วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อยู่รอดท่ามกลางความผันผวน

สภาวการณ์ต่างๆ ในโลกขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก จนส่งผลกระทบส่วนหนึ่งฉุดให้ตลาดหุ้นของไทย

และในหลายประเทศของโลก ปรับตัวขึ้นลงคราวละมากๆ โดยในส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐที่หลายฝ่ายจับตามองว่าการฟื้นตัวจะดำเนินไปอย่างยั่งยืนพอสำหรับการเริ่มปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี ลงได้หรือยังนั้น จะเห็นว่าตัวเลขข้อมูลทางเศรษฐกิจที่รายงานออกมามีทั้งบวกและลบสลับกันไป ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ได้เผยผลการสำรวจรายภูมิภาคที่ระบุว่าเศรษฐกิจของประเทศยังไม่กระเตื้องขึ้นนักจากปีที่แล้ว ด้วยปริมาณการสร้างงานที่เติบโตอย่างช้าๆ ส่วนเงินเฟ้อนั้นยังไม่เป็นภัยคุกคาม

รายงานเบจบุคของเฟดที่สำรวจกิจกรรมใน 12 เขต อันเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินนั้น ระบุว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวไปในระดับพอประมาณถึงระดับปานกลาง โดยสภาพการณ์ต่างๆ เคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ แต่ก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมั่นคง ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการขยายตัวขึ้นทั่วประเทศ เพราะได้แรงหนุนจากการสร้างบ้านที่มีมากขึ้น แต่การขยายตัวด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคดำเนินไปอย่างค่อนข้างช้าเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการปล่อยกู้ของภาคธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาสินค้ายังไม่สูงขึ้นมากนัก ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง

ถ้อยคำที่เฟดใช้ในการบรรยายภาพรวมกิจกรรมว่าขยายตัว "ในระดับพอประมาณจนถึงปานกลาง" อันแตกต่างจากรายงานเมื่อเดือนเม.ย.ที่ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัว "ในระดับปานกลาง" อาจสะท้อนถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจที่ลดลงของเฟดก็เป็นได้ ซึ่งหากเฟดมองเช่นนั้นจริง ก็คงมีแรงจูงใจไม่มากนักที่จะเริ่มชะลอมาตรการคิวอี หรือการเข้าซื้อพันธบัตร ในการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 18-19 มิ.ย. สภาพการณ์ดังกล่าวคงจะคลายความกังวลให้นักลงทุนได้บางส่วน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐพุ่งขึ้น เพราะนักลงทุนคาดว่าเฟดจะตัดสินใจเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์

จริงๆ เฟดก็ได้วางกฎเกณฑ์ด้านอัตราว่างงานและเงินเฟ้อไว้แล้ว ว่าต้องอยู่ในระดับเท่าไร จึงจะเป็นที่น่าพอใจและเริ่มปรับลดคิวอีลงได้ ล่าสุดประธานเฟดและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็พูดเตือนหลายครั้งว่าการลดคิวอีเร็วเกินไป ถือเป็นการเสี่ยงสำหรับเศรษฐกิจที่เปราะบาง แล้วก็ย้ำว่าต้องใช้เวลาหลายเดือนในการดูตัวเลขเครื่องชี้ต่างๆ ทางเศรษฐกิจประกอบกัน จึงจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืนและมั่นคง

ภาวการณ์ในขณะนี้จึงเหมือนอยู่ในช่วงของการรอดูตัวเลขข้อมูลต่างๆ เพราะการฟังธงลงไปถึงการฟื้นตัวนั้น กระทำได้ค่อนข้างยาก แม้แต่กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ยังออกปากว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวมากกว่าที่คิดไว้เมื่อเดือนที่แล้ว พิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุด ขณะที่ก่อนหน้านี้ไอเอ็มเอฟก็เพิ่งปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจฝรั่งเศส เยอรมนี และจีน

สภาพการณ์ที่อนาคตข้างหน้ามีความไม่แน่นอนและความผันผวนค่อนข้างสูง ทำให้ภาคเอกชนและภาคธุรกิจของไทยต้องจับตาดูทิศทางต่างๆ ให้ดี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือเหตุการณ์เหล่านี้ อันน่าจะเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ทันท่วงทีและบรรเทาผลกระทบลงไปได้มากกว่าการรอคอยความช่วยเหลือจากภายนอกหรือส่วนกลาง เนื่องจากทางการมีขีดจำกัดและต้องดูแลคนทั่วประเทศนั่นเอง