วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว่าด้วย ‘สนทนา’ ของคนในชาติ

รัฐบาลสิงคโปร์ เปิดตัว “Our Singapore Conversation” เพื่อให้เกิดการ “สนทนาแห่งชาติ” ขึ้น

หลังจากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สะท้อนว่าคนกลุ่มต่างๆ มีความไม่พอใจรัฐบาลพรรคเสียงข้างมากตลอดกาลในหลายประเด็น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชนชั้นกลางรู้สึกว่า ความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองไม่ได้แบ่งปันมาถึงตน หรือการปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาแย่งงาน และโอกาสทำมาหากินของคนในชาติ

คนหนุ่มสาวเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และต้องการโอกาสเปิดกว้างขึ้นสำหรับการไต่เต้าขึ้นในตำแหน่งสำคัญๆ ของบ้านเมือง

พรรคฝ่ายค้านต้องการประตูที่เปิดกว้างขึ้นสำหรับการทำกิจกรรมการเมือง เพื่อเสนอนโยบายทางเลือกที่ไม่เหมือนกับของพรรค People’s Action Party (PAP) ของ นายกฯ หลี่ เสียนหลง

และนักวิชาการ ปัญญาชน กับสื่อสารมวลชน ต้องการให้บรรยากาศการถกเถียง เพื่อแสวงหาทางออกให้ประเทศชาติ มีความคึกคักและปราศจากการข่มขู่คุกคามจากรัฐบาล

นายกฯ หลี่ เสียนหลง ยอมรับว่า สำหรับสิงคโปร์นั้น “การเมืองต้องถูกต้อง เศรษฐกิจจึงจะเดินหน้าได้”

ซึ่งแปลว่า ผู้นำสิงคโปร์เริ่มเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และแนวทางการทำงานของระดับนำของประเทศ โดยเฉพาะภายในพรรครัฐบาลเอง เพื่อให้คนสิงคโปร์ไม่รู้สึกอึดอัด เพราะบรรยากาศทางการเมืองที่มีพรรคการเมืองใหญ่พรรคเดียวมาตลอด

หากการเมืองสิงคโปร์ ไม่เปิดกว้างขึ้น หากผู้นำชุดปัจจุบันไม่ยื่นมือออกไปเชื้อเชิญให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมในกระแสการเมืองมากขึ้น พรรค PAP ก็จะแพ้การเลือกตั้งให้พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่กำลังเป็นที่สนใจของคนสิงคโปร์วันนี้หลายพรรค

เมื่อ social media กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่สำหรับคนทั้งเกาะ การแสดงความเห็นคัดค้านต่อต้านรัฐบาลที่ครั้งหนึ่งเป็นเรื่องต้องห้าม บัดนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าพรรครัฐบาลจะมีอำนาจบารมีเพียงใด ก็ไม่สามารถระงับยับยั้งได้อีกต่อไป

ผู้นำสิงคโปร์จึงตระหนักสัจธรรมใหม่ที่ว่า “หากคุณไม่เปลี่ยน คุณก็จะโดนเปลี่ยน”

จึงเกิดโครงการ “สนทนาระดับชาติ” หรือ national dialogue ซึ่งหมายถึงการเปิดกว้างให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้คนทุกหมู่เหล่า เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการยอมรับฟังซึ่งกันและกัน ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทำให้คิดถึงโครงการรัฐบาลไทย ที่จะตั้งวง “สนทนา” กับคนในชาติเพื่อสร้างความปรองดอง ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่าเดินหน้าไปได้มากน้อยเพียงใด

ของ สิงคโปร์ เป็นเรื่องที่รัฐบาลกลัวจะเสียคะแนนเสียง ส่วนของ ไทย เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องการจะแสดงออกว่า พร้อมจะให้คนที่มีความเห็นขัดแย้งกันในสังคมนั่งลงสนทนาแลกเปลี่ยน เพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

แต่ดูเหมือนว่า เมื่อเป็นโครงการที่ทำโดยรัฐบาล ความน่าเชื่อถือหรือความคึกคักก็ไม่เกิด เพราะมีความระแวงจากคนบางกลุ่มบางเหล่า ว่า กระบวนการ “สนทนา” ที่ว่านี้ มี “วาระซ่อนเร้น” อะไร และการที่หน่วยราชการเป็น “เจ้าภาพ” เอง ก็อาจสร้างความคลางแคลงใจในคนที่ยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจความจริงใจของฝ่ายผู้มีอำนาจรัฐนัก

หากจะเรียกโครงการนี้ว่า Thailand Conversation บ้าง ก็จะต้องเปิดกว้างกว่าที่ทำอยู่ และจะต้องให้คนทุกหมู่เหล่าเข้ามาร่วมในการเป็นเจ้าภาพ เพื่อกำหนดทิศทางของการพูดคุยให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

การ “สนทนา” เป็นเรื่องที่ดีแน่ และยิ่งรอยปริแยกของสังคมไทยยังมีอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง ก็ยิ่งมีความจำเป็นจะต้องหาทางปรับวิธีการของ national dialogue ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนไทยทุกกลุ่มทุกเหล่าทุกสีทุกเป้าหมาย

Thailand Conversation คือ การสนทนาประเทศไทย ที่คนไทยพูดภาษาไทยต้องพูดกันให้รู้เรื่อง เพราะ...เป็นเรื่องของทุกคน