สำหรับผม โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลกับการเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประเด็นสำคัญในอันดับต้นๆ
แต่บนเวทีเมื่อคืนวันที่ 8 มิถุนายน ณ ย่านชานกรุงวอชิงตัน เวลามีจำกัดจนไม่สามารถขยายความให้ครอบคลุมมากไปกว่าในส่วนที่ ส.ว. พูดถึงสั้นๆ ได้
ในด้านโครงการรับจำนำข้าว ส.ว. แน่ใจว่าตอนนี้รัฐบาลขาดทุนนับแสนล้านบาทแล้ว แต่พยายามปิดบังความจริง รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลโดยอ้างว่าเป็นความลับของทางราชการ รัฐบาลจะทำต่อไปเพราะไม่มีทางออกนอกจากการโกหก
ผมมองว่า โครงการรับจำนำข้าวนี้อาจมีผลกระทบร้ายแรงในสองด้านด้วยกัน ทางด้านการเงินนั้นเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดแล้วและจะมีต่อไปตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ล้มเลิกโครงการและราคาที่รับจำนำสูงกว่าราคาในตลาดโลก รัฐบาลคงไม่ยกเลิกโครงการเพราะมันเป็นส่วนสำคัญของนโยบายประชานิยมแบบเลวร้ายซึ่งประชาชนมักเสพติดในเวลาอันรวดเร็ว ในทางด้านราคา เท่าที่ผ่านมา ราคาที่รัฐบาลรับจำนำสูงกว่าราคาในตลาดโลกเกือบสองเท่าส่งผลให้ขาดทุนมหาศาล นอกจากนั้น ยังมีข้าวนับสิบล้านตันตกค้างอยู่ในโกดังอีกด้วยทั้งนี้เพราะเอกชนซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในตลาดโลกมักไม่ช่วยนำไปขายหากไม่สามารถซื้อจากรัฐบาลได้ด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาในตลาดโลก รัฐบาลพยายามขายในรูปของรัฐบาลต่อรัฐบาลก็ทำได้เพียงจำกัดเท่านั้น ณ วันนี้ ไม่มีทีท่าว่าราคาข้าวในตลาดโลกจะขยับสูงขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญจากระดับที่เป็นมาในช่วงเวลา 3 ปี ราคาน่าจะขึ้นลงอยู่ในวงแคบๆ ต่อไปนอกจากฝนฟ้าจะทำลายแหล่งผลิตธัญญาอาหารสำคัญๆ ของโลก ฉะนั้น อาจคาดได้ว่าการขาดทุนมหาศาลของโครงการรับจำนำข้าวจะดำเนินต่อไป
ด้านที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำลายกลไกตลาดเสรีโดยมีรัฐบาลเข้ามาผูกขาดในตลาดข้าว ความเลวร้ายของด้านนี้อาจไม่เป็นที่ประจักษ์อย่างแจ้งชัดนักในเวลาอันสั้น การที่รัฐบาลรับจำนำข้าวด้วยราคาสูงกว่าราคาตลาดโลกย่อมส่งผลให้พ่อค้าเอกชนสู้ไม่ได้ พวกเขาต้องเลิกกิจการไปยกเว้นพวกที่รับสีข้าวและเก็บข้าวไว้ในโกดังให้รัฐบาล เป็นไปได้สูงว่า กลุ่มที่รับงานจากรัฐบาลจะเป็นเครือข่ายของคนในรัฐบาลและได้ค่าบริหารจัดการชั้นเยี่ยม เพียงเวลาไม่นาน การผูกขาดตลาดข้าวของรัฐบาลไทยจะไม่ต่างกับการผู้ขาดตลาดมะพร้าวของรัฐบาลฟิลิปปินส์ในสมัยของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ฟิลิปปินส์เคยส่งออกสินค้ามะพร้าวมากที่สุดในโลก แต่สูญเสียตำแหน่งนั้นภายในเวลาอันสั้นหลังจากรัฐบาลเข้าไปผูกขาด การผูกขาดตลาดมะพร้าวทำลายฟิลิปปินส์ฉันใด การผู้ขาดข้าวของรัฐบาลไทยก็จะทำลายเมืองไทยฉันนั้น
ในด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส.ว. บอกว่า รัฐบาลพยายามเข้าไปก้าวก่ายโดยส่งนักวิชาการของตนเข้าไปเป็นประธานคณะกรรมการของธนาคาร การก้าวก่ายนี้จะมีผลในด้านการเสียความเป็นอิสระทางด้านการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. นอกจากนั้น ยังมีความพยายามที่จะนำเงินสำรองของชาติออกไปบริหารจัดการโดยรัฐบาลอีกด้วย เท่าที่ผ่านมา ความพยายามเข้าไปก้าวก่ายในด้านหลักๆ ยังไม่ประสบผลสำเร็จ รัฐบาลจะพยายามอย่างเข้มข้นขึ้นในช่วงนี้เนื่องจากประธานกรรมการคนนั้นจะต้องเกษียณเมื่ออายุครบ 70 ปีในตอนต้นเดือนสิงหาคม
ในประวัติการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลที่ผ่านๆ มาจะมีความฉ้อฉลอยู่บ้าง แต่ความฉ้อฉลนั้นไม่ถึงกับนำไปสู่การทำลายวินัยทางการคลังและไม่เข้าไปก้าวก่ายในการทำงานของ ธปท. จนนำไปสู่การทำลายวินัยทางการเงิน กระนั้นก็ตาม เรายังประสบความล้มละลายในปี 2540
ในช่วงนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจจะเสียวินัยทางการคลังจากโครงการประชานิยมต่างๆ และการกู้เงินจำนวนมหาศาลมาใช้ทั้งในและนอกงบประมาณ การเข้าไปก้าวก่ายใน ธปท. ทำให้เสียวินัยทางการเงินจนถึงกับพิมพ์ธนบัตรออกมาให้รัฐบาลปิดงบประมาณเมื่อไร เมื่อนั้นเมืองไทยจะเดินลงเหวทันที ส่วนทางด้านการนำเงินสำรองของชาติออกมาบริหารจัดการโดยรัฐบาลมีค่าเท่ากับนำเงินส่วนนั้นออกมากัดแทะกันในหมู่นักการเมือง กลไกในเรื่องนี้ผมได้อธิบายไว้หลายครั้งในหลายเวที วันนี้พื้นที่หมดจึงจะไม่นำมาเสนออีก ขอเรียนเพียงว่า ผมได้นำบางส่วนมารวมไว้ในหนังสือชื่อ “เมื่อคิดให้ดีไทยนี้ฉลาด” แล้ว
เนื่องจากคณะ ส.ว. คงเห็นว่าเรื่องที่นำเสนอนั้นค่อนข้างหนักจึงจบรายการด้วยการเล่านิทานโดย ส.ว. ประสาร มฤคพิทักษ์ ซึ่งมีพรสวรรค์ในการเล่านิทานจนทำให้ผู้ฟังหัวเราะกันแบบงอกลิ้ง ผมสังเกตว่า บรรดา ส.ว. เองก็หัวเราะกันอย่างทั่วถึงทั้งที่คงได้ยินนิทานเรื่องนี้มาก่อนแล้วที่นครนิวยอร์ก เนื้อหาของนิทานตามที่ ส.ว. ประสารเล่ามีดังนี้
นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้ปราศรัยในสถานที่ไม่แจ้งว่า "หลังจากประธานาธิบดีมาเลเซียกลับจากประเทศซิดนีย์ ได้เดินทางมาพบดิฉันที่จังหวัดหาดใหญ่ เมื่อเสร็จภารกิจ ดิฉันได้เดินทางไปราชการต่อที่อำเภอขน-อม ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อเดือนพฤศจิกาคมปีที่แล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล ดิฉันได้มีโอกาส Overcome นางฮิลลารี คลินตัน ในช่วงนั้นเองรัฐสภาได้อนุมัติ พรก.เงินกู้เป็นเงิน ห้าหมื่นสามแสนเก้าร้อยสิบแปดล้านบาท ดิฉันมีแผนที่จะใช้เงินจำนวนนี้ไปแก้ปัญหาน้ำโดยจะซื้อเรือดำน้ำไปดันน้ำ จะต้องเอาหินไปถมทะเลที่จังหวัดสิงห์บุรี และแน่นอนดิฉันจะต้องสร้างเขื่อนคอ-นก-รีต เพื่อเก็บกักน้ำ และไม่ลืมที่จะปลูกหญ้าแพรกที่พนังเขื่อนเพื่ออุ้มดินและชะลอน้ำด้วยนะคะ ดิฉันขอเรียนเรียนให้ทราบเท่านี้ Thank you three times."








