วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่ากังวลสื่อเสนอข่าว มากกว่า'ความโปร่งใส'

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า

"เป็นห่วงเรื่องการเสนอข่าวของสื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นข่าวข้าวเน่า ข้าวรมควัน หรือข้าวเจือปนสารพิษซึ่งมีการนำไปขยายความว่ามาเลเซียและอินโดนีเซียไม่ยอมซื้อข้าวจากไทยซึ่งได้มีการติดตามตรวจสอบแล้วว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง" และ "ไม่อยากให้สื่อนำเสนอข่าวในเชิงลบที่ไม่เป็นความจริง ที่จริงแล้วเรื่องนี้ต้องช่วยกันดูให้ดี เพราะข่าวแบบนี้มันไม่ได้ทำลายพรรคการเมืองแต่เป็นการทำลายประเทศชาติในระยะยาว ข่าวแบบนี้อาจกระทบการส่งออกข้าวได้”

การร้องขอของนายนิวัฒน์ธำรง ให้สื่อมวลชนระมัดระวังการเสนอข่าวในเรื่องโครงการรับจำนำนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายนัก และจากประสบการณ์ในอดีตในเรื่องนักการเมืองกับการเสนอข่าวนั้น เมื่อนักการเมืองแสดงท่าทีเช่นนี้ มักจะเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่านักการเมืองถึงตาจนจริงๆ ซึ่งนักการเมืองมักจะโทษสื่อเสนอข่าวผิดพลาด คลาดเคลื่อนหรือสร้างกระแส ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถจะอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กระจ่างได้ ดังนั้นมักจะเกิดภาวะอึมครึมในเรื่องดังกล่าวและจะเกิดการโต้ตอบกันไปมาอย่างดุเดือดของคนในสังคม

กรณีของโครงการรับจำนำ แม้นายนิวัฒน์ธำรง จะเพิ่งมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่เราก็ได้เห็นนโยบายหรือวิธีการแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่งหากนายนิวัฒน์ธำรง ไม่ต้องการให้มีการนำเสนอข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ในขณะนี้มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ ต้องเปิดเผยข้อมูลและชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาให้สังคมได้รับรู้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่า"การปิดลับ"โครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลตกต่ำลงอย่างมากในสายตาประชาชน ซึ่งจะเห็นได้จากผลความสำรวจความคิดเห็นทุกสำนักการศึกษา

ขณะนี้รัฐบาลไม่เพียงแต่ถูกตั้งข้อสงสัยจากโครงการรับนำข้าวเท่านั้น ยังมีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งขณะนี้การคัดค้านและความขัดแย้งมีแนวโน้มว่าจะถึงขั้นการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม เนื่องผู้ไม่เห็นด้วยใช้วิธีการตรวจสอบ แม้รัฐบาลมั่นใจว่าทั้งสองโครงการนั้นสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางที่วางไว้ และเชื่อว่าจะไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญตามที่มีผู้เห็นคัดค้าน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งสองโครงการนั้นอยู่ในสภาพเดียวกันกับเรื่องจำนำข้าว คือ มีคนไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ดังนั้น นายนิวัฒน์ธำรง หรือคนอื่นๆ ในรัฐบาลไม่ควรจะ"หัวเสีย"กับเสียงคัดค้านหรือการวิพากษ์วิจารณ์ โดยต้องมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นและอย่าไปกล่าวหาว่าเป็นคนขัดขวางการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ต้องการให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม เพราะอย่าลืมว่ารัฐบาลเกิดขึ้นหลังความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงมากในสังคม และเป็นความขัดแย้งที่ไม่มีใครไว้วางใจใคร ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐบาลภายหลังความขัดแย้งจะเผชิญกับภาวะความไม่ไว้วางใจอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะดำเนินนโยบายอะไรออกมา

เราเห็นว่ารัฐบาลต้องยอมรับสภาพเช่นนี้ และหน้าที่อย่างเดียวขณะนี้คือสร้างความโปร่งใสในทุกนโยบาย เพราะเราเชื่อว่าหากรัฐบาลมีข้อมูลที่สมเหตุสมผลและรับฟังได้ คนไทยทั่วไปที่มีเหตุผลก็จะยอมรับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล หากรัฐบาลพยายามสร้างให้เกิดกระบวนการตรวจสอบ แม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมไทย เพราะเราจะได้เรียนรู้ว่าบ้านเมืองมีขั้นตอนและกติกา ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการเพื่อให้ตรวจสอบได้อย่างรอบด้าน ก็ไม่จำเป็นต้องมากังวลกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน