วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แดนสนธยา...หน้ารามฯ

แม้ตำรวจฟันธงตั้งแต่ไก่โห่ว่าเหตุระเบิดที่หน้ารามฯ ไม่โยงการสร้างสถานการณ์ชายแดนใต้

แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงหลายรายก็เตือนว่า อย่าเพิ่งชะล่าใจไปขนาดนั้น

อย่างเช่น พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษภาคใต้ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ก็บอกว่า ไม่อยากให้ตำรวจรีบตัดประเด็นใดทิ้งไป โดยเฉพาะเรื่องภาคใต้ เพราะหลังจากรัฐบาลไปลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ต้องยอมรับว่าโจทย์ไฟใต้ได้เปลี่ยนไปแล้ว

"ทุกวันนี้กลุ่มก่อความไม่สงบสามารถเคลื่อนไหวอย่างมีอิสระมากขึ้น เพราะได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักจากการเปิดโต๊ะเจรจาของรัฐบาล จึงมีความเสี่ยงสูงที่กลุ่มเหล่านี้จะขยายพื้นที่ก่อเหตุเหมือนขบวนการไออาร์เอ (กองทัพกู้ชาติไอร์แลนด์) ที่ปฏิบัติการถึงกลางกรุงลอนดอน"

แม้ พล.ท.นันทเดช จะออกตัวว่าเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่มีความเป็นไปได้หลังจากรัฐบาลไปลงนามในข้อตกลงเจรจากับบีอาร์เอ็นเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปในทางคดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาท่าทีของรัฐบาลต่อปัญหาภาคใต้ก็เป็นไปในลักษณะ "หาเรื่องใส่ตัว" ทั้งสิ้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้น และทิศทางการแก้ไขปัญหาก็ดูจะห่างไกลจากความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ

เช่น การที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไปแสดงท่าทีสนับสนุน นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ท่าทีลักษณะนี้ค่อนข้างอ่อนไหว เนื่องจากมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านมากกว่า อย่างนี้เป็นต้น

แต่ถึงที่สุดแล้วก็น่าจะพิสูจน์ยากว่าเหตุลอบวางระเบิดหน้ารามฯเป็นฝีมือของใคร เหมือนกับการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองด้วย "ระเบิด" หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งแทบจับมือใครดมไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าจึงน่าจะเป็นการพุ่งความสนใจไปที่การสะสางปัญหา "พื้นที่หน้ารามฯ" ซึ่งกลายเป็น "แดนสนธยา" มาเนิ่นนานแล้ว

หากไม่นับการเป็นทำเลทองทั้งของธุรกิจถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นแผงค้า วินรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ บ่อนการพนัน หรือแม้แต่พื้นที่จอดรถ ที่ล้วนเชื่อมโยงกับ "มาเฟียมีสี" สิ่งที่ตำรวจน่าจะจัดระเบียบใหม่ให้ดี คือชุมชนคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่อาศัยและขยายตัวจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ในซอยต่างๆ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยรามคำแหง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้ข้อมูลว่า ชุมชนคนชายแดนใต้ในซอกซอยต่างๆ มีการแบ่งพื้นที่ ตั้งคนขึ้นมาบริหารจัดการ คล้ายเป็น "ผู้ใหญ่บ้าน" มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ให้กู้ยืมเงิน หรือแม้กระทั่งหางานให้พรรคพวกที่มาอาศัยอยู่ได้ทำ

สอดรับกับข้อมูลของ "อดีตบิ๊กสันติบาล" ที่เคยเข้าไปสแกนพื้นที่นี้ และยอมรับว่าค่อนข้างน่าวิตก เพราะแม้แต่ตำรวจยังแทบเข้าไปไม่ได้ เหมือนเป็นรัฐอิสระ สมัยนั้นเคยประสานให้ทางสำนักงานเขตเข้าไปช่วยดูแล แต่ก็เลิกราไปในระยะหลัง

ที่ผ่านมาข้อมูลการข่าวของตำรวจค่อนข้างชัดว่า กลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรงจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะเคยดอดขึ้นมาหลบซ่อนตัวในย่านดังกล่าวนี้ด้วย แต่ก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เพราะเป็นพื้นที่อิทธิพล เป็นแดนสนธยากลางกรุงไปหมดแล้ว

ฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องอย่าปล่อยให้ผลประโยชน์บังตา จนกระทบกับความมั่นคงของประเทศ!