แม้เมื่อวาน (20 พ.ค.) ข้าราชการ "กระทรวงวิทย์" จะแต่งชุดดำกันหร็อมแหร็ม
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องฉาวๆ ที่ "แพลม" กันออกมาจะไม่เป็นความจริง
O หลังจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยกล้าตาย ออกจดหมายเวียน "ความไร้ธรรมาภิบาลของ รมว.วิทยาศาสตร์" นับจากนั้นระเบิดเวลาที่สุมอยู่นานก็ตูมตามขึ้นมาทีละหน่วยงาน เรื่องฉาวๆ ค่อยๆ ถูกขุดออกมาฟ้องสังคม
O ล่าสุดมีเสียงโอดโอยมาจากเจ้าหน้าที่ "สถาบัตรมาตรวิทยาแห่งชาติ" ที่กำลังเดินหน้าโครงการจัดซื้อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะต้องใช้ในการกำหนด "ค่ามาตรฐานการวัดของชาติ" มูลค่า 721 ล้านบาท ปรากฏว่าจู่ๆ รัฐมนตรีจากเมืองแพร่ก็สั่งเบรกจน "หัวทิ่ม" แล้วส่งบรรดาที่ปรึกษา "หน้ายิ้ม" ที่ตั้งกันมาเป็นโขยง เข้าไปดึงเรื่องการจัดซื้อทั้งหมดไปดูเอง จนโครงการต้องหยุดชะงัก ทั้งที่เรื่องนี้ดำเนินการมาอย่างถูกหลักผ่านขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ
O งานนี้บรรดานักวิทยาศาสตร์ ข้าราชการในกระทรวงบ่นกันอุบ เพราะว่าการจัดซื้อเครื่องมือวิทยาศาสตร์มันไม่ง่ายเหมือนซื้อ "รถคันแรก" เพราะมันมีการพัฒนาอยู่ตลอด ถ้าซื้อช้าเกินไปราคาจะขยับขึ้นเรื่อยๆ แถมนำมาใช้ไม่ทันการณ์
O เจ้าหน้าที่ในกระทรวงบ่นว่า ทุกวันนี้หน่วยงานเหมือนเป็นอัมพาต ขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้เลย จนกลายเป็นคำถามว่าตกลงแล้วท่านรัฐมนตรีต้องการจะพัฒนาวิทยาศาสตร์ของชาติ หรือเข้ามาฉุดรั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ให้ถอยหลังลงคลองกันแน่
O แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องยอมรับมาตรการของ "รัฐมนตรีเมืองแพร่" ที่บี้หนัก "นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล" ผู้อำนวยการ สวทช. จนต้องประกาศไปยังพนักงาน สวทช.ทุกคนให้งดเข้าร่วมกิจกรรมแต่งดำประท้วง ข่าวล่าจาก สวทช.และกระทรวงวิทย์แจ้งว่า มีพนักงานบางส่วนแต่งชุดดำแสดงพลัง และมีบ้างที่เลือกแต่งฉูดฉาด เช่น สีแดง เพื่อประชดกันไปเลย แต่ก็ไม่ถือว่ามากจนมีนัยสำคัญ
O ข่าวยังแจ้งอีกว่า ช่วงเช้าวันจันทร์ ผู้บริหาร สวทช.ได้ส่งอีเมล์อีกฉบับไปยังพนักงาน เนื้อหาปฏิเสธข่าวที่ว่า รมว.วิทยาศาสตร์ฯ สั่งให้มีการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอีเมลทั้งของพนักงานทั้งสำนักงาน กสทช.เพื่อหาต้นตอใบปลิว ขณะเดียวกันก็ขอให้พนักงาน สวทช.ทุกคน "งดให้ข่าวและอยู่ในความสงบ" บรรยากาศดูจะยิ่งกว่ายุคปฏิวัติที่รัฐมนตรีวรวัจน์เกลียดนักเกลียดหนาเสียอีก
O ปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ยังมีอีกหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน แม้แต่ในรัฐสภาที่เกิดเรื่องฉาวให้ได้ฮือฮา ทั้งการแต่งตั้งโยกย้าย และการใช้งบประมาณอย่างไม่โปร่งใสจนถึงขั้น "ละลายงบประมาณ" ของคนจากฝ่ายการเมือง เข้าใจว่าหลายๆ เรื่องจะถูกทยอยเปิดสู่สังคมนับจากนี้ไป









