วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังคาดเดาไม่ถูกว่าคลิปเสียง "ยุทธ ถั่งเช่า"

จะบานปลายไปถึงขั้นไหน แต่ที่รู้ๆ คือบรรดาพลพรรคเพื่อไทยใช้ "ความสงบสยบความเคลื่อนไหว"

ยืนกระต่ายขาเดียวว่า "คลิปตัดต่อ" แล้วก็ร้องเพลงรอให้เรื่องเงียบไปเอง ขณะเดียวกันก็บัญชาการให้สื่อที่เป็นพวกตัวเอง ปูพรมข่าว "หลวงปู่เณรคำ" ให้หนักเข้าไว้ หวังใช้ "อลัชชี" ช่วยชีวิตว่างั้นเถอะ

O วันนี้ขอย้อนกลับไปที่ ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ออกมาขย่มว่าส่อขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอีก 3-4 ฉบับ แต่ที่หนักสุดคือรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ที่บัญญัติไว้ชัดว่าการจ่าย "เงินแผ่นดิน" ต้องยึดวินัยการเงินการคลัง และจ่ายได้ตามกฎหมายแค่ 4 ฉบับเท่านั้น

O ข้างฝ่ายรัฐบาลและคณะกรรมการกฤษฎีกาก็แย้งง่ายๆ ว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านเป็นเงินนอกงบประมาณ และเป็นเงินกู้ตามนโยบายของรัฐบาล จึงไม่ถือเป็น "เงินแผ่นดิน" ฉะนั้นจึงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

O คนพูดก็ไม่ใช่รัฐมนตรีปลายแถว แต่เป็นอดีตผู้พิพากษา พงษ์เทพ เทพกาญจนา รวมทั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อัชพร จารุจินดา ด้วย

O เรื่องนี้กำลังจะถูกกลบด้วยคลิปเสียง "ยุทธ ถั่งเช่า" สิงห์ม่วงจึงขอเอาความเห็นของ อาจารย์ปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินการคลัง มาบันทึกเป็นหลักฐานไว้ก่อน

O อาจารย์ปรีชาบอกว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านเป็น "เงินนอกงบประมาณ" ก็จริง เพราะมีการตรากฎหมายยกเว้น ไม่ต้องส่งเป็นเงินคงคลัง แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้องเป็น "เงินแผ่นดิน" เพราะความหมายของคำว่า "เงินแผ่นดิน" ตามที่ยึดถือกันมา หมายถึงเงินของทุกหน่วยงานของรัฐ แม้เงินนั้นจะไม่ได้เป็นเงินงบประมาณรายจ่าย ไม่ได้เป็นเงินคงคลัง แต่หากหน่วยงานของรัฐได้มาก็ถือเป็นเงินแผ่นดิน

O หากไปย้อนศึกษาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะยิ่งชัด โดยทรงมีพระราชดำรัสไว้เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2542 ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตอนหนึ่งว่า "การควบคุมและตรวจสอบเงินแผ่นดินเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพราะเงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ ผู้ทำงานนี้จึงต้องกำหนดแน่แก่ใจอยู่เป็นนิตย์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของตนด้วยความอุตสาหะพยายาม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ระมัดระวังอย่างเต็มที่ เพื่อมิให้เกิดความพลั้งพลาดเสียหาย และให้เกิดความมั่นใจว่าการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินได้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ และบังเกิดผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย"

O ปัจจุบันที่หน้าเว็บไซต์ของ สตง. หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ยังได้อัญเชิญประโยคทองในพระราชดำรัสมาแปะไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า "เงินของแผ่นดินนั้น คือเงินของประชาชนทั้งชาติ"

O อาจารย์ปรีชา ตั้งคำถามแบบกำปั้นทุบดินว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านที่ประชาชนคนไทยทั้งชาติต้องร่วมกันแบกภาระหนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี ถ้าอย่างนี้ไม่เรียก "เงินแผ่นดิน" แล้วจะเรียกว่าเงินอะไร
O ส่วนที่ทีมงานนายกฯออกมาระบุว่าหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็กู้เงินมาใช้ และจ่ายตามกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะเช่นกันนั้น อาจารย์ปรีชา บอกว่า ที่จ่ายไปในรัฐบาลก่อนๆ ก็ผิดมาตลอด รวมทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์ด้วย ฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงไม่ควรนำสิ่งที่ผิดมาเป็นบรรทัดฐาน

O ประเด็นที่คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 12 เคยให้ความเห็นเอาไว้เรื่อง "เงินกู้ไทยเข้มแข็ง" ของรัฐบาล ปชป.ว่าไม่เป็นเงินแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 เพราะเป็นการเอาเงินกู้ที่ไม่เป็นเงินคงคลังไปใช้จ่าย อาจารย์ปรีชา บอกว่า หากจะนำมาอ้างก็อ้างได้ แต่อย่าลืมอ่านให้ถึงบรรทัดสุดท้าย เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาก็รู้ตัวดีว่าเรื่องนี้ตนไม่มีอำนาจตีความ เนื่องจากเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงทำหมายเหตุไว้ท้ายความเห็นชัดเจนว่า "เรื่องจะยุติเป็นบรรทัดฐานได้ ต้องเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น"

O อาจารย์ปรีชา กล่าวปิดท้ายว่า หากร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ผ่านทั้ง 2 สภาแล้ว มีสมาชิกใช้สิทธิยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และในที่สุดศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 รัฐบาลต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบ เพราะเป็นกฎหมายสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล!