กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ 5" เป็นเรื่องถูกจับตามองของสังคมในเวลานี้ ว่ากันว่า รอบนี้ปรับหลายตำแหน่งเสียด้วย
แน่นอนว่า ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวังตามๆ กันไป
ใครที่กระหายอยากได้เข้ามา ก็ "สมหวัง" ใครที่ไม่ได้อยู่ต่อก็ต้อง "ผิดหวัง" แต่การปรับคณะรัฐมนตรีรอบนี้ น่าจะหมดยุค "ต่างตอบแทน" ได้แล้ว ทั้งนายกฯใหญ่ นายกฯน้อย ควรมองประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ต้องเลิกใช้ระบบสมบัติผลัดกันชม
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ ว่าที่รัฐมนตรีใหม่ที่อยู่ในข่ายได้รับการเสนอชื่อ เริ่มทยอยเข้าทำเนียบรัฐบาล กรอกประวัติเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติกันบ้างแล้ว ไม่ต่ำกว่า 4-5 คน
รอบนี้ ใครที่กอดเก้าอี้อยู่นาน..ใครที่ไร้ผลงาน..ใครที่สร้างปัญหาการบริหารงาน...โปรดเก็บข้าวของล่วงหน้าได้เลย เพราะคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรกที่จะถูกให้ออกจาก "บ้านยิ่งลักษณ์ 4" แน่นอน
ความเคลื่อนไหว ณ ตอนนี้ มีหลายกระทรวงที่ถึงรอบต้องลุกออกจากเก้าอี้รัฐมนตรี อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม(บางส่วน) กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
สำหรับกระทรวงการคลัง รอบนี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง คงเหลือเพียงเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เช่นเดียวกับ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ แน่นอน บุญทรง เตริยาภิรมย์ ก็มิอาจจะทัดทานกระแสอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อีกต่อไป หากยังได้ร่วม ครม.ต่อไป อาจเหลือเพียงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนหวยจะไปออกที่ วราเทพ รัตนากร หรือไม่ ตอนนี้ ยังเป็นชอยส์ให้เลือกอยู่ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงการคลัง
ส่วนกระทรวงคมนาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เรียกว่ายังเหนียวแน่น แต่ พลเอกพฤณฑ์ สุวรรณทัต รมช.น่าจะถูกสลับไปกระทรวงอื่น ขณะที่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช. มีโอกาสหลุดจากเก้าอี้สูง เช่นเดียวกับ เก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ของ ศันสนีย์ นาคพงศ์ อาจต้องยกให้ สิริกร มณีรินทร์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ มานั่งแทน เพื่อสานต่อโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่นายกฯยิ่งลักษณ์ พยายามปลุกปั้นขึ้นมา แต่ระยะหลังเงียบหายไป จนไม่สามารถโชว์ศักยภาพความสำเร็จในสิ่งที่ผลักดันได้
ขณะที่ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รอบนี้ มีข่าวว่าถึงคิวขึ้นชั้นรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ส่วนผู้ที่จะมารับหน้าที่เลขาธิการนายกฯแทน มีผู้อยู่ในข่ายหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่นายกฯยิ่งลักษณ์ไว้ใจ ตรงนี้ "หมอมิ้ง" น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อาจเป็นตัวเลือกที่ดีในสถานการณ์นี้
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นสิทธิ์ที่จะปรับด้วยหรือไม่ก็ได้
การปรับคณะรัฐมนตรีรอบนี้ มีเป้าหมายที่จะให้ "น้องสาว" อยู่ครบเทอมเสียด้วย ฉะนั้นหากใครได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีรอบนี้ นั่นหมายถึงว่า จะต้องเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้มากขึ้น ลดการกินบ้านเมืองลง เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ หากยังมีสภาพแบบเดิมๆ มีหวังรัฐบาลอายุสั้นกว่าที่คิด
ส่วนใครเข้า-ใครออก ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพราะอำนาจจัดการอยู่ที่ "นายใหญ่" ส่วนบทบาทน้องสาว ทำได้แค่ให้ความเห็น แต่ไม่ถึงขั้นกดปุ่มเลือกใครได้ตามใจ
ส่วนผู้ที่อุตส่าห์เหินฟ้าไปหา "นายใหญ่" มีคำเตือนให้ระวังว่า การรับปากแต่เอาเข้าจริงอาจไม่มีตำแหน่งให้ก็ได้
ส่วนจะปรับช้าปรับเร็ว เวลานี้ ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน หากดูจากภารกิจนายกฯยิ่งลักษณ์ วันอาทิตย์และวันจันทร์นี้ ต้องเดินทางไป จ.ยโสธรและมุกดาหาร ส่วนวันที่ 3-7 ก.ค. มีกำหนดการเดินทางเยือนโปแลนด์และตุรกี คิวแน่นอย่างนี้ ก็ไม่น่าจะปรับคณะรัฐมนตรีได้เร็วๆ นี้
ความเป็นไปได้ น่าจะเกิดขึ้นก่อน 26 ก.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากใครจะไปหา หรือไปอวยพร จะได้ไปทีเดียวไม่ต้องเสียเที่ยว!








