วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภารกิจ(ไม่)ลับ ‘อำพน’ ประธานใหม่ธปท.

ชัดเจนแล้วว่า “ดร.กบ” อำพน กิตติอำพน “ถูกเลือก” ให้เป็นว่าที่ “ประธานกรรมการ” ธนาคารแห่งประเทศไทย

หรือ แบงก์ชาติ คนใหม่ แทน “ดร.โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร ที่เพิ่งจะกลายเป็นอดีตไปเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

ชื่อของ ดร.กบ นั้นเรียกว่า มาแรงแซงในทุกโค้ง เพราะเขาเพิ่งมีชื่อปรากฏให้เห็นในช่วงท้ายๆ ของการคัดเลือก แต่ก็สามารถแซงเข้าวินได้ในท้ายที่สุด

ครั้งแรกที่มีชื่อ ดร.กบ ปรากฏออกมานั้น ต้องบอกว่า ยังไม่มีใครเชื่ออย่างสนิทใจว่า “รัฐบาล” จะกล้าส่งเขาลงชิงชัยในสนามคัดเลือกนี้ เพราะด้วย “วัยวุฒิ” ที่ดูด้อยกว่าคู่แข่ง ซึ่งปัจจุบันเขามีอายุเพียง 58 ปี เรียกว่าระดับความ “อาวุโส” ยังน้อยกว่า ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” ด้วยซ้ำ

แต่ถ้าพิจารณาถึงคุณสมบัติข้ออื่นๆ ประกอบ และมองผ่านมุมของรัฐบาลแล้ว จะเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมชั่วโมงนี้จึงไม่มีใครเหมาะสมเกินไปกว่า ดร.กบ

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ดร.กบ เป็น “คนนอก” ที่รู้เรื่องราวใน “แบงก์ชาติ” ดีที่สุด การันตีจากตำแหน่ง กรรมการ ในคณะกรรมการแบงก์ชาติ และกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ซึ่งเขานั่งอยู่ในตำแหน่งเหล่านี้มานานกว่า 8 ปี

ถามถึงประสบการณ์ความ “เก๋า” ในวงการก็ไม่ได้เป็นรองใคร.. ดร.กบ เคยเป็นถึงอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กว่า 6 ปี ปัจจุบันเขายังมีตำแหน่งเป็น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ กรรมการกฤษฎีกา เรียกได้ว่า “เพลงยุทธ์” ครบครัน ทั้ง เศรษฐกิจ การเมือง และ กฎหมาย
ที่สำคัญ “ความใจถึง” ของ ดร.กบ ยังเป็นที่เลื่องลือในวงการ สะท้อนผ่านมติบอร์ด “การบินไทย” ที่มีมติเลิกจ้าง “ปิยสวัสดิ์ อมระนันท์” พ้นจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า ทำงานเข้ากับบอร์ดไม่ได้ ชนิดที่เจ้าตัวเองยังงงกับมติดังกล่าว

ด้วยลีลาการบริหารเข้าตามหลัก “ทฤษฎีกบกระโดด” ที่พลิ้วไหวอย่างสวยงามตาม “สถานการณ์” และ “โอกาส” ที่ได้รับ ..จึงไม่แปลกที่ครั้งนี้ “นาย” จะเลือก “กบ” ให้ดูแลงานสำคัญที่ยังคั่งค้างเต็มแบงก์ชาติอยู่หลายเรื่อง!!?

ถามว่างานที่คั่งค้างในแบงก์ชาติมีอะไรบ้างนั้น เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง” น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานท่านเปรยกับนักข่าวไว้ว่า ความจริงแล้วไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษว่าใครจะเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ เพราะที่ผ่านมา แม้จะได้คนที่มีความรู้ ความสามารถ มีหลักการในการทำงานอย่าง ดร.วีรพงษ์ แต่ก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในแบงก์ชาติมากนัก

ถ้าย้อนกลับไปดูภารกิจที่ ดร.วีรพงษ์ ได้รับสมัยที่ถูกทาบทามให้มานั่งเป็นประธานกรรมการแบงก์ชาติแล้ว มองผิวเผินอาจเป็นเพียงเรื่องที่ “รัฐบาล” ต้องการปรับจูนทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินระหว่าง “แบงก์ชาติ” กับ “รัฐบาล” ให้ตรงกัน

แต่สำหรับคนในแบงก์ชาติแล้ว กลับมองว่า “เป้าหมายสูงสุด” อันแท้จริงของรัฐบาลชุดนี้อยู่ที่ การแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ธปท. ที่ถูกมองว่า ให้อำนาจ แบงก์ชาติ มากเกินไป จนมีข้อครหาว่า แบงก์ชาติ ทำตัวเป็น “รัฐอิสระ” และด้วยกฎหมายเหล่านี้เองที่ทำให้ แผนล้วงลึกถึงเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ และ การปลดผู้ว่าการแบงก์ชาติ พ้นจากตำแหน่ง เป็นไปอย่างยากยิ่ง

สถานการณ์จากนี้ไปจึงชวนให้ติดตามยิ่ง เพราะหลายคนเชื่อว่า “แบงก์ชาติ” เมื่อผ่าน “ดร.โกร่ง” มาได้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว แต่ทั้งหมดนี้อาจต้องคิดใหม่เมื่อได้ “ดร.กบ” มาแทน ..สุดท้ายคงต้องตามดูว่า “กบ” ที่ถูก “นาย” เลือกจะพลิ้วไหวกับบทบาทประธานกรรมการแบงก์ชาติอย่างไร!!?