รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์สุมปัญหานานัปการ ตั้งแต่สภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียน การจัดซื้อรถขบวนใหม่
การบริหารจัดการการเดินรถ แม้กระทั่งการบริหารจัดการ "สถานี" จึงไม่ต้องถามหาคะแนนความประทับใจกับบรรดาผู้ที่เคยใช้บริการระบบการเดินทางแห่งชาติแห่งนี้ให้ยาก
ทั้งที่จริง "เส้นทาง" และ "ความเร็ว" ในการเดินทางจากใจกลางเมืองสู่สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในระดับน่าพึงพอใจไม่น้อย
"คนทำงาน" จากย่านชานเมืองอาศัยเป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่กลางกรุงได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่บางวันก็ต้อง "เสี่ยง" กับ รถเสีย-รถน้อย หากไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนที่รอ 10-15 นาที ก็ต้องเสี่ยงอีกเช่นกันว่า ใช้เวลารอนานแค่ไหน? ครึ่งชั่วโมงหรือเกินกว่านั้น
ว่าด้วยความเป็นสถานีเพื่อการเดินทาง ไม่พร้อมตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการปรับปรุง แก้ไข!!
วัตถุประสงค์ชัดเจน เพื่อ "เดินทาง" มีเพียงบันไดเลื่อนขึ้น ไม่มีบันไดเลื่อน "ลง" นักเดินทางต้องลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูลู่ถูกังจากชานชาลาสองขยักสามขยักกว่าจะบรรลุเป้าหมายออกนอกสถานี "ลิฟต์" มีแต่เสียบ้าง ใช้ได้บ้าง เข้าได้สองคนพร้อมกระเป๋าก็เต็มเอียด
ที่สำคัญนอกเหนือจากสถานีพญาไทที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า "บีทีเอส" แล้วนั้น สถานีอื่นๆ แทบจะไม่สามารถเชื่อมต่อกับการขนส่งใดๆ ได้เลย แม้กระทั่งง่ายที่สุดอย่าง "รถแท็กซี่"
ปัญหาเหล่านี้พบเห็นได้ทุกสถานีไม่แตกต่างกัน แต่ช่างแตกต่างกันอย่างลิบลับกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สะท้อนการบริหารงานของเอกชนเทียบการดูแลของภาครัฐ ที่แม้จะมีการจัดตั้งบริษัทบริหารในรูปแบบเอกชนก็ตาม แต่ความเป็นเจ้าของโดยภาครัฐก็ไม่เสียเอกลักษณ์ "เช้าชามเย็นชาม"
ปัญหามากมายรุมเร้ารถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ ทำให้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีแนวคิดที่จะยุบบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด โดยจัดตั้งเป็นหน่วยธุรกิจ ภายใต้ ร.ฟ.ท.แทน
อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ยังมีภาระเร่งด่วนในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้รับจ้างบริหารโครงการ ซึ่งคาดว่าจะต้องได้รับเงินกู้อีก 420 ล้านบาทเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในปัจจุบันตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติไว้แต่จะต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังก่อนถึงจะดำเนินการขอกู้เงินต่อไป
การจัดซื้อรถไฟขบวนใหม่ ซึ่งได้มีการเสนอแผนการจัดซื้อรถไฟ 7 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ ทั้งหมด 28 ตู้ วงเงิน 5,200 ล้านบาท เป็นตัวเลขจากบริษัท ซีเมนส์ จำกัด เป็นผู้เสนอราคาเข้ามา ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงไม่น้อยและซีเมนส์ได้ยื่นข้อเสนอใหม่ คือ จะเพิ่มขบวนรถไฟฟ้าเป็น 10 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ รวม 30 ตู้แทนในวงเงินเท่าเดิม 5,200 ล้านบาท
แต่ก็ยังมีได้มีการเปิดโอกาสให้ซัพพลายเออร์รายอื่นเข้ามายื่นข้อเสนอราคาแข่งขันด้วย เช่น ผู้ผลิตรถจากจีน เพื่อที่จะหาราคากลางถูกที่สุด สเป็กดีที่สุด
นอกจากนี้ยังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ จุดเชื่อมต่อรถเมล์ รถไฟ อาทิ ทางข้ามเชื่อมต่อรถไฟที่มักกะสัน
ปัจจุบัน แอร์พอร์ตลิงค์มีคนใช้บริการประมาณ 50,000 คนต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หลายสิ่งหลายอย่างไม่จะไม่เสถียร
คงน่าเสียดายไม่น้อยหากคำตอบสุดท้ายของ "แอร์พอร์ตลิงค์" จะไม่สามารถพัฒนา ยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานพึงจะมีแล้วต้องปิดฉากลงก่อนเวลาอันควรอย่างที่หลายคนกำลังจับจ้องมอง









