พิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ แถลงยืนยันว่า ในวันที่ 1 ส.ค. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ชื่อ วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
เพราะว่าเจ้าตัวมีความประสงค์ที่จะลาออกจากการเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และลาออกจากการเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เหตุผลอย่างที่ทราบๆ กันว่า "ได้ปฏิบัติภารกิจที่ตั้งใจไว้" คือ การเร่งรัดการพิจารณาคดีที่ค้างในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้คดีที่เข้าสู่การพิจารณาต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งในต้นปี 2555 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีคดีที่ยังคงค้างอยู่ถึง 123 คดี พิจารณาคดีเสร็จสิ้นไปแล้วถึง 109 คดี ปัจจุบันยังมีคดีที่ค้างอยู่ในการพิจารณาเพียง 30 คดีเท่านั้น
>>> ผลงานอีกชิ้นหนึ่งคือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้รองรับภารกิจ เช่น ให้มีระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการจัดการงานคดี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดการงานคดีให้มีประสิทธิภาพ การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพัฒนาภาพลักษณ์ขององค์กร และให้ประชาชนมีความเข้าใจ การทำความร่วมมือกับศาลรัฐธรรมนูญในต่างประเทศ งานบางส่วนได้เสร็จสิ้นแล้ว
>>> วสันต์ เข้ารับตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2554 ต่อจาก ชัช ชลวร โดยระบุก่อนหน้านี้ว่า จะอยู่ปฏิบัติภารกิจดังกล่าวให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 ปี โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งไปยังประธานวุฒิสภา ถึงการลาออกของ "วสันต์" เรียบร้อยแล้ว
>>> ส่วนการลาออกของ "วสันต์" นั้น หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่า ไม่ได้เกี่ยวกับแรงกดดันทางการเมือง โดยคาดว่าคณะตุลาการจะเห็นชอบ ให้ จรูญ อินทจาร ตุลาการผู้อาวุโสสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมไปจนกว่าจะมีประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
>>> การลาออกของ "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์" จาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่ให้ต้องมีปัญหาตีความเหมือนกรณี "ชัช ชลวร" ว่าพ้นไปทั้ง 2 ตำแหน่งหรือไม่ โดยขั้นตอนต่อไป "วสันต์" มาจากผู้ทรงคุณวุฒินิติศาสตร์ ทั้งนี้ ตาม รธน.มาตรา 206 วรรคสอง (3) ให้กรรมการสรรหาคนใหม่ภายใน 30 วัน เพื่อส่งชื่อให้วุฒิสภา ให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบภายใน 30 วัน หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบให้ส่งชื่อคืนกรรมการสรรหา หากกรณีที่กรรมการสรรหาเห็นด้วยกับวุฒิสภา ก็ให้สรรหาคนใหม่ แต่หากกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ยืนยันชื่อเดิม ให้ประธานวุฒิสภา นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
>>> สำหรับกรรมการสรรหามีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานรัฐสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานองค์กรอิสระเลือกกันเอง 1 คน
>>> "วสันต์" ลาออก โดยกำหนดว่าให้มีผล 1 ส.ค. "มีนัย" น่าวิเคราะห์ เพราะว่า "วสันต์" ลาออก 1 ส.ค. เพื่อให้กรรมการสรรหาเลือกตุลาการคนใหม่ภายใน 31 ส.ค. โดยกรรมการสรรหาน่าจะเป็นชุดเดิม เพราะว่าหลังจากสิ้นเดือนก.ย. ประธานศาลฎีกา จะเกษียณ ส่วนประธาน กกต. ก็จะพ้นวาระ
>>> "วสันต์" ลาออก ท่ามกลางข้อสงสัยว่ามีแรงกดดันใด / เมื่อย้อนไปดูการลงมติศาล รธน. คดี (ส่วนใหญ่) เสียง 5:3 โดย "วสันต์" งดออกเสียงในฐานะประธานศาล
>>> ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ โยงการลงมติในศาล มีความพยายามกดดันให้ตุลาการท่านหนึ่งลาออก เสียงตุลาการจะเหลือ 4:3 แรงกดดันจะตกที่ "วสันต์" เพราะหากว่าสามารถบีบ "วสันต์"ลงมติอีกคนเสียงจะ 4:4 จากนั้นก็ให้ใช้สิทธิประธานศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดกรณีเสียงเท่ากัน มติจะพลิกเป็น 5:4 ถามว่า มีคนต้องการเปลี่ยนมติศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่กำลังพิจารณาอยู่ และคดีที่จะขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ?








