วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“หาทางออกไฟดับใต้”

ไฟฟ้าดับภาคใต้เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังมีแรงกระเพื่อมจนถึงตอนนี้ ความไม่เชื่อใจกัน ทำให้เกิดการวิจารณ์กัน

ไปต่างๆ นานา ว่าไฟฟ้าดับ เพื่อผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่

ล่าสุดวันอาทิตย์ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ต้องนำสื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูสาเหตุ
พร้อมอธิบายว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.หลังเกิดเหตุ ได้เข้าตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง พบว่า เสาต้นที่ 200/3 # 1 เฟส A ลูกถ้วย Flashover ทั้งแถว ถูกฟ้าผ่า ขณะมีฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง ที่ ต.บ้านทาน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ซึ่งห่างจาก สถานีไฟฟ้าจอมบึง ประมาณ 74 กม.

จะเป็นเพราะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างไรไม่ทราบ ที่วงจรไฟฟ้าที่เหลืออยู่ต้องมาถูกฟ้าลง ทำให้โรงไฟฟ้าในภาคใต้ทั้งหมดต้องดับตัวเองทางเทคนิค

จากก่อนหน้านี้ กฟผ.ดึงวงจรออก 1 สายเพื่อซ่อมบำรุง หลังจากทำงานหนักตลอด ช่วงแหล่งก๊าซธรรมชาติพม่าขาดส่ง ที่ส่งผลให้โรงไฟฟ้าที่รับก๊าซฯจากพม่าไม่สามารถเดินเครื่องได้ ทำให้โรงไฟฟ้าที่เหลือต้องทำงานแทน เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามแม้ว่า การติดขัดในเรื่องการจ่ายไฟจะมีสาเหตุหลายประการ แต่การที่ไฟดับเป็นบริเวณกว้างทั้งภาค โดยกินเวลาราว 5 ชม.ตั้งแต่ 18.52 - 23.37 น. นั้น นานเกินไป
ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจ ทุกฝ่ายจึงเรียกร้องการสร้างระบบป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำจากหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ เรคกูเลเตอร์ จะนัดหารือกับ 3 การไฟฟ้า วันนี้ ( 27 พ.ค.) เพื่อวางระบบใหม่ โดยเฉพาะการประสานงานในพื้นที่ ที่มีทั้ง กฟผ.และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)ดูแล

เหตุการณ์ครั้งนี้ ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นเหตุผลอันชอบธรรมในการดึงศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ ที่บางกรวย จ.นนทบุรี หัวใจของระบบไฟฟ้าประเทศ จาก กฟผ.เข้ามาที่องค์กรกำกับดูแลนี้หรือไม่ จากปัจจุบันที่กำกับได้แค่ห่างๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การที่ทั้ง กฟผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างต้องออกมาปิดช่องโหว่ความสงสัยในเวลานี้แบบรายวัน
เพื่อกลบกระแสความไม่เชื่อของผู้คนว่าปัญหาครั้งนี้เกิดจากเหตุสุดวิสัยจริงหรือไม่

ประเด็นที่ต้องเคลียร์ คือ ระบบไฟฟ้าเริ่มไม่มีเสถียรภาพมากขึ้นตามลำดับ ทำให้เกิดเหตุ หรือปัญหามาจากการประสานงานและบริหารงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากได้คำตอบแล้ว พร้อมกันนี้ทุกฝ่ายต้องมาหาทางออก แต่ก่อนอื่นต้องค่อยๆลืมตามองโลกใหม่ ให้เห็นความจริงแท้ และพูดความจริงจากทุกฝ่าย …การตั้งป้อม พูดความจริงครึ่งเดียว ไม่ใช่ทางออก

สำหรับการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า แยกเป็นภาพระดับประเทศ และภาพเล็กระดับชุมชน ระดับประเทศ การสร้างโรงไฟฟ้าในเขตประกอบการอุตสาหกรรม …เป็นทางเลือกที่น่าจะถูกนำไปพิจารณา ขณะเดียวกันก็ต้องเลือกใช้เทคโนโลยี และมีระบบป้องกันมลภาวะดีที่สุดด้วย ส่วนจะเป็นพื้นที่ใด ก็ต้องไปพิจารณาเสียงจากคนในพื้นที่และความเหมาะสม
ส่วนระดับชุมชน การผลิตไฟฟ้าโดยชุมชนเลือกเอง โดยมุ่งผลลัพธ์ที่การสร้างการเรียนรู้ และความตระหนักในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่นำประเด็น”ผลิตไฟฟ้าด้วยต้นทุนต่ำสุด”เป็นตัวตั้งเสมอไป เพราะคำตอบไปไม่รอด

การถกเถียงให้สุดทางน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า …จุดร่วมน่าจะเป็นการยอมรับว่าการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจริง กำลังผลิตไฟฟ้าภาพรวมไม่พอจริง รวมถึงการช่วยกันลดใช้พลังงาน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกัน

ส่วนจุดต่าง คือ จะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอย่างไร ตรงไหน และใช้เชื้อเพลิงใด ..มีความเห็นแตกต่าง อย่าพูดถึงจุดสุดท้ายว่า อำนาจตัดสินใจเป็นรัฐ แต่อยู่ที่ระหว่างทางจะทำอย่างไรให้ได้รับฟังประเด็นปัญหาจากประชาชนอย่างทั่วถึงและออกแบบการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าร่วมกัน

ย้ำว่าผลลัพธ์…ไม่ได้หมายถึงค่าไฟฟ้าถูกที่สุด ..เพราะขีดแข่งขันของประเทศสูง ไม่ได้หมายความว่าประเทศจะไปรอดในระยะยาวได้เสมอไป …การอยู่ร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างสันติต่างหาก คือทางเลือกที่ดีที่สุด…