายงานผลประกอบการรายได้ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลสรุป "เศร้าใจมาก" เพราะรายได้ทุกส่วนลดลง เช่น มือถือ 3จี โทรศัพท์พื้นฐาน โดยเฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (เอดีเอสแอล) ที่มีรายได้ลดลง ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วน่าตกใจ "เนื่องจากลูกค้ายกเลิกบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง"
"ลูกค้ายกเลิกบริการ"!! นี่มันเป็นยิ่งกว่าวิกฤติขององค์กร ซึ่งเป็นระดับผู้ครอบครองโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มีสินทรัพย์ที่เป็นทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยี ที่คิดคำนวณคร่าวๆ มากมายหลายแสนล้านบาท แต่กลับถูกลูกค้าทยอยยกเลิกบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่คู่แข่งก็มีจำนวนนับรายได้ แต่ละรายก็ไม่ได้ให้บริการได้ดีกว่ากันสักเท่าไร อัตราค่าบริการก็ใกล้เคียงกัน ทำไมทีโอทีจึงดึงดูดลูกค้าไว้ไม่ได้ ทรัพย์สินที่มี กำลังคนที่มี บริหารจัดการกันอย่างไร ถึงปล่อยให้องค์กรระดับประเทศวิกฤติลงเรื่อยๆ แบบนี้
นี่เป็นแค่บทเรียนเริ่มต้นของ "ทีโอที" ที่นับจากนี้ ก็ไม่ทราบว่าทีโอทีต้องของบเพิ่มขึ้นๆ ไปหรือไม่
ใครขึ้นมาบริหารก็อยู่ไม่ยืด โดดหนีกันหมด ไม่มีใครอยากเปลืองตัว คนตั้งใจเข้ามาบริหาร แต่เมื่อไม่สามารถสั่งการใดๆ ได้ จะอยู่ให้เปลืองตัวทำไม แตะไปตรงไหน ค้นไปที่ใดมีแต่เรื่อง ทุกอย่างดูติดขัดไปหมด
ที่จริงแล้วโอกาสของการทำธุรกิจของทีโอที ยังมีทางเลือกที่จะหยิบฉวยเพื่อสร้างรายได้ต่อยอดได้อีกมาก ยิ่งเป็นยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีแบบนี้ ทีวีดิจิทัลกำลังจะเกิด ผู้บริโภคก็กระหายที่จะใช้เทคโนโลยีด้านโทรคมมากขึ้น ทีโอทีในฐานะผู้ครอบครองสินทรัพย์โทรคมมหาศาลต้องฉกฉวยความได้เปรียบนี้ให้ได้
แต่ก็อย่างว่า ...มันขึ้นอยู่ที่ "กึ๋น" ของคนทีโอทีว่าจะทำได้ไหม








