ยังไม่ถึงกับเงียบไปเลยวะทีเดียวกับโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แม้คำสั่งศาลปกครองจะทำให้สะดุดไปบ้าง
แต่ล่าสุด นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาระบุว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับเอกชนใน 4 กลุ่มได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ และระหว่างนั้นจะทำประชาพิจารณ์โครงการไปด้วยตามคำสั่งศาล
ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่มที่ยังคงจับตามองการลงทุนโครงการนี้ก็ยังทำไปอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยยังคงจับตาในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อไม่นานมานี้ นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและกลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยได้ร่วมกันตรวจสอบโมดูลเอ 5 หรือ การสร้างฟลัดเวย์ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน
นักวิชาการด้านย้ำและวิศวกรต่างมีความเห็นตรงกัน ถึงโครงการบริหารจัดการน้ำ ว่าเดินหน้าอย่างไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ
ข้อสังเกตในเชิงวิศวกรรมของโครงการก่อสร้างทางผันน้ำ ที่ต้องการตัดยอดน้ำ 1.2 พันล้าน ลบ.ม. แต่ไม่ชัดเจนว่าตัวเลขดังกล่าวมาจากไหน อีกทั้งการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่การผันน้ำข้ามลุ่มน้ำเดียว ยังมีปัญหามาก ต้องทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่โครงการฟลัดเวย์ตามที่ระบุในทีโออาร์ ต้องการให้ตัดน้ำข้ามลุ่มน้ำถึง 4 ลุ่มน้ำ ทำให้เกรงว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นคงไม่น้อยที่เดียว
นอกจากนี้สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือชาวบ้านในพื้นที่ก่อสร้างฟลัดเวย์ และเขื่อน ยังไม่รับทราบข้อมูล เพราะยังไม่ชัดเจนในเรื่องของแนวของเส้นทางผันน้ำ
ขณะที่นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทานย้ำว่า หลักคิดหลักทำของรัฐบาลที่ผิดตั้งแต่ต้น การบริหารโครงการขนาดใหญ่ ความเป็นไปได้ในแง่วิศวกรรมต้องศึกษารูปแบบให้ชัดเจน แต่ที่เกิดขึ้นกับทุกโมดูลคือมีการศึกษาไว้แบบครึ่งๆ กลางๆ โดยกรมชลประทาน ซึ่งมีการนำโครงการเก่ามารวมไว้ทั้งหมด
ส่วนโครงการฟลัดเวย์ การที่รัฐเปิดให้ต่างชาติร่วมเสนอกรอบแนวคิด แต่เท่าที่เห็นกรอบแนวคิดที่ได้เป็นความคิดของคนไทย ที่กวาดมา ยังไม่มีข้อมูลว่าแบ่งน้ำได้ขนาดไหน คุ้มทุนหรือไม่ โครงการแบบนี้ไม่ง่าย ทำไปก็ติด เพราะฟลัดเวย์เป็นงานใหญ่ หลักการจัดการน้ำที่เจ้าพระยาตอนล่าง ตัดน้ำออกทะเลไปให้เร็วที่สุด อย่าโยกความเดือดร้อนไปให้คนอื่น
ส่วนการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เป็น 1 ใน 18 เขื่อนที่ถูกบรรจุอยู่ในโมดูล A1 โดยจุดที่รัฐบาลต้องการก่อสร้างเขื่อนเป็นพื้นที่สีเขียว ที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งมีความสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน และห้วยขาแข้ง
คุณค่าของป่าแม่วงก์ไม่ใช่แค่เพียงมูลค่าไม้ต้นใหญ่ แต่อยู่ที่ป่าราบริมน้ำที่เป็นหัวใจ ศักยภาพการกระจายขยายพันธุ์สัตว์ป่า อย่างเสือโคร่ง ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในอีไออี ตามหลักเกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมพิจารณา
บทสรุปของนักวิชาการ เห็นตรงกันว่า ส่วนหนึ่งของอุทกภัยมาจากการบริหารจัดการการแก้ปัญหาจัดการน้ำในลุ่มน้ำของตัวเอง รัฐบาลควรแก้ปัญหาการจัดการน้ำในเจ้าพระยา ใน 4 เขื่อนใหญ่ ได้แก่เขื่อนสิริกิติ์ ภูมิพล แควน้อย ป่าสัก และตัดคลองลัดบางบาล บางไทร ช่วงคอคอด เพื่อแก้ปัญหาที่เจ้าพระยา ไม่ใช่เน้นสร้างฟลัดเวย์ ด้วยงบประมาณแสนล้านบาท
ข้อเสนอของนักวิชาการยังคงไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก โดยจะเห็นว่าการสร้างฟลัดเวย์เป็นเรื่องยาก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเกินไป








