วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อประชาชนขอมีส่วนร่วมป้องกันคอร์รัปชัน

ปัจจุบันนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม

และม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แสดงจุดยืนแล้วว่าจะให้ใช้ข้อตกลงคุณธรรมเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันคอร์รัปชันสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ โดยมีโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV. ของ ขสมก.เป็นโครงการนำร่อง ผู้เขียนจึงขออธิบายขอบเขตของข้อตกลงคุณธรรมที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ องค์กรเพื่อความโปร่งใส (ประเทศไทย) และสถาบัน IOD. ได้ร่วมกันผลักดันภายใต้บริบททางการเมืองและกฎหมายในปัจจุบัน เพื่อให้ทุกท่านได้เกิดความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบต่อไป

ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) คือ การตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐและผู้ต้องการเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐ ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการเรียกรับสินบนหรือประโยชน์อื่นใด รวมทั้งจะต้องเปิดเผยข้อมูลโครงการที่สำคัญในทุกกระบวนการให้โปร่งใส โดยยอมรับให้มีบุคคลที่สามที่มาจากภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ (Observer) ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ ตั้งแต่เริ่มเขียนทีโออาร์ (TOR) จนสิ้นสุดโครงการ

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เป็นผู้เสนอแนวคิดข้อตกลงฯ นี้และได้ถูกนำไปใช้แล้วกว่า 300 โครงการ ใน 15 ประเทศทั่วโลก เช่น เยอรมนี เม็กซิโก และปากีสถาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา เกิดคุณูปการช่วยให้มีการประหยัดงบประมาณของรัฐและทำให้สังคมได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากเงินภาษีที่เสียไป ที่สำคัญยังช่วยสร้างความมั่นใจในระบบการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ข้อตกลงคุณธรรมที่ใช้ในแต่ละประเทศนั้น มีการกำหนดรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้าง แต่ในกรณีประเทศไทยเนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้น เราจึงต้องการความไว้วางใจและเวลาเพื่อปรับตัวของนักการ เมือง ข้าราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่อาจมีข้อสงสัยและปฏิเสธการให้ความร่วมมือได้ อีกทั้งยังขาดความแน่ชัดว่ายังมีข้อขัดข้องทางกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียงใด ดังนั้นจึงมีการลดความเข้มข้นของข้อตกลงฯ ลงบ้าง เช่น ไม่มีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อตกลง และแทนที่จะเรียกบุคคลที่สามว่า ผู้ตรวจตรวจสอบอิสระจากภายนอก (Independent External Monitor) เหมือนในต่างประเทศซึ่งมีอำนาจในลงมติในที่ประชุม ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไปจนถึงสั่งให้หยุดหรือยกเลิกสัญญาได้ ก็มาใช้คำว่า ผู้สังเกตการณ์ (Observer) ที่มีอำนาจในการตรวจสอบ ให้ความเห็นและเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะเท่านั้น

สาระสำคัญของข้อตกลงคุณธรรม ประกอบด้วย 1.ความเป็นกลไกสร้างความโปร่งใสโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยมีความยืดหยุ่นและเปิดกว้างมากกว่าขอบเขตของกฎหมาย เพื่อหยุดยั้งหรือตัดตอนความเสียหายที่อาจเกิดจากการคอร์รัปชัน 2.กำหนดให้หน่วยงานราชการ ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันต่อเอกชนผู้สนใจเข้ามีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างฯ ขณะที่เอกชนผู้ร่วมประมูลงานก็ต้องมีความตั้งใจที่จะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา 3.ให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ โดยให้มีสิทธิเรียกดูเอกสาร-ข้อมูลที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มจน จบสิ้นกระบวนการ คือตั้งแต่เขียน TOR จนส่งมอบงาน และแม้ว่าผู้สังเกตการณ์จะไม่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษแต่ต้องสามารถเข้าไปศึกษากระบวนการที่เห็นว่าสำคัญ สามารถตั้งข้อสังเกต ทำรายงานและส่งเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐ เช่น ป.ป.ช., ป.ป.ง. และสามารถนำข้อมูลใดๆ ออกเปิดเผยต่อสาธารณะได้เมื่อเห็นสมควร

ผู้สังเกตการณ์จะคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถและความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ โดยสรรหามาจาก 1.สถาบัน หรือ องค์กรวิชาชีพในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ สมาคมสถาปนิกสยามฯ สภาวิชาชีพนักบัญชี สมาคมธนาคารไทย เป็นต้น 2.สถาบันวิชาการและองค์กรต่างประเทศที่มีพันธะกิจในการต่อต้านคอร์รัปชัน 3.ภาคประชาสังคม และ 4. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯและองค์กรสมาชิกเสนอมา
แม้จะมีความกังวลอยู่ว่าผู้สังเกตการณ์อาจถูกครอบงำจากกลุ่มผลประโยชน์ได้ แต่ถ้าเราช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการมีระบบคัดสรรบุคคลที่ดี มีระบบติดตามและเปิดเผยการดำเนินงานให้อยู่สายตาของประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดการร่วมตรวจสอบและแรงผลักดันจากสังคม


เป็นที่น่ายินดีว่าเมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เริ่มประกาศเชิญชวนผู้มาทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ ได้มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากให้ความสนใจเสนอตัวเข้ามา ทั้งที่รู้ว่าเป็นงานที่ต้องเสียสละเวลาและยังอาจได้รับผลกระทบบางประการ เช่น ชื่อเสียง ธุรกิจ ค่าใช้จ่าย เพื่อนฝูง หรือถูกอาจคุกคามในรูปแบบต่างๆ หากไปขัดขวางการคอร์รัปชัน


ข้อตกลงคุณธรรมคงไม่ใช่ยาวิเศษที่จะช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้โดยสิ้นเชิง และในสภาพที่เป็นจริงปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการมักสนใจเฉพาะกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าหรือวิธีการประมูล ขณะที่เรามักพบว่าเบื้องหลังของโครงการเหล่านั้นได้ถูกกำหนดอะไรบางอย่างแล้ว เช่น ล็อกสเปก ล็อกตัวผู้รับเหมา การประกาศเชิญชวนหรือ ทีโออาร์ ก็ทำกันล่วงหน้าเพียงระยะเวลาสั้นๆ หรือติดประกาศแล้วก็มีคนแกะออก ทำให้ผู้สนใจตามข่าวสารไม่ทันหรือถึงรู้ข่าวก็เตรียมการไม่ทัน กรมบัญชีกลางเองก็ระบุว่ามีหน่วยงานถึงร้อยละ 75 ที่ไม่มีการประกาศการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้องตามระเบียบราชการ ที่สำคัญโครงการที่จะใช้ข้อตกลงคุณธรรมล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่จึงยากต่อการตรวจสอบป้องกันได้ทุกจุด

ทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมป้องกันคอร์รัปชันได้โดยใช้ข้อตกลงคุณธรรมนี้ ด้วยการช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลหรือติดตามข้อมูลพร้อมออกความคิดเห็นการจัดซื้อจัด จ้างในโครงการสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อ ให้เกิดพลังทางสังคมไปช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้สังเกตการณ์ รวมถึงข้าราชการและนักการเมืองที่ดีไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนโกงได้
ท่านผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ th-th.facebook.com/ACT.AntiCorruptionThailand