วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บางมุมมองบริหารเศรษฐกิจอาเซียน

วันนี้ใครไม่พูดถึงอาเซียนไม่ได้แล้ว เพราะกำลังจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการรวมพลังความร่วมมือกันระหว่าง 10 ประเทศ

(ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียตนาม และพม่า) มีผลในปี 2558 โดยเฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่

ดี ไม่ดีไม่รู้ รู้แต่ว่าได้ยินได้ฟังชาวบ้านรู้สึกกังวล บ้างก็ว่า กลัวคนชาติอื่นจะเข้ามาแย่งทำมาหากิน เพราะบ้านเราอุดมสมบูรณ์ หรือมาเป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการต่างๆ คนไทยจะหางานลำบากขึ้น บ้างก็ห่วงว่า หากต่างชาติเข้ามาและซื้อบ้านซื้อที่อยู่อาศัยครอบครอง กระทั่งจับจองเป็นเจ้าของที่ดิน ต่อไปลูกหลานมิลำบากหรือ แล้วจะทำอย่างไร ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ ค้างคาในใจชาวบ้านที่อดคิดถึงอนาคตไม่ได้ ใครจะตอบคำถามให้เขาได้ เพราะเขาแต่ละคนก็จะต้องเข้าสู่อาเซียนเช่นกัน เป็นข้อห่วงใยของชาวบ้านร้านตลาด ประชาชนผู้ซึ่งทำมาหากิน ไม่มีใครรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือรายละเอียดพอที่จะบอกเล่าเก้าสิบสู่กันฟังได้ ต่างไม่รู้พอๆกัน

ยังงี๊ดีมั๊ย รัฐบาล ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หรือโฆษกรัฐบาล เปิดรายการขึ้นมาสักอัน จะเป็นทีวี วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์ก็ได้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ตั้งชื่อรายการว่า “ถาม-ตอบอาเซียน” จัดเต็มไปเลย ต่อเนื่องทุกวัน ใครใคร่ถาม ที่นี่มีคำตอบ จะได้รับรู้รับทราบข่าวสารวงกว้างให้มันแจ่มๆ ทั่วถึงกัน

ถ้าทำอยู่แล้ว อาจจัดหนัก เพราะคนยังไม่ค่อยรู้กันเท่าไร เพื่อที่ให้ข่าวสารเข้าถึง เข้าใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นเรื่องใกล้ตัว ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต ปากท้องการทำมาหากิน ฯลฯ

ที่ให้ข้อมูลข่าวสารว่า จะมีเงินทุนไหลเข้าประเทศมหาศาล ผู้คนต่างชาติจะหลั่งไหลเดินทางมาประเทศไทย นำเงินมาจับจ่าย สร้างรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจประเทศเติบโต นั่นมันไกลตัว ก็ว่ากันไป เป็นเรื่องภาพรวมข้างบน แต่หน่วยย่อยๆข้างล่างจะเป็นอยู่อย่างไร จะได้ผลกระทบอะไรมั๊ย ชีวิตเคยอยู่มีความสุข สงบร่มเย็น มาวันนี้กลับจะต้องมาแก่งแย่งแข่งขัน หรือไม่ ประการใด

มองข้างบนแล้ว ต้องไม่ลืมข้างล่าง เพราะการเข้าสู่อาเซียน ต้องเข้าสู่พร้อมกันทั้งประเทศ ต้องใส่ใจสนใจสื่อข้อมูลข่าวสารถึงกันให้ชัดๆ เพื่อเขาจะได้เข้าใจ คลายกังวล ตั้งรับถูก ภาพรวมได้ ภาพย่อยไม่ได้ ก็ไปไม่รอด โดยภาครัฐ รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณา ก็คือ จะใช้กลวิธีการประชาสัมพันธ์ อธิบาย สร้างความรู้ ความเข้าใจ และตอบคำถามข้อห่วงใยสงสัยต่างๆด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นที่รับรู้กว้างขวางทั่วถึงกันได้อย่างไร หรือมีอยู่ในแผนประชาสัมพันธ์แล้ว เพียงรอดำเนินการ

ที่สำคัญ ต้องให้ทุกๆคน ทุกๆภาคส่วนได้รู้ และมีส่วนร่วม ต้องสร้างเจตคติประชาชนถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะประเทศของเขาจะปรับเปลี่ยนโฉมใหม่จากในอดีตไม่มากก็น้อย ทำอย่างไรจะให้มีรายการความรู้อาเซียนอย่างคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ทางทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งดีมาก เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สังคมได้รับรู้รับทราบข้อมูลข่าวสาร เพื่อเตรียมตัว เตรียมพร้อม เตรียมรับเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนไป

อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องใหม่ ของใหม่ อาจมีปัญหาบ้าง ผลกระทบบ้าง ไม่ว่าจะเป็นระดับภาพรวมข้างบน หรือระดับภาพย่อยข้างล่าง ซึ่งก็ต้องหาทางออก หาทางแก้ไข มีรุกมีรับ เจรจาตกลง หาข้อยุติกันไป แต่ทำอะไรแล้ว ต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ต่อเนื่อง เพื่อความเข้าใจ และความร่วมมือ คือ เป้าหมาย ซึ่งจะค่อยๆลงตัวดีขึ้นในระยะถัดไป เป็นมิติใหม่ที่ได้ผลประโยชน์จากการรวมตัวกันจริงๆ

ผู้เขียนสังเกตจากการคลิ๊กเข้าไปอ่านในเว็บต่างๆ เห็นผู้เขียนถึงอาเซียนหลากหลายท่าน เขียนถึงแต่ที่เป็นผลดี(ด้านบวก) ส่วนผลไม่ดี(ด้านลบ)ไม่ค่อยมีใครเขียน หรือมีน้อย หาอ่านไม่ค่อยเจอ ส่วนใหญ่โฟกัสผลดีตรงกันว่า การรวมตัวของ 10 ชาติในอาเซียน จะมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน และยังมีข้อดีอื่นๆอีกเยอะแยะไปหมด ซึ่งเป็นการมองเชิงตัวเลขเศรษฐกิจ

ถ้ามีผู้เขียนถึงผลไม่ดี ก็คงจะดี เช่น ผลกระทบต่างๆ คนอ่านก็จะได้ระแวดระวัง หรือเตรียมการป้องกันผลกระทบนั้นๆ ระวังป้องกันดีๆ ที่เป็นผลกระทบก็อาจไม่กระทบ ก็เป็นไปได้ มองเชิงตัวเลขเศรษฐกิจ เป็นผลดี ถ้ามองเชิงสังคมล่ะ ชีวิตความเป็นอยู่ การทำมาหากิน คนยากคนจนจะเป็นอย่างไร

ในดีย่อมมีไม่ดีรวมอยู่ด้วย หากรู้ได้เปรียบ รู้เสียเปรียบอย่างไร ก็จะไม่พลาดพลั้ง หากระวังป้องกันผลไม่ดีไว้ด้วย น่าจะดีมิใช่หรือ ไม่ได้เสียหายอะไร มิได้มองโลกแง่ร้าย แต่เพราะในความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจที่ว่านั้น บางครั้ง เอาเข้าจริง แต่ละประเทศย่อมต้องรักษาผลประโยชน์ประเทศของตนไว้ก่อน ไม่ว่าเขา ว่าเรา ว่าใคร เหมือนกันหมด เป็นสัจจธรรมชาติ

มีทั้งเป็นพันธมิตรคู่ค้า และบางสถานการณ์เป็นคู่แข่งด้วย ทำอย่างไรจึงจะหนุนนำการดำเนินนโยบายอาเซียนราบรื่น รื่นไหล เป็นธรรม ชอบธรรม เป็นดีที่สุด

เป็นนิมิตหมายอันดีทำให้เข้มแข็งขึ้น อำนาจต่อรองสูงขึ้น มีศักยภาพในการแข่งขันกับโลก

ถ้าไม่รวมตัว ต่างคนต่างอยู่ ค้าขายโดยลำพังนั้นอ่อนแอแน่นอน เสมือนดั่งไม่มีเครือข่าย สายป่านสั้น ไร้อำนาจต่อรอง ไร้พลัง

โลกย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง จะเป็นไปทางนี้ ไปห้ามไม่ได้ ฝืนก็ไม่ได้อีก ต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ และบริหารการเปลี่ยนแปลงร่วมกันไป เพื่อไปสู่ความลงตัวที่ทุกฝ่ายต้องการ

มองโลกแง่ดี ด้วยการบริหารอาเซียนร่วมกัน เพื่อศักยภาพการแข่งขันกับโลก ทั้งเขาและเราร่วมมือ ส่วนจะแข่งได้แค่ไหน อยู่ที่ประเทศในอาเซียนเอง ที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งให้อาเซียน

มีคำถามชวนคิด : ทำอย่างไรเราจึงจะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศของเราก่อนจะสร้างความเข็มแข็งในอาเซียน โดยมองว่าแนวทางหนึ่ง คงจะต้องสร้างความรู้เขา รู้เราในอาเซียนให้มากที่สุด ถ้าแต่ละประเทศในอาเซียนเข้มแข็ง ก็จะแข่งกับโลกได้

ต้องบริหารความรู้และเรียนรู้อาเซียน

ยังมองว่า รัฐบาล สถาบันการศึกษารัฐ-เอกชนน่าเปิดหลักสูตร “การบริหารเศรษฐกิจอาเซียน” จะดีหรือไม่ ประการใด สร้างความรู้และเรียนรู้อาเซียนเชิงลึกให้บุคลากรของเรา หรือผู้ที่สนใจศึกษา อาจเป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท หรือเอก แล้วแต่การพิจารณา

จะเรียนรู้เนื้อหาอะไรบ้าง ขึ้นกับการออกแบบหลักสูตรที่ต้องการ ณ ต้นทาง และหวังเห็นผลใด ณ ปลายทาง อยู่ที่วิสัยทัศน์ ความจำเป็นและสถานการณ์ เช่น รายวิชาการบริหารเศรษฐกิจมาเลเซีย รายวิชาการบริหารเศรษฐกิจบรูไน การบริหารเศรษฐกิจกัมพูชา การบริหารเศรษฐกิจเวียตนาม การบริหารเศรษฐกิจพม่า เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้ คือ รายวิชาการสื่อสารประชาสัมพันธ์สำหรับผู้นำ เป็นผู้บริหาร ต้องสื่อสารเป็น

ออกแบบเนื้อหารายวิชาให้เหมาะสมตามความต้องการรู้ตื้น ลึก หนา บางของแต่ละประเทศ จะให้เรียนรู้อะไรมาก-น้อย สัดส่วนอย่างไร กำหนดเป็นจำนวนหน่วยกิต ขึ้นกับหลักสูตรจะต้องการเน้นอะไรเป็นการบูรณาการเรียนรู้อาเซียนอย่างเป็นแพ็กเกจ

ด้านผู้สอน นอกจากอาจารย์มหาวิทยาลัยของไทยแล้ว ต้องเชิญอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศนั้นๆมาสอน บวกด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์จากภาคปฏิบัติจริง ทั้งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของไทยและของประเทศนั้นๆ เช่น เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เอกอัครราชทูตประเทศนั้นๆประจำประเทศไทย กงสุลใหญ่ ทูตพาณิชย์ไทยประจำประเทศนั้นๆ เชิญฝ่ายนโยบาย อาจเป็นระดับรัฐมนตรีทั้งของไทยและประเทศนั้นๆ นักบริหารระดับสูงภาครัฐ ปลัดกระทรวง อธิบดีของไทย และของประเทศนั้นๆ นักธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย รวมถึงนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในประเทศนั้นๆ และนักธุรกิจขนาดใหญ่ในแต่ละประเทศที่ประสบความสำเร็จในประเทศนั้นๆ เพื่อให้มาเป็นวิทยากรผู้สอน ออกแบบการเรียนการสอนสมัยใหม่ ฉีกแนว ไม่ซ้ำใคร ได้ทั้งความรู้ ทฤษฎีวิชาการ ประสบการณ์และของจริง เพื่อใช้จริงในปี 2558 เป็นต้นไป

ด้านวิทยานิพนธ์ หรือการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง อาจให้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับธุรกิจ การนำองค์กรธุรกิจอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในประเทศนั้นๆ แนวโน้มทิศทางการลงทุน การตลาด การผลิต การส่งออก การนำเข้า ฯลฯในประเทศนั้นๆ โดยจะต้องมีลักษณะเป็นการดักปัญหา ดักความเจริญล่วงหน้า ให้ได้ผลการศึกษาค้นคว้าก่อนความเจริญจะไปถึง จึงจะได้ประโยชน์ ให้นักลงทุนไทยไปใช้จริง

เป็นการมองเห็นอนาคตแนวโน้มทิศทางการลงทุนด้วยผลการวิจัยก่อนคนอื่นจะมองเห็น หรือเห็นปัญหาก่อนคนอื่นจะเห็น กว่าคน(ชาติ)อื่นจะมองเห็น ผลการศึกษาวิจัยของเราก็เสร็จและใช้ประโยชน์แล้ว สร้างความสำเร็จในธุรกิจไปก่อนแล้ว ต้องเบียดวิสัยทัศน์ขึ้นไปให้ได้

กรณีปริญญาเอก อาจเป็นการศึกษาวิจัยการบริหารเศรษฐกิจพม่า การบริหารเศรษฐกิจเวียตนาม หรือการบริหารเศรษฐกิจบรูไน เป็นต้น ในมุมที่จะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ประเทศไทย

เป็นโอกาสและความท้าทายในการสร้างความรู้ เรียนรู้อาเซียนอีกมิติ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเห็นว่าดี มีประโยชน์ ตอบโจทย์ประเทศ อยู่ที่การออกแบบ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งผู้อ่านอาจเห็นด้วย เห็นต่าง เห็นมากกว่าผู้เขียน ล้วนเป็นผลดีต่อประเทศ ที่สำคัญ การวิจัยต้องนำ มิใช่ตาม ต้องดักปัญหา ก่อนที่ปัญหาจะเกิด ต้องดักความเจริญ ก่อนที่ความเจริญจะไปถึง จึงจะเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและมูลค่า

ดุจดั่งไปซื้อที่ดินเอาไว้ แล้ววันหนึ่งถนนตัดผ่าน