รัฐมนตรีคลัง กิตติรัตน์ ณ ระนอง บอกว่า คณะกรรมการที่ตั้งในกระทรวงและเป็นข่าวอยู่ขณะนี้นั้น
ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบ คุณสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง และประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร
แต่คณะกรรมการชุดนี้ ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบ “ข้อเท็จจริง” จากสื่อว่า ที่อ้างคำพูดของคุณสุภา ที่ไปชี้แจงกับคณะกรรมการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา นั้น ถูกต้องหรือไม่
คุณกิตติรัตน์ บอกว่า ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า คุณสุภา ได้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อน ถึงการนำเสนอข่าวของสื่อ หลังจากเข้าชี้แจงกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ ว่า เป็นการนำเสนอข่าวที่เกินความจริงจากที่ได้ให้ข้อมูลไป
รัฐมนตรีคลัง บอกว่า สื่อรายงานว่า คุณสุภา ได้บอกกับคณะกรรมาธิการว่าโครงการจำนำข้าวเปลือกมีการทุจริตทุกขั้นตอน ซึ่งข่าวที่ออกมาได้สร้างความไม่สบายใจให้กับหน่วยงานที่ถูกอ้างอิง เสมือนเป็นการกล่าวหาในทางปฏิบัติ กระทรวงการคลังจึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหาข้อเท็จจริง
“กรุงเทพธุรกิจ” สอบถามไปที่ คุณสุภา เรื่องตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ได้รับคำตอบว่าไม่รู้สึกอะไร เพราะได้ทำหน้าที่ ขณะที่ คุณกิตติรัตน์ ก็ทำหน้าที่เช่นกัน
“เราเคารพซึ่งกันและกัน” คุณสุภา บอกนักข่าว
และยืนยันว่า การไปชี้แจงกับกรรมาธิการฯ นั้น ได้บอกไปว่าโครงการจำนำข้าวเปลือกมีความเสี่ยง และโอกาสที่จะเกิดทุจริตได้ทุกขั้นตอน เพราะว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 10 หน่วยงาน จึงมีโอกาสที่จะเกิดการทุจริตได้ เช่น ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเกษตรกร การทำประชาคม เป็นต้น
คุณสุภา บอกด้วยว่า “มีกรรมาธิการท่านหนึ่ง ถามว่าขั้นตอนไหนมีการโกงมากที่สุด ซึ่งดิฉันบอกไปว่าทุกขั้นตอนมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตทั้งนั้น และได้ยกตัวอย่างการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีส่วนเกินออกมา รวมถึงตัวเลขสต็อกข้าวสารส่วนเกินอีก 3 ล้านตัน และ ตัวเลขขาดทุน 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งสิ่งที่ดิฉันชี้แจงต่อกรรมาธิการไปนั้น มีเอกสารรายงานที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก จัดทำขึ้นและได้ส่งให้นายกฯ รับทราบไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว...”
คุณสุภา พูดชัดเจน แจ่มแจ้ง ว่า ไม่มีอะไรที่จะต้องสงสัยว่าท่านได้ทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริง ตามที่มีตัวเลขของทางการ
วันต่อมา คุณสุภา บอกว่า ไม่ได้กังวลที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพราะว่ามีข้อมูล และหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการทุจริตในโครงการรับจำนำของรัฐบาลจริง
แต่ยังเธอบอกว่า ขณะนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม
อาจเรียกท่านว่าเป็น whistle-blower หรือ “คนเป่านกหวีด” ที่ชี้เบาะแสการทุจริตต่อรัฐบาลและประชาชน ให้ได้รับทราบ ถือว่าเป็นคนของประชาชนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ผลประโยชน์ของคนโกง
ความจริง...หากว่าท่านรัฐมนตรี ต้องการทราบก็สามารถจะไปขอรายงานนั้นได้ ไม่มีอะไรเป็นความลับซ่อนเร้นอะไร
เพราะว่า “เสียงนกหวีด” ที่ คุณสุภา เป่านั้น ก็ได้ยินกันทั่วทั้งประเทศอยู่แล้ว
ผมเชื่อว่า คำชี้แจงของ คุณสุภา มีการอัดเสียงไว้ครบถ้วนด้วยซ้ำไป จึงไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการไปสอบสวนข้อเท็จจริงกับใคร
อีกทั้ง คุณสุภา บอกว่า ได้ทำรายงานถึงนายกฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ด้วยซ้ำไป จึงแปลว่า ผู้ที่ควรจะรู้เรื่องนี้ก็ได้รับรายงานไปก่อนหน้านี้แล้ว
ผมจึงแปลกใจ ที่ นายกฯ และรัฐมนตรีคลัง พูดวันก่อน ข่าวเรื่องตั้งคณะกรรมการของกระทรวงฯ ว่า ขอให้ คุณสุภา เอาหลักฐานเรื่องทุจริตมาแสดง เพราะว่าสิ่งที่ คุณสุภา พูด เป็นการทำหน้าที่ปกติของข้าราชการที่รับผิดชอบ
เพราะท่านเป็นข้าราชการที่สำนึกว่าต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ท่านจึง "พูด" ตามที่เห็นและเป็นไป อย่างตรงไปตรงมา บนพื้นฐานของตัวเลขและข้อมูลทางการ
ความจริง ท่านนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ในฐานะผู้บังคับบัญชา ควรจะแสดงความขอบคุณ คุณสุภา ที่ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน สมกับที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนด้วยซ้ำไป
เพราะว่าในช่วงวันใกล้ๆ กับที่ คุณสุภา เตือน ถึงความเสี่ยงของการเกิดทุจริตเกือบทุกขั้นตอนของโครงการนี้นั้น ท่าน นายกฯ ก็เปิดงานใหญ่ ประกาศเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่จะปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการอย่างเกรียวกราว ด้วยซ้ำไป
เมื่อท่านรองปลัดฯ เตือนถึงความเสี่ยงที่จะฉ้อฉลของโครงการ ที่ผู้คนสนใจกันทั่วประเทศ และใช้เงินภาษีประชาชนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ ก็ย่อมแปลว่า ท่านทำหน้าที่ของข้าราชการอย่างเต็มกำลัง
ไม่ควรจะมีอะไรจากผู้บังคับบัญชาของท่านที่จะส่อไปในทาง "ข่มขู่คุกคาม" ว่า ไปพูดอะไรที่ทำให้รัฐบาลเสียหายเลย แม้แต่น้อย
เพราะว่าข้าราชการที่กล้าหาญ สำนึกในความรับผิดชอบต่อประชาชน และซื่อสัตย์ต่อความจริงนั้น ยิ่งนับวันก็ยิ่งจะหายากมากขึ้น
ข้าราชการทุกท่าน ที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ไม่รับใช้ผลประโยชน์นักการเมือง ยืนหยัดที่จะทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง โปรดรับทราบถึงแรงสนับสนุนจากประชาชน...อย่างไม่เสื่อมคลาย









