วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก่อนถึงวันที่ทีมกฎหมายรัฐบาล

ที่เพิ่งตั้งขึ้นโดยมอบ รองนายกรัฐมนตรี พงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นหัวหน้าทีมศึกษาคำพิพากษาศาลปกครองกลาง

คดีน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ประชุมกันวันศุกร์นี้ อยากพูดถึงควันหลงคำพิพากษาศาลปกครองกลางก่อน เพราะเวลานี้ รองนายกรัฐมนตรี ปลอดประสพ สุรัสวดี บอกว่า มีบางโครงการของเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทไม่ต้องทำ EIA และ HIA โดยคำพิพากษาศาลปกครอง นั้น ได้พูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล กระทบวิถีชุมชน และฝืนป่าธรรมชาติ อย่างรุนแรง จึงสมควรที่จะรับฟังความเห็นประชาชน และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนลงนามในสัญญาจ้างเอกชน

>>> หมายความว่า ก่อนที่จะลงนามจ้างเอกชน รัฐบาลมีหน้าที่ไปถามประชาชน ไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล นั้น มัน "กลวง" ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ไม่มีรูปแบบโครงการแล้วค่อยมาเป็นโมดูล 1-9 ไม่บอกว่าจะกระทบพื้นที่ส่วนไหน ในส่วนที่เป็นชุมชนจะจัดการอย่างไร ส่วนที่เป็นผืนป่าธรรมชาติ จะทำอย่างไร

>>> ผู้พิพากษาศาลปกครอง บางท่านพูด "หลังไมค์" ว่า ไม่เคยเห็นแผนการใช้เงินมากมายมหาศาลขนาดนี้หรือแทบจะเรียกว่า "กลวงแบบไม่มีอะไรมาอ้างอิง" มากถึงเพียงนี้

>>> เมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานพร้อมนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมด้วยปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าพัฒนาประเทศไทย โดยยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยบอกว่า การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันถือเป็นภารกิจและหน้าที่และนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและข้าราชการทุกคนทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นยุทธศาสตร์และแผนเชิงรุกในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งจะทำให้การบริหารบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าและสัมฤทธิผล

>>> นี่ไม่ใช่การประกาศครั้งแรกเพราะก่อนหน้านี้ นายกฯ เป็นประธานเปิดนำร่องกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชันภายในองค์กร เริ่มที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ด้วยการเริ่มเปิดแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันพร้อมกันทั่วประเทศ และมอบนโยบายแก่ส่วนราชการในการพัฒนาองค์การเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ว่าต้องช่วยกันกำจัดวงจรการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย

>>>ก่อนหน้านี้ องค์กรโออีซีดี องค์กรสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ระบุปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาทำลายความมั่นคงของชาติ กระทบต้นทุนธุรกิจ ความสูญเสียทรัพยากร ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น จำเป็นต้องเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยดัชนีชี้วัดช่วงเวลา 18 ปี องค์กรระดับสากล ระบุว่า การทุจริตการคอร์รัปชันในประเทศไทยไม่ได้ดีขึ้น ตั้งแต่ปี 2550-2554 มีการให้คะแนน 3.3-3.5 จากคะแนนเต็ม 10

>>> จะเห็นว่า เวลาห่างกันปีเศษ แม้รัฐบาลจะประกาศกวาดล้างคอร์รัปชัน แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะ การเปิดพื้นที่ให้มีการคอร์รัปชัน เชิงนโยบาย อาทิเช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท การที่นายกฯ ประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าพัฒนาประเทศไทย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ไม่ได้มีอะไรใหม่ นอกจากเป็นเพียง "พิธีกรรมโฆษณาชวนเชื่อ" เท่านั้นเอง