ความขัดแย้งทางการเมืองของสังคมไทย ยังคงวนเวียนรอบแล้วรอบเล่า การประท้วง ตั้งเวทีข้างถนน
หรือ กลางถนน ในสวนสาธารณะ ใต้ทางด่วน เกิดขึ้นเป็นครั้งๆ หลากหลายสถานที่ ไม่จำกัดวงอยู่เพียงถนนสายประชาธิปไตยเช่นอดีต การประท้วงเกิดจากนานาสาเหตุ โดยเฉพาะความไม่พอใจต่อรัฐบาลที่บริหารประเทศ ณ เวลานั้นๆ ซึ่งปัญหาหลักๆ ที่จะดึงแนวร่วมได้มากที่สุด คือ การคอร์รัปชัน ทุจริต ฉ้อโกง ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพลพรรครอบข้าง รวมทั้งกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาตั้งเวทีอยู่ ณ ห้วงเวลานี้เช่นกัน โดยแต่ละเวทีมีผู้เข้าร่วมจำนวนพอสมควร แต่ไม่เกินกำลังรับมือของเจ้าหน้าที่ และมาตรการป้องกันต่างๆ ที่ประกาศออกมาเตรียมพร้อม ที่บางคนเห็นว่าเตรียมการเกินกว่าเหตุ แต่บางพวกก็เห็นชอบว่า ควรรับมือไว้ให้เต็มที่เพื่อป้องกันสถานการณ์อันไม่คาดคิด หรือเกรงว่าจะบานปลายจากมือที่สอง มือที่สาม
จากประสบการณ์อันไม่ค่อยดีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจจะเกรงกลัวสถานการณ์บานปลาย อันเป็นเหตุให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก เพราะว่าในสถานการณ์จริงทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ก็อยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าเงินผันผวน กิจการค้าไม่สดใส หากเกิดเหตุร้ายซ้ำเติมในประเทศขึ้นอีก แนวทางแก้ไขฟื้นฟูจะยิ่งยาก และใช้ระยะเวลาดำเนินการอีกยาวนานกว่าจะสร้าง หรือดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ นักธุรกิจต่างปรารถนาสถานการณ์ทางการเมืองที่นิ่ง รัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นขั้นเป็นตอน และดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งก็พอเห็นเป็นรูปธรรมบ้างแล้วในหลากหลายด้าน แต่ปัญหาหลักที่มาพร้อมกับนโยบาย คือ การทุจริตคอร์รัปชัน ทยอยปรากฏขึ้นเนืองๆ กลายเป็นสิ่งบั่นทอนความชอบธรรมของการดำเนินงาน และถูกนำมาโจมตี ถามหาความรับผิดชอบได้ง่าย และยากต่อการปฏิเสธ เพราะว่าเหตุที่เกิดนั้นไม่ใช่สิ่งอันควรมีควรประพฤติ มีอำนาจต้องไม่ใช้อำนาจกอบโกยรายได้อันมิชอบเข้ากระเป๋า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่เข้าข้างกัน เมื่อพบคนผิด คนที่มีส่วนร่วมกระทำผิด ก็ต้องรับโทษกันครบกระบวนการ
ขณะที่ ปัญหาอื่นๆ ที่หยิบยกขึ้นมาโจมตี หรือประท้วงกันนั้น น่าจะหันกลับเข้าไปดำเนินกระบวนการทางรัฐสภา และนิติบัญญัติให้สมกับประเทศที่เป็นนิติรัฐ มีกระบวนการทางกฎหมายให้ยึดถือปฏิบัติ ทุกฝ่ายต้องไม่ใช้วิธีการนอกระบบ เปิดไฟเขียวให้ตัวเองกระทำสิ่งใดก็ได้ที่พึงพอใจ แล้วระดมมวลชนเข้ามาเป็นโล่กำบังให้กระทำการ แม้มีไฟเขียว แต่ท่ามกลางสภาพจราจรที่แออัดติดขัดทุกทิศทางอย่างไรก็เดินต่อไปไม่ได้ หากไม่มีใครยอมใครสักจังหวะหนึ่ง แล้วเปิดทางให้ก้าวต่อไปในทิศทางที่ถูกต้องชอบธรรม มัวแต่แทงกั๊ก ซ้ายขวาหน้าหลัง ล้วนไปไม่ได้ ความชะงักงันย่อมเกิด แล้วพากันรุมเข้ามาแก้ไขตามที่ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองถูกต้อง ก็จะกลายเป็นลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งพันกันยุ่งเหยิง ผลที่เกิดย่อมไม่สวยงามอย่างที่คาดหวัง มีแต่จะพังกันทุกฝ่าย ถ้าเห็นแก่ส่วนรวมจริง ก็ต้องกลับเข้าที่เข้าทางของตัวเอง
การสร้างสังคมที่สงบสุขเช่นที่ทุกคนปรารถนา ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย การตีฝีปากโต้กันไปมา ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่จับต้องได้ มีแต่เพียงความสะใจชั่วขณะ ไม่มีคำว่า สายเกินไป สำหรับการประพฤติดี ประพฤติชอบ ตามหลักที่ถูก ที่ควร








