ที่เพิ่งตั้งขึ้นโดยมอบ รองนายกรัฐมนตรี พงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นหัวหน้าทีมศึกษาคำพิพากษาศาลปกครองกลาง
คดีน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ประชุมกันวันศุกร์นี้ อยากพูดถึงควันหลงคำพิพากษาศาลปกครองกลางก่อน เพราะเวลานี้ รองนายกรัฐมนตรี ปลอดประสพ สุรัสวดี บอกว่า มีบางโครงการของเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทไม่ต้องทำ EIA และ HIA โดยคำพิพากษาศาลปกครอง นั้น ได้พูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล กระทบวิถีชุมชน และฝืนป่าธรรมชาติ อย่างรุนแรง จึงสมควรที่จะรับฟังความเห็นประชาชน และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนลงนามในสัญญาจ้างเอกชน
>>> หมายความว่า ก่อนที่จะลงนามจ้างเอกชน รัฐบาลมีหน้าที่ไปถามประชาชน ไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล นั้น มัน "กลวง" ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ไม่มีรูปแบบโครงการแล้วค่อยมาเป็นโมดูล 1-9 ไม่บอกว่าจะกระทบพื้นที่ส่วนไหน ในส่วนที่เป็นชุมชนจะจัดการอย่างไร ส่วนที่เป็นผืนป่าธรรมชาติ จะทำอย่างไร
>>> ผู้พิพากษาศาลปกครอง บางท่านพูด "หลังไมค์" ว่า ไม่เคยเห็นแผนการใช้เงินมากมายมหาศาลขนาดนี้หรือแทบจะเรียกว่า "กลวงแบบไม่มีอะไรมาอ้างอิง" มากถึงเพียงนี้
>>> เมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานพร้อมนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมด้วยปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าพัฒนาประเทศไทย โดยยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยบอกว่า การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันถือเป็นภารกิจและหน้าที่และนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและข้าราชการทุกคนทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นยุทธศาสตร์และแผนเชิงรุกในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งจะทำให้การบริหารบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าและสัมฤทธิผล
>>> นี่ไม่ใช่การประกาศครั้งแรกเพราะก่อนหน้านี้ นายกฯ เป็นประธานเปิดนำร่องกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชันภายในองค์กร เริ่มที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ด้วยการเริ่มเปิดแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันพร้อมกันทั่วประเทศ และมอบนโยบายแก่ส่วนราชการในการพัฒนาองค์การเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ว่าต้องช่วยกันกำจัดวงจรการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย
>>>ก่อนหน้านี้ องค์กรโออีซีดี องค์กรสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ระบุปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาทำลายความมั่นคงของชาติ กระทบต้นทุนธุรกิจ ความสูญเสียทรัพยากร ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น จำเป็นต้องเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยดัชนีชี้วัดช่วงเวลา 18 ปี องค์กรระดับสากล ระบุว่า การทุจริตการคอร์รัปชันในประเทศไทยไม่ได้ดีขึ้น ตั้งแต่ปี 2550-2554 มีการให้คะแนน 3.3-3.5 จากคะแนนเต็ม 10
>>> จะเห็นว่า เวลาห่างกันปีเศษ แม้รัฐบาลจะประกาศกวาดล้างคอร์รัปชัน แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะ การเปิดพื้นที่ให้มีการคอร์รัปชัน เชิงนโยบาย อาทิเช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท การที่นายกฯ ประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าพัฒนาประเทศไทย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ไม่ได้มีอะไรใหม่ นอกจากเป็นเพียง "พิธีกรรมโฆษณาชวนเชื่อ" เท่านั้นเอง








