วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การบ้านก่อนประมูลดิจิทัลทีวี(1) ตรวจแถว"ผู้เล่นรายเก่า-รายใหม่"

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคมนี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะพิจารณารายละเอียด

หนังสือเชิญชวนและเอกสารสารสนเทศ (IM) ให้กับผู้สนใจจะประมูลช่องดิจิทัลทีวี หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กสท. ได้กำหนดไทม์ไลน์ใหม่ของขั้นตอนการประมูลดิจิทัลทีวีที่ทำให้เลื่อนออกไปจากเดิมกลางเดือนต.ค.นี้ไปเป็นกลางเดือนม.ค.2557 นับถอยหลังไปอีกประมาณ 5 เดือน

พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.เขียนไว้บน @DrNateeDigital ว่าการออกหนังสือชี้ชวนหรือ IM จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล

ถ้าการประชุม กสท. วันจันทร์ไม่มี "พลิกล็อก" ไทม์ไลน์ของการประมูลดิจิทัลทีวีจะเรียงลำดับดังนี้

ขั้นตอนการเชิญชวน : ออกหนังสือเชิญชวน IM วันที่ 27 ส.ค., นัดชี้แจงหนังสือเชิญชวน 3 ก.ย., จำหน่ายซองประมูล 10-12 ก.ย. (ผู้สนใจประมูลจะต้องจ่ายเงินซื้อซองๆ ช่องละ 1 ล้านบาท), ชี้แจงแบบฟอร์มประมูล 15 ต.ค.
ขั้นตอนพิจารณาคุณสมบัติ : วันยื่นซองประมูล 28-29 ต.ค., (ผู้สนใจประมูลจะต้องเตรียม "เงินสด" ค้ำประกันซองประมูล 10% ของราคาขั้นต่ำและ ประเภท), กสท.ใช้เวลา 45 วัน ตรวจเอกสารเพื่อประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเข้าประมูล (ช่วงกลางธ.ค.) และอีก 15 วัน กสท.จะเปิดให้ผู้ผ่านคุณสมบัติได้ทดลองระบบประมูล(ช่วงปลายธ.ค.)

ขั้นตอนประมูล : หลังประกาศรายชื่อผู้ประมูลประมาณ 30 วัน ช่วงกลางเดือนม.ค.2557 จะเริ่มต้นการประมูลประเภทละ 1 วันต่อสัปดาห์, ประกาศรับรองผลการประมูลภายใน 15 วัน หลังจบการประมูล (ประมาณเดือนก.พ.2557 ) และเริ่มต้นออกอากาศเดือนมี.ค. 2557

กรณี กสท. พิจารณาขั้นตอนการประมูลเร็วกว่ากำหนดเวลาปกติ การประมูลจะเกิดช่วงกลางเดือนธ.ค. แต่ความน่าจะเป็นมากที่สุดน่าจะเป็นไปตามขั้นตอนตามกรอบเวลาปกติประมาณกลางเดือนม.ค.2557

ลองนับถอยหลังจากวันนี้ไปจะเหลือเวลาอีกประมาณ 143 วัน ไปถึงวันประมูลดิจิทัลทีวีครั้งแรกในโลก ซึ่งยังมีภาระงานเร่งด่วนอีกมากมายที่ กสท. และผู้คนที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนในวงการโทรทัศน์จะต้องผนึกกำลังกันเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ก่อนจะประมูลและออกอากาศดิจิทัลทีวีอย่างเป็นทางการ อย่างน้อย 24 ช่องธุรกิจ และอาจจะอีก 6 ช่องสาธารณะที่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในรอบ 50 ปี

เริ่มแรกในหนังสือชี้ชวนของ กสท. ควรจะเพิ่มเติมรายละเอียดของ "ลำดับ" ในการประมูลแต่ละประเภทช่องรายการ ที่มีอยู่ 4 ประเภทแบบไหน

ถ้าเรียงตามเกณฑ์ราคาขั้นต่ำสูงที่สุด ประมูลลำดับแรก คือช่องรายการแบบวาไรตี้-ข่าวและสาระ (สัดส่วนผัง 75%-ไม่น้อยกว่า 25 %) ความคมชัดสูง 7 ช่อง, ช่องรายการแบบวาไรตี้-ข่าว (สัดส่วนผัง 75%-ไม่น้อยกว่า 25%) ความคมชัดปกติ 7 ช่อง, ช่องรายการแบบข่าว-วาไรตี้ (ไม่น้อยกว่า 50%-50%) ความคมชัดปกติ 7 ช่อง และ ช่องรายการเด็ก-ครอบครัว ความคมชัดปกติ 3 ช่อง หรือเรียงจากราคาขั้นต่ำต่ำสุดไปหาราคาขั้นต่ำที่สูงขึ้นไป

การเรียงลำดับการประมูลในแต่ละประเภทถือว่าเป็น "ข้อมูล" ที่มีนัยสำคัญที่ผู้สนใจจะเข้าประมูลควรจะทราบล่วงหน้าในหนังสือชี้ชวน และเอกสารประมูล ก่อนการตัดสินใจยื่นซองประมูลที่มีราคาถึง 1 ล้านบาท และการวางเงินสดค้่ำประกันซองอีก 10% ของราคาขั้นต่ำ

กสท. ไม่ควรจะเรียงลำดับการประมูลจากจำนวน "ผู้สนใจ" มากไปหาน้อย หากไม่มีเป้าหมายจะให้ได้ "ราคาประมูลแพง" แต่ควรจะเรียงลำดับแบบสลับกันตามประเภทที่แตกต่างกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประมูลมีโอกาสได้ช่องรายการ ไปด้วยจำนวนรายมากที่สุดตรงตามเป้าหมายการประมูลเพื่อให้มี "ผู้เล่นใหม่" มากที่สุด แม้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประมูลแต่ละรายประมูลได้ไม่เกิน 3 ช่อง ยกเว้นช่อง HD กับช่องข่าวห้ามซ้ำกัน

ควรเริ่มประมูลจากประเภทช่องวาไรตี้ HD ที่มีราคาขั้นต่ำสูงสุดที่คาดว่าจะมีการแข่งขันน้อยที่สุด ลำดับต่อมาน่าจะเป็นช่องข่าว SDที่เป็นประเภทที่แตกต่างจากวาไรตี้ แล้วลำดับที่สามน่าจะเป็นประเภทช่องเด็ก และ ลำดับสุดท้ายคือช่องวาไรตี้ SD สำหรับผู้ผิดหวังจากทั้งสามประเภทแรกยังเหลือโอกาสสุดท้าย

ลองไล่รายชื่อผู้สนใจจะประมูลที่ได้แสดงตัวไว้แล้วเฉพาะ "ผู้เล่นรายใหม่" น่าจะประมาณ 13-14 กลุ่ม

ผู้เล่นรายใหม่ที่น่าจะเข้าประมูลอย่างแน่นอน เช่น กลุ่มแกรมมี่ที่ตุนเงินจากการขายหุ้นมติชน-โพสต์ และเพิ่มทุนไว้มากกว่า 3-4 พันล้านบาทพร้อมมากถึง 3 ช่อง, กลุ่มอาร์เอสบอกยังไม่ได้ตัดสินใจ 100% แต่เชื่อว่าจะประมูลอย่างน้อย 1 ช่อง, กลุ่มสยามสปอร์ต-สามารถ 1 ช่อง, กลุ่มทรูวิชั่นส์พร้อมที่สุดถึง 3 ช่อง (รวมช่อง TNN24), เวิร์คพ้อยต์มีเงินสดพร้อม 2 ช่อง, VOICE TV 1 ช่อง, กลุ่มเนชั่น 1-2 ช่อง, กลุ่มไทยรัฐ-CTH 1-2 ช่อง, Spring News 1 ช่อง, เดลินิวส์ทีวี 1 ช่อง, อัมรินทร์ทีวี 1 ช่อง, In-Touch 2 ช่อง, MONO Group 1 ช่อง, ROSE 1 ช่อง รวมประมาณ 20-24 ช่อง

ผู้เล่นรายเก่าฟรีทีวีที่น่าจะอยู่ในสภาพ "จำยอม" เข้าประมูล เพื่อไม่ให้เสียโอกาสหลังการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล คือช่อง 3 และ ช่อง 7 น่าจะใช้ "บริษัทลูก" เข้าประมูลแทน เพื่อไม่ให้ถูกบังคับออกอากาศ "คู่ขนาน" (SIMULCAST) อนาล็อกจากช่องที่ประมูลได้ คาดว่าแต่ละค่ายน่าจะวางเป้าหมายไว้อย่างน้อย 2 ช่อง และ อสมท. น่าจะมีความต้องการอย่างน้อย 2 ช่อง เช่นเดียวกัน รวมแล้วรายเก่าน่าจะเข้าประมูลรวมอย่างน้อย 6 ช่อง

และยังมี "ผู้เล่นรายใหม่" อีกหลายรายที่กำลังซุ่มๆ อาจจะตัดสินใจในนาทีสุดท้ายอีกครั้ง เข้าประมูลเดี่ยวๆ หรือจับมือเป็นพันธมิตรกับรายหนึ่งรายใดที่เป็นแกนประมูล เช่น Bangkok POST, Cartoon Club, In-Channel(Bangkok Airway), JSL, Kantana, มติชนทีวี, INN, T-NEWS

เมื่อรวม "ผู้เล่นใหม่" กับ "ผู้เล่นเก่า" ที่น่าจะเข้าประมูลอย่างแน่นอน รวมกันน่าจะประมาณ 30-36 ช่องไม่น่าจะมากไปกว่านี้สักเท่าไหร่ การแข่งขันไม่น่าจะถึงขั้นดุเดือดเอาเป็นตาย ยิ่งเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง และปีหน้ายังทำท่าทรงๆ ทรุดๆ ยิ่งทำให้ความกระตือรือร้นในการประมูลของรายกลาง-เล็กลดลงไปตามลำดับ

เพราะเท่าที่วัดอุณหภูมิ-ตรวจชีพจรทางการเงินของแต่ละรายแล้ว บางกลุ่มเริ่มต้นจากประกาศว่าต้องการ 3 ช่อง แล้วพอไปคำนวณผลตอบแทนการลงทุนมักค่อยๆ ถอดใจเหลือหวังได้แค่ 2 ช่องหรือ 1 ช่องเท่านั้น รวมทั้งบางรายถึงขั้นถอดใจอาจจะไม่เข้าประมูล เมื่อประเมินความเสี่ยงในการขาดทุนช่วง 2-3 ปีแรก น่าจะสูงมาก หากปัจจัยแวดล้อมด้านโครงข่าย, กล่องรับสัญญาณ และเรทติ้งไม่มีความพร้อมรองรับทัน รอเข้าร่วม "เช่าเวลา" กับผู้เล่นรายเก่าและรายใหม่ที่มีกำลังเงินมากกว่า

ผู้เล่นรายเก่าน่าจะได้ช่องไปรายละอย่างน้อย 2 ช่อง รวม 6 ช่อง ส่วนผู้เล่นรายใหม่ที่มีกำลังเงินพร้อมประมูลได้ 2 ช่อง น่าจะไม่เกิน 3 ราย รวม 6 ช่อง และเหลือให้เป็นของผู้เล่นรายใหม่ระดับรายกลาง-เล็ก รายละ 1 ช่อง รวม 12 ราย คาดการณ์ว่าหลังประมูลเสร็จน่าจะมีผู้เล่นรายใหม่ 15 รายที่มีช่องดิจิทัลทีวีรวมกัน 18 ช่อง เข้ามาแข่งขันในสนามใหม่ "ดิจิทัลทีวี" กับผู้เล่นรายเก่าแบบอนาล็อค 3 รายที่มีช่องดิจิทัลรายละ 2 ช่อง

แม้ว่าจะมีผู้สนใจรายใหม่แสดงตัวจะเข้าประมูลดิจิทัลทีวี ประมาณ 13-15 ราย แต่แทบทุกรายยังขอรอความชัดเจนอีกหลายเรื่องเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เช่น Must Carry Rule จะบังคับให้ทุกโครงข่ายเอาช่องดิจิทัลไปด้วยหรือไม่, แนวทาง Simulcast จะมีการออกคู่ขนานช่องอนาล็อคกับช่องดิจิทัลหรือไม่, ราคาค่าบริการโครงข่ายและการครอบคลุมของโครงข่ายยังไม่ชัดเจน, แผนการกระจายกล่องรับสัญญาณยังไม่มีเลย , ความพร้อมของผู้บริโภคในการเอาคูปองไปแลกกล่องรับสัญญาณอยู่ในระดับไหน, ระบบวัดเรทติ้งผู้ชมเพื่อให้เอเยนซี่ซื้อโฆษณา, การออกใบอนุญาตช่องทีวีสาธารณะ,การออกใบอนุญาติ ฯลฯ " การออกใบอนุญาติโทรทัศน์ดิจิทัลชุมชน"

เส้นทางสู่วันประมูลดิจิทัลทีวีเหลือประมาณ 5 เดือน ภาระงานเหล่านี้ของ กสท. ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของผู้สนใจจะประมูลดิจิทัลทีวีทั้งรายเก่าและรายใหม่ หวังว่าการประชุม กสท. ในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค. จะคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้แล้วทำให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด