มีคนถามว่า ถ้า สหรัฐ ถล่มซีเรียด้วยขีปนาวุธ หรือหย่อนระเบิดทางอากาศ หากรัฐสภาเปิดไฟเขียววันสองวันนี้
จะมีผลต่อราคาน้ำมันโลกหรือไม่
ข้อเท็จจริง ก็คือ ซีเรีย ผลิตน้ำมันดิบน้อยมาก (ทั้งโลกผลิต 89 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ซีเรียผลิตได้เฉลี่ยที่เพียง 180,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น ก่อนเกิดการสู้รบ และหดหายอย่างต่อเนื่องถึงวันนี้)
ซีเรีย เคยผลิตน้ำมันได้สูงสุดในช่วงทศวรรษ 1990 ที่วันละประมาณ 600,000 บาร์เรล แต่ก็ค่อยๆ ลดลงถึงวันละ 400,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2011 อยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก ซึ่งต่ำกว่าเวียดนามหนึ่งอันดับด้วยซ้ำ
หลังจากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น การผลิตน้ำมันดิบของซีเรีย ก็ร่วงลงมาอยู่ที่วันละ 50,000 บาร์เรล และปริมาณส่งออกหดลงมาเกือบจะอยู่ที่ศูนย์
บ่อน้ำมันของซีเรียส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งในช่วงหลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝ่ายต่อต้าน และรัฐบาลเข้าไปทำอะไรไม่ได้มากนัก
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่กับน้ำมันของซีเรีย หากแต่อยู่ที่ว่าเพื่อนบ้านของซีเรียมีบ่อน้ำมันมากมาย
สิ่งที่ผู้คนหวาดหวั่นกัน ก็คือว่า หากประเทศใกล้บ้านเรือนเคียงอย่างซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก คูเวต หรือ ยูเออี โดนลากเข้าไปเกี่ยวกับสงครามด้วย บ่อน้ำมันแถวนั้นก็จะตกอยู่ในเขตอันตรายได้ทันที
ต้องไม่ลืมว่า อิหร่าน หนุนหลังรัฐบาลซีเรีย ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด และส่งอาวุธไปสนับสนุนอยู่ ขณะที่ ซาอุฯ และ กาตาร์ ก็ส่งปืนผาหน้าไม้ให้กับฝ่ายต่อต้าน
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าความขัดแย้งในซีเรียนั้น ความจริงก็คือ “สงครามตัวแทน” ของสองกลุ่มประเทศนี่เอง
แม้ว่าซีเรียจะมีบ่อน้ำมันมากนัก แต่จุดที่ตั้งของประเทศนี้อยู่ใกล้จุดอ่อนไหวเส้นทางขนส่งน้ำมันของตะวันออกกลาง
ดูตามแผนที่จะเห็นว่า ซีเรีย ตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางกว้าง 21 ไมล์ ที่เป็นทางผ่านระหว่างอิหร่านกับคาบสมุทรอาระเบีย และนี่คือจุดผ่านของน้ำมันดิบไม่น้อยกว่า 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ดูให้ใกล้ก็จะเห็นว่าคลองสุเอซและท่อน้ำมันซูเมด (Sumed) อยู่ใต้ไปจากซีเรียไม่มากนัก และนี่คือเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันวันละ 3.8 ล้านบาร์เรลเป็นอย่างน้อย
มีความกลัวกันว่าหากสหรัฐเปิดฉากโจมตีซีเรีย ประเทศที่ยืนอยู่คนละข้างกับสหรัฐอ อาจจะจ้องทำลายเส้นทางลำเลียงน้ำมันเหล่านี้ เพื่อตอบโต้สหรัฐและพันธมิตรของมะกันก็ได้
ตั้งแต่สหรัฐขู่ว่าจะโจมตีซีเรีย ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้เพิ่มไปบาร์เรลละประมาณ 15 ดอลลาร์ และในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็กระโดดไปถึงระดับสูงสุดในหกเดือน โดยที่นักค้าน้ำมันเรียกราคาที่เพิ่มขึ้นว่าเป็น “risk premium” หรือ “ราคาเพิ่มขึ้นเพราะความเสี่ยง”
จึงหวังกันว่า ประธานาธิบดี โอบามา จะไม่ “บ้าระห่ำ” เปิดศึกซีเรีย ที่จะดึงเอาอิหร่าน หรือกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เข้ามาขยายความรุนแรงมากขึ้นกว่าการโจมตี “ในวงจำกัด ในเวลาที่จำกัด และด้วยเป้าหมายที่จำกัด”
หากว่าวงสงครามขยายตัวเกินกว่า “วงจำกัด” ที่ว่านี้แล้ว...โลกจะหนาวกันไปทั่ว








