วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลระวังเข้าตาจน เร่งสร้างเขื่อนแม่วงก์

การเดินเท้าคัดค้านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง

ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ หรือ EHIA นำโดย นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประชาชน และกำลังจะกลายเป็นพลัง 'ใหม่' ทางสังคม ที่ออกมาคัดค้านนโยบายหลักของรัฐบาล โดยเฉพาะการก่อสร้างบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทและกู้เงินเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท

ประเด็นการคัดค้านในครั้งนี้ โจมตีไปที่รายงานฉบับนี้โดยตรงว่ามีน้อยเกินไป และไม่ให้ความสำคัญพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ต่อเนื่องกับพื้นที่มรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่เป็นป่าใหญ่อุดมสมบูรณ์ไม่มีการรบกวนระบบนิเวศน์สัตว์ป่าโดยที่ตั้งของชุมชน ดังมีรายงานข้อมูลสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกระจายตัวของเสือโคร่ง ทั้งจากรายงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย และ กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย

นอกจากนี้ ประเด็นคัดค้านยังพุ่งเป้าไปที่การประเมินผลประโยชน์ ที่ได้จากการสร้างเขื่อนแห่งนี้ โดยเห็นว่าพื้นที่ที่ได้ประโยชน์ในโครงการชลประทานน้อยกว่าที่รายงานพยายามอ้าง และยิ่งใช้เหตุผลเพื่อป้องกันอุทกภัยแล้ว ก็ถือว่ามีน้ำหนักน้อยมาก เพราะปริมาณน้ำที่ผ่านมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้น คิดเป็นเพียง 1% ของปริมาณน้ำที่ก่อให้เกิดอุทกภัยเท่านั้น แต่ปรากฏว่ามีการอนุมัติกันอย่างเร่งรีบ โดยเห็นว่าหากก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์จะเอื้อประโยชน์มหาศาล ทั้งต่อเศรษฐกิจของประเทศและการป้องกันอุทกภัย

ประเด็นการเร่งรีบเป็นเรื่องที่ประเมินกันได้ไม่ยากนัก เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลอ้างว่าการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เป็นเรื่องรีบด่วน แต่จนถึงบัดนี้ รัฐบาลก็ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรให้เป็นรูปธรรม สมกับข้ออ้างเรื่องความเร่งด่วน อีกทั้งถูกวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสของการดำเนินโครงการอย่างมาก เพราะหากพูดกันตามจริงแล้ว หลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รัฐบาลแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามงบประมาณปกติ ทั้งที่เวลาได้ผ่านไปเกือบ 2 ปีเต็ม

กรณีของเขื่อนแม่วงก์ ที่รัฐบาลหวังจะเร่งรีบดำเนินการนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกใจนัก เพราะว่าพื้นที่ในอำเภอลาดยาวไม่ได้มีกระแสการอนุรักษ์ อีกทั้งนักการเมืองท้องถิ่นที่ได้ประโยชน์กับโครงการเหล่านี้ ก็สนับสนุนกันเต็มที่อยู่แล้ว เหมือนกับการเปิดพื้นที่ป่าในอำเภอลาดยาวในอดีต กล่าวคือ เป็นพื้นที่ที่มีแรงต่อต้านน้อยที่สุดในบรรดาพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศของรัฐบาล ดังนั้น ความเร่งรีบจึงเกิดขึ้นในโครงการเหล่านี้ ตั้งแต่การเตรียมเรื่องคนที่มีหน้าที่อนุมัติ จนถึงคนที่รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้าง

เราเห็นว่า ขบวนการต่อต้านการสร้างเขื่อน โดยตระหนักถึงภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในปัจจุบัน เพราะว่าขณะนี้เกิดภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ มากมาย อีกทั้งโครงการของรัฐบาลที่ผ่านมาจำนวนมาก ก็เกิดผลเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างประเมินไม่ได้ และเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ก็เป็นสิ่งที่จะฟื้นกลับมาไม่ได้ เราขอสนับสนุนการคัดค้านเพื่อสังคมส่วนรวม ที่กำลังขับเคลื่อนกันอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ แต่เราขอคัดค้านกระบวนการใดๆ ที่ทำแบบรวบรัดและแอบอ้างผลประโยชน์ประเทศชาติ เพราะว่ากระบวนการเหล่านี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม